ข้ามไปยังเนื้อหา

เสื้อครุยพระราชทาน

เครื่องแบบเกียรติยศแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เสื้อครุยพระราชทานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นสัญลักษณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณ อัตลักษณ์ และเกียรติยศสูงสุดของบัณฑิตและประชาคมจุฬาฯ สะท้อนความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างสถาบันกับพระมหากษัตริย์ และคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

ลักษณะสำคัญของเสื้อครุยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • ระยะระหว่างแถบหรือช่องไฟบนสำรด มีจังหวะและสัดส่วนตามแบบจิตรกรรมไทย
  • ขนาดแถบบนสำรดกำหนด 2 ขนาด คือ ขนาดเล็ก และขนาดใหญ่
  • การจัดองค์ประกอบแถบสำรดงดงามทั้งรูปแบบและศิลปะไทย
  • สีพื้นผสานกับสีประจำคณะอย่างกลมกลืน
  • เส้นแสดงระดับวุฒิ (ปริญญาตรี 1 เส้น, ปริญญาโท 2 เส้น และ ปริญญาเอก 3 เส้น)

สีและความหมายของสำรด

บูรพาจารย์และศิลปินในอดีตกำหนดสีพื้นสำรดไว้ดังนี้

สีดำ

ใช้สำหรับบัณฑิตและมหาบัณฑิต เพื่อถวายความเคารพแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระบรมราชสมภพในวันเสาร์ และทรงใช้สีดำหรือน้ำเงินเข้มเป็นสีประจำพระองค์

สีแดงชาด

ใช้สำหรับดุษฎีบัณฑิต เป็นการถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระบรมราชสมภพในวันอังคาร และทรงใช้สีชมพูเป็นสีประจำพระองค์ ทั้งยังใช้สีแดงชาดเป็นสีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลจุลจอมเกล้า (ต่อมาจึงเปลี่ยนมาใช้สีชมพู)

สีเหลือง

ใช้เฉพาะฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบรมราชจักรีวงศ์

ประเภทและชั้นของเสื้อครุย

ในสมัยแรก เสื้อครุยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแบ่งเป็น 2 ประเภท

  • ครุยบัณฑิต สำหรับนิสิตผู้สอบไล่ตามหลักสูตร
  • ครุยบัณฑิตพิเศษ สำหรับอาจารย์ และผู้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นบัณฑิตพิเศษ

เสื้อครุยแบ่งเป็น 4 ชั้น ได้แก่

  1. บัณฑิตชั้นตรี (บัณฑิต)
  2. บัณฑิตชั้นโท (มหาบัณฑิต)
  3. บัณฑิตชั้นเอก (ดุษฎีบัณฑิต)
  4. บัณฑิตชั้นพิเศษ (มีเพียงพระองค์เดียวในแต่ละรัชกาล)

บัณฑิตชั้นพิเศษเป็นไปตามพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งสถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ซึ่งมีข้อความตอนหนึ่งว่า

“…ให้มีกรรมการเป็นสภาอันหนึ่ง มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นพระบรมราชูปถัมภกแห่งโรงเรียนนี้…”

เนื่องด้วยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันเดียวที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระบรมราชูปถัมภกของสถาบัน และได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ “พระเกี้ยว” ประดับที่สำรดของชายครุยระดับอก ชาวจุฬาฯ จึงควรสวมเสื้อครุยด้วยความสำรวม เคารพในพระมหากรุณาธิคุณ และภาคภูมิใจในเสื้อครุยพระราชทาน โดยไม่ประดับสิ่งใดเพิ่มเติมบนเสื้อครุย

อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย

เสื้อครุยพระราชทาน

ค้นพบประสบการณ์ชีวิตในจุฬาฯ
ที่มากกว่าการเรียน