- เกี่ยวกับจุฬาฯ
- ประวัติจุฬาฯ
- วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์
- อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
- จุฬาฯ กับความยั่งยืน
- ข้อมูลและสถิติ
- หน่วยงานของจุฬาฯ
- ร้องเรียนทุจริตและประพฤติมิชอบ
รู้จักจุฬาฯ
- แนะนำจุฬาฯ แนะนำจุฬาฯ
- ประวัติจุฬาฯ ประวัติจุฬาฯ
- ภารกิจหลัก ภารกิจหลัก
- จุฬาฯ 100 ปี จุฬาฯ 100 ปี
- ข้อมูลและสถิติ ข้อมูลและสถิติ
- บุคคลสำคัญที่มาเยือน บุคคลสำคัญที่มาเยือน
- การจัดอันดับมหาวิทยาลัย การจัดอันดับมหาวิทยาลัย
- การรับรองหลักสูตร การรับรองหลักสูตร
Green University
- Chula Zero Waste Chula Zero Waste
- CU Shuttle Bus CU Shuttle Bus
- MuvMi MuvMi
- จุฬาฯ กับความยั่งยืน จุฬาฯ กับความยั่งยืน
- Sustainability Report Sustainability Report
การบริหาร
- คณะผู้บริหาร คณะผู้บริหาร
- วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์
- โครงสร้างองค์กร โครงสร้างองค์กร
- สภามหาวิทยาลัย สภามหาวิทยาลัย
- การเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ การเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ
บริจาคให้จุฬาฯ
- เหตุผลที่...ทำไมต้องบริจาคให้จุฬาฯ เหตุผลที่...ทำไมต้องบริจาคให้จุฬาฯ
- เริ่มต้นบริจาค เริ่มต้นบริจาค
- ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์
- กองทุนจุฬาลงกรณ์บรมราชสมภพฯ กองทุนจุฬาลงกรณ์บรมราชสมภพฯ
- กองทุนภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งจุฬาฯ กองทุนภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งจุฬาฯ
- โครงการอุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โครงการอุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
- พระเกี้ยว พระเกี้ยว
- สีชมพู สีชมพู
- ต้นจามจุรี ต้นจามจุรี
- เสื้อครุยพระราชทาน เสื้อครุยพระราชทาน
- ชุดนิสิต ชุดนิสิต
- เพลงมหาวิทยาลัย เพลงมหาวิทยาลัย
- ชื่อปริญญา อักษรย่อปริญญา ชื่อปริญญา อักษรย่อปริญญา
- แบรนด์จุฬาฯ แบรนด์จุฬาฯ
- ภาพบรรยากาศ ภาพบรรยากาศ
แจ้งเรื่องร้องเรียนทุจริต
- ร้องเรียนทุจริตและประพฤติมิชอบ (จุฬาฯ) ร้องเรียนทุจริตและประพฤติมิชอบ (จุฬาฯ)
- ร้องเรียนทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) ร้องเรียนทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.)
- ร้องเรียนทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ท.) ร้องเรียนทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ท.)
ติดต่อจุฬาฯ
- หน่วยงานของจุฬาฯ หน่วยงานของจุฬาฯ
- สมุดโทรศัพท์ออนไลน์ สมุดโทรศัพท์ออนไลน์
- Chula Map Chula Map
- แผนที่และการเดินทาง แผนที่และการเดินทาง
- ร่วมงานกับจุฬาฯ ร่วมงานกับจุฬาฯ
หลักสูตร
- หลักสูตรที่เปิดสอน (ภาษาไทย) หลักสูตรที่เปิดสอน (ภาษาไทย)
- หลักสูตรนานาชาติ หลักสูตรนานาชาติ
การสมัครเข้าศึกษา
- การสมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต การสมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต
- การสมัครเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา การสมัครเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
- ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา
- ทุนการศึกษา ทุนการศึกษา
หน่วยงานการศึกษา
- คณะ วิทยาลัย และสถาบัน คณะ วิทยาลัย และสถาบัน
- สำนักงานการทะเบียน สำนักงานการทะเบียน
- สำนักบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ
- สำนักบริหารกิจการนิสิต สำนักบริหารกิจการนิสิต
- องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ (อบจ.) องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ (อบจ.)
- ศูนย์การศึกษาทั่วไป ศูนย์การศึกษาทั่วไป
- การประเมินออนไลน์ (MCV) การประเมินออนไลน์ (MCV)
วิจัยและนวัตกรรม
- Chula DigiVerse Chula DigiVerse
- CU Innovation Hub CU Innovation Hub
- สำนักบริหารวิจัยจุฬาฯ (สบจ.) สำนักบริหารวิจัยจุฬาฯ (สบจ.)
- ข่าวสารงานวิจัยและนวัตกรรม ข่าวสารงานวิจัยและนวัตกรรม
- CU Social Innovation Hub CU Social Innovation Hub
- CU-Daily Research CU-Daily Research
ทุนวิจัย
- ทุนวิจัย ทุนวิจัย
- ทุนวิจัยในประเทศ ทุนวิจัยในประเทศ
- ทุนวิจัยต่างประเทศ ทุนวิจัยต่างประเทศ
- ทุนวิจัย สบจ. ทุนวิจัย สบจ.
- ทุนสนับสนุนยุทธศาสตร์การวิจัย ทุนสนับสนุนยุทธศาสตร์การวิจัย
- The Second Century Fund Office (C2F) The Second Century Fund Office (C2F)
หน่วยงานด้านการวิจัย
- สำนักบริหารวิจัย สำนักบริหารวิจัย
- สถาบันทรัพย์สินทางปัญญาแห่งจุฬาฯ สถาบันทรัพย์สินทางปัญญาแห่งจุฬาฯ
ชีวิตในจุฬาฯ
- หอสมุดและพื้นที่สร้างสรรค์ หอสมุดและพื้นที่สร้างสรรค์
- หอพัก หอพัก
- กีฬาและสุขภาพนิสิต กีฬาและสุขภาพนิสิต
- โรงอาหารและคาเฟ่ โรงอาหารและคาเฟ่
- กิจกรรมและชมรม กิจกรรมและชมรม
- รอบรั้วจุฬาฯ รอบรั้วจุฬาฯ
- ชีวิตนิสิตในกรุงเทพฯ ชีวิตนิสิตในกรุงเทพฯ
- ชีวิตนิสิตในประเทศไทย ชีวิตนิสิตในประเทศไทย
- สุขภาวะทางใจนิสิต สุขภาวะทางใจนิสิต
บริการนิสิต
- ศูนย์บริการสุขภาพแห่งจุฬาฯ ศูนย์บริการสุขภาพแห่งจุฬาฯ
- หน่วยส่งเสริมสุขภาวะนิสิต หน่วยส่งเสริมสุขภาวะนิสิต
- ศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ (Chula MOOC) ศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ (Chula MOOC)
- CUVIP CUVIP
- บริการสังคม
- บริการทดสอบและวิชาการ
- บริการทางการแพทย์
- บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
- สารสนเทศและการสื่อสาร
- พื้นที่สร้างสรรค์
- พิพิธภัณฑ์
บริการทดสอบและวิชาการ
- ศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาฯ ศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาฯ
- ศูนย์การแปลและการล่ามเฉลิมพระเกียรติ ศูนย์การแปลและการล่ามเฉลิมพระเกียรติ
- ศูนย์กฎหมายเพื่อประชาชน ศูนย์กฎหมายเพื่อประชาชน
- ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พิพิธภัณฑ์
- นิทรรศสถาน นิทรรศสถาน
- พิพิธภัณฑ์ชลทัศนสถาน พิพิธภัณฑ์ชลทัศนสถาน
- พิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน พิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน
- พิพิธภัณฑ์พืชมีชีวิต พิพิธภัณฑ์พืชมีชีวิต
- พิพิธภัณฑ์สมุนไพร พิพิธภัณฑ์สมุนไพร
สารสนเทศและการสื่อสาร
- สำนักงานวิทยทรัพยากร (หอสมุดกลาง) สำนักงานวิทยทรัพยากร (หอสมุดกลาง)
- ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาฯ ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาฯ
- สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- สถานีวิทยุแห่งจุฬาฯ สถานีวิทยุแห่งจุฬาฯ
บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
- ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล
- ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย
- ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม
- ศูนย์เครื่องมือวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STREC) ศูนย์เครื่องมือวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STREC)
บริการทางการแพทย์
- โอสถศาลา โอสถศาลา
- บริการทางทันตกรรม บริการทางทันตกรรม
- คลินิกกายภาพบำบัด คลินิกกายภาพบำบัด
- คลินิกเทคนิคการแพทย์ คลินิกเทคนิคการแพทย์
- คลินิกโภชนาการและการกำหนดอาหาร คลินิกโภชนาการและการกำหนดอาหาร
- โรงพยาบาลสัตว์เล็กจุฬาฯ โรงพยาบาลสัตว์เล็กจุฬาฯ
- ศูนย์เอ็มเน็ต ศูนย์เอ็มเน็ต
- ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ
พื้นที่สร้างสรรค์
- ศูนย์พันธกิจเพื่อสังคม ศูนย์พันธกิจเพื่อสังคม
- ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ธรรมสถานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ธรรมสถานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ
- จุฬาลงกรณ์ราชบรรณาลัย จุฬาลงกรณ์ราชบรรณาลัย
- เกี่ยวกับจุฬาฯ
- ย้อนกลับ
- เกี่ยวกับจุฬาฯ
- ประวัติจุฬาฯ
- วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์
- อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
- จุฬาฯ กับความยั่งยืน
- ข้อมูลและสถิติ
- หน่วยงานของจุฬาฯ
- ร้องเรียนทุจริตและประพฤติมิชอบ
รู้จักจุฬาฯ
- แนะนำจุฬาฯ
- ประวัติจุฬาฯ
- ภารกิจหลัก
- จุฬาฯ 100 ปี
- ข้อมูลและสถิติ
- บุคคลสำคัญที่มาเยือน
- การจัดอันดับมหาวิทยาลัย
- การรับรองหลักสูตร
การบริหาร
อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
- พระเกี้ยว
- สีชมพู
- ต้นจามจุรี
- เสื้อครุยพระราชทาน
- ชุดนิสิต
- เพลงมหาวิทยาลัย
- ชื่อปริญญา อักษรย่อปริญญา
- แบรนด์จุฬาฯ
- ภาพบรรยากาศ
- การศึกษา
- วิจัยและนวัตกรรม
วิจัยและนวัตกรรม
- Chula DigiVerse
- CU Innovation Hub
- สำนักบริหารวิจัยจุฬาฯ (สบจ.)
- ข่าวสารงานวิจัยและนวัตกรรม
- CU Social Innovation Hub
- CU-Daily Research
ทุนวิจัย
- ทุนวิจัย
- ทุนวิจัยในประเทศ
- ทุนวิจัยต่างประเทศ
- ทุนวิจัย สบจ.
- ทุนสนับสนุนยุทธศาสตร์การวิจัย
- The Second Century Fund Office (C2F)
หน่วยงานด้านการวิจัย
- ชีวิตในจุฬาฯ
- บริการสังคม
- ย้อนกลับ
- บริการสังคม
- บริการทดสอบและวิชาการ
- บริการทางการแพทย์
- บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
- สารสนเทศและการสื่อสาร
- พื้นที่สร้างสรรค์
- พิพิธภัณฑ์
บริการทดสอบและวิชาการ
- ศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาฯ
- ศูนย์การแปลและการล่ามเฉลิมพระเกียรติ
- ศูนย์กฎหมายเพื่อประชาชน
- ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สารสนเทศและการสื่อสาร
- สำนักงานวิทยทรัพยากร (หอสมุดกลาง)
- ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาฯ
- สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- สถานีวิทยุแห่งจุฬาฯ
บริการทางการแพทย์
- โอสถศาลา
- บริการทางทันตกรรม
- คลินิกกายภาพบำบัด
- คลินิกเทคนิคการแพทย์
- คลินิกโภชนาการและการกำหนดอาหาร
- โรงพยาบาลสัตว์เล็กจุฬาฯ
- ศูนย์เอ็มเน็ต
- ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ
พื้นที่สร้างสรรค์
- ศูนย์พันธกิจเพื่อสังคม
- ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ธรรมสถานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ
- จุฬาลงกรณ์ราชบรรณาลัย
พิพิธภัณฑ์
- สาระความรู้และข่าวสาร
ตัวช่วยการเข้าถึง
ภาษา
สืบค้น Chula.ac.th
การค้นหาล่าสุด
การค้นหายอดนิยม
เพลงมหาวิทยาลัย
ทั้งหมด 15 บทเพลง
อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
เพลงมหาวิทยาลัย
ค้นพบประสบการณ์ชีวิตในจุฬาฯ
ที่มากกว่าการเรียน
คุกกี้บนเว็บไซต์นี้
เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างราบรื่นและเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของคุณ
ผู้ประพันธ์ทำนอง
วิกรม เมาลานนท์
ผู้ประพันธ์เนื้อร้อง
วิกรม เมาลานนท์
ประวัติความเป็นมา
เพลงนี้ ศาสตราจารย์วิกรม เมาลานนท์ ประพันธ์คำร้องและทำนอง เมื่อปี พ.ศ. 2510 ท่านเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชา กฎหมายแก่นิสิต คณะต่างๆ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในขณะนั้น และเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านอาจารย์วิกรมเป็นผู้ที่มีความสามารถในการแต่งเพลงเป็นอย่างยิ่ง ท่านได้ประพันธ์เพลง “อุทยานจามจุรี” “เกียรติภูมิจุฬาฯ” “จุฬาฯ ขวัญดี” รวมทั้งเพลง “ชั่วดินฟ้า” ซึ่งเป็นเพลง ที่นิสิตจุฬาฯ และ นักศึกษาธรรมศาสตร์ ใช้ขับร้องร่วมกันในวันแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์ ทุกปี จนในที่สุดบทเพลงเหล่านี้ได้กลายมาเป็นเพลงเชียร์ของนิสิตจุฬาฯ ในเวลาต่อมา หากแต่ยังมิได้มีการนำไปบันทึกเสียงเผยแพร่แต่อย่างใด
เนื้อร้อง
ณ อุทยานนี้งามด้วยจามจุรี เขียวขจีแผ่ปกพสกจุฬาฯ ไพศาลตระหง่านสาขา ใต้ร่มพฤกษาจุฬาฯร่มเย็น จามจุรีนี้เป็นฉัตรกั้น ปลอบขวัญเตือนใจเมื่อเห็น คราทุกข์ขุกลำเค็ญ ใครจะเว้นสู่สนามจามจุรี งามเงาใจเรานี้เพราพิลาศ ผุดผาดผ่องพิพัฒน์จรัสศรี น้องจุฬาฯ พี่จุฬาฯ พร้อมกันมารื่นฤดี รักเราพูนเพิ่มทวีนิจนิรันดร์
ผู้ประพันธ์ทำนอง
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร์ สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
ผู้ประพันธ์เนื้อร้อง
ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา และนายสุภร ผลชีวิน
ประวัติความเป็นมา
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2459 อันเป็นปีสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นต้นมา นิสิตจุฬาฯ มีเพลงร้องภายในมหาวิทยาลัยมากมาย แต่ทว่าเพลงซึ่งประกาศว่าเป็นเพลงประจำสถาบันอันเป็นที่หมายรู้กันนั้นยังไม่ปรากฏ ในปี พ.ศ. 2491 ศาสตราจารย์ ม.ร.ว.สุมนชาติ สวัสดิกุล จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานเพลงประจำมหาวิทยาลัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ได้ทรงพระราชนิพนธ์เพลง “มหาจุฬาลงกรณ์” พระราชทานให้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมีท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา และนายสุภร ผลชีวินเป็นผู้ประพันธ์คำร้อง ด้วยพระปรีชาญาณ พระอัจฉริยภาพทางการดนตรี และพระวิริยะอุตสาหะที่ทรงตั้งพระทัยพระราชนิพนธ์เพลงนี้ให้มีความพิเศษแตกต่างจากบทเพลงอื่นๆ จึงทรงพระราชนิพนธ์เพลงนี้ด้วย Pentatonic scale หมายถึงในบทเพลงนี้จะประกอบไปด้วยโน้ตเพียง 5 เสียงเท่านั้นที่ซ่อนรูป และร้อยเกี่ยวอยู่ภายในบทเพลงอย่างลึกซึ้ง จนกระทั่งผู้ฟังจะไม่รู้สึกเลยว่าใช้หลักการประพันธ์ประเภทใด และทรงเลือกใช้สำเนียงที่ให้สีสันความเป็นโลกตะวันออกแต่กลับให้ท่วงทำนองสง่างามแบบสากลโดยไม่ปรากฏความขัดแย้งแต่ประการใด เราชาวจุฬาฯ ทั้งมวลรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้และตระหนักในพระวุฒิปรีชาสามารถในงานศิลปกรรมศาสตร์ทุกสาขา โดยเฉพาะดุริยางคศิลป์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชนิพนธ์เพลงมหาจุฬาลงกรณ์ เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยไว้ดุจอัญมณีล้ำค่าที่ชาวจุฬาฯ จะหวงแหนรักษาไว้เพื่อเป็นเกียรติอันสูงส่งแก่มหาวิทยาลัยชั่วกาลนาน
เนื้อร้อง
น้ำใจน้องพี่สีชมพู ทุกคนไม่รู้ลืมบูชา พระคุณของแหล่งเรียนมา จุฬาลงกรณ์ ขอทูนขอเทิดพระนามไท พระคุณแนบไว้นิรันดร ขอองค์พระเอื้ออาทร หลั่งพรคุ้มครอง นิสิตพร้อมหน้า สัญญาประคอง ความดีทุกอย่างต่างปอง ผยองพระเกียรติเกริกไกร ขอตราพระเกี้ยวยั้งยืนยง นิสิตประสงค์เป็นธงชัย ถาวรยศอยู่คู่ไทย เชิดชัย ชโย
ผู้ประพันธ์ทำนอง
เอื้อ สุนทรสนาน
ผู้ประพันธ์เนื้อร้อง
แก้ว อัจฉริยะกุล / พัชรพงศ์ จันทาพูน (เรียบเรียง)
ประวัติความเป็นมา
เนื้อร้อง
จุฬาฯของเรา งามเสลาสล้าง ประเทืองเบื้องฟ้าเวทางค์ งามไม่จางงามไม่สร่างสลัว จุฬาฯ ของเรา งามกว่าเขาไปทั่ว งามศักดิ์สถาบันตัว ดังดอกบัวบานเบิกหัวใจเรา วิศวกรรม สร้างทำคิดทำกันเข้า เรียนรู้ชูเชาว์ เพียรเร่งเพียรเร้าเพื่อเอาปริญญา อักษรศาสตร์คนสวย ชื่นชวยสำรวยเริงร่า งามล้ำตำราขลังกว่าคาถา จะสาธยายร่ายมนต์ หญิงพัวชายพัน สื่อกันสานกันเข้มข้น สื่อสารมวลชน คงจะมีผลข้นเข้มเต็มที อ้าสถาปัตยกรรม ความรู้งามล้ำจนลอยรี่ จะว่าให้ดี งานศิลปินี่โอฬาร์ นักการบัญชี ท่าทีล้วนมีสง่า พาณิชย์จุฬาฯ ใครว่าโสภาอย่าทำตามัว ถึงเหล่าครุ ผู้คนสาธุกันทั่ว ไปไหนใครกลัวเหมือนว่าเป็นขรัว อยู่รั้ววัดวาร่ำไป หมอไทยใจดี ชีพมีพร้อมพลีคนไข้ เรียนไว้เพียรไป ชาวแพทย์ศาสตร์ไซร้ไม่เคยประวิง แพทย์สัตว์ทั้งหลาย ไม่วายรักษาสัตย์ยิ่ง เรารักงานจริงทั้งชายทั้งหญิง ไม่ทิ้งงานแพทย์สัตว์ไป นักการงานเมือง ประเทืองรัฐเรืองเมืองใหม่ งามทั้งเมืองไทย รัฐศาสตร์ไซร้นั่นชาวจุฬาฯ สดชื่นไฉไลไทยเมธี งามสมศักดิ์ศรีมีสง่า งามศักดิ์สัจจา ชาววิทยาศาสตร์ภูมิใจ นักการคำนวณ คู่ควรนั้นเศรษฐศาสตร์ ช่างคิดช่วยรัฐ ประหยัดอัตราราคาเงินไทย แม้นเจ็บปวดฟัน ทันตแพทย์นั้นบำบัดให้ โยกถอนคลอนไปทันตแพทย์ไซร้ ว่องไวตั้งใจช่วยทำ นักการธรรมนูญ เพิ่มพูนนั้นนิติศาสตร์ กฎหมายเก่งกาจ ดวงจิตสะอาดมั่นคงทรงธรรม เรื่องยานั้นชาวเภสัชศาสตร์ รอบรู้เปรื่องปราดด้วยเรียนร่ำ ตั้งใจฝึกฝน คิดค้นประจำมุ่งทำไป เราต่างมีศักดิ์ศรีดีเด่น ไปที่ไหนใครเห็นฤาเว้นพาใจวาบไหว อ๋อ ชาวจุฬาฯ โสภาพิไล เพราะได้อาศัยในรั้วของธรรมจรรยา เราอยู่ในสถาบันใหญ่ เราต้องรักกันไว้ใจน้องคล้องใจพี่หนา รักเราปักใจคล้ายรอยเหมือนตรา พระเกี้ยวงามฟ้าพราวโพ้นทิวาราตรี
ผู้ประพันธ์ทำนอง
สดใส พันธุมโกมล
ผู้ประพันธ์เนื้อร้อง
สดใส พันธุมโกมล
ประวัติความเป็นมา
เพลงนี้ประพันธ์โดย รศ.สดใส พันธุมโกมล เมื่อครั้งที่อาจารย์ศึกษาอยู่ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เป็นนิสิตชั้นปีที่ 3 ในครั้งนั้นอาจารย์ดำรงตำแหน่งนายกชุมนุมดนตรี (ชมรมดนตรีสากล C.U.BAND ในปัจจุบัน) นับเป็นนายกชุมนุมดนตรีที่เป็นผู้หญิงคนแรกของจุฬาฯ อาจารย์เป็นผู้รับผิดชอบการแสดงในส่วนของดนตรี อาจารย์จึงได้แต่งเพลง “C.U.POLKA” ขึ้น เพื่อเป็นเพลงเอกในการแสดงดนตรีประกอบการเต้นรำเป็นชุด MUSICAL NUMBER
เนื้อร้อง
Come – on and play the C.U.POLKA Come – on and do our “boom boom bam” ! Come – on and play the C.U.POLKA And you will pass the re -exam ! Come – on and play the C.U.POLKA Let’s go – a – boom – boom night and day ! Don’t ever stop to boom – boom – bam And you will pass the re – examLet’s go our C.U. way : “Boom – ba – la -ka Bow -bow – bow Chik – a – la – ka Chow – chow – chow Boom -a – lak – a – bow Chik – a – lak – a – chow Who are we ? Chulalongkorn ! Can’t you see ? Rah !” Come – on and play the C.U.POLKA And you will know that life is gay Come – on and play the C.U.Polka Throw all those gloomy books away ! Come – on and play the C.U.Polka Forget those lectures and be gay Don’t ever stop to boom – boom – bam And you will pass the re – exam Let’s go our C.U. way : “Boom….. ………….Rah….! When C.U. boys say “Boom – ba – la – ka !” They mean to say “Dear,I love you !” When C.U.girls say “Chick – a – la – ka ! ‘ They mean to say ” I love you too !” So let us sing this C.U..POLKA Let’s fall in love on C.U.DAY ! Don’t ever stop to boom – boom – bam And you will pass the re – exam Let’s go our C.U.way!
ผู้ประพันธ์ทำนอง
Eua Sunthornsanan
ผู้ประพันธ์เนื้อร้อง
Kaew Atchariyakun
ประวัติความเป็นมา
ในช่วงปี พ.ศ. 2483 ครูเอื้อนำวงดนตรีมาบรรเลงเป็นประจำทุกปีในงานเฉลิมฉลองต่างๆ ของมหาวิทยาลัย และในช่วงนั้นเองเป็นช่วงที่นิสิตที่ครูเอื้อ และครูแก้วสนิทสนมด้วยถูกรีไทร์จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จึงได้ร่วมกันแต่งเพลงนี้ขึ้นแสดงในรายการ ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยวงสุนทราภรณ์ เพื่อเป็นการอำลาอาลัยจากสถาบันที่รักแห่งนี้
เนื้อร้อง
Oh Chamchuri, farewell to thee; you remind me of days gone by,Aggrieved, I have to leave my long-time friend. So close we were; sadly apart we are now torn, Out of sight will we be from this day on, My heart now longs for days foregone. Adieu to thee, Oh Chamchuri, true friend of mine, Shadycomfort unfailingly you did provide, My heart’s sinking upon leaving, saying good bye. Oh who will console my lonely soul, Apart we are; yet remembrance fondly we share, Together or far afield, as one will we always be bound. *Chamchuri (Rain Tree) is one of the important university symbols, which unifies the hearts andminds of all members of the Chulalongkorn community.
ผู้ประพันธ์ทำนอง
สีหนาท สวนแก้ว
ผู้ประพันธ์เนื้อร้อง
สีหนาท สวนแก้ว/ชรภิญญ์ พงษ์ธรพิพัฒน์
ประวัติความเป็นมา
เพลง “ร่มจามจุรี” คาดว่า แต่งขึ้นในราวปี พ.ศ. 2523 ด้วยเงื่อนไขของเวลาและความพลัดพรากอันเป็นสัจธรรม เนื้อหาและทำนองของบทเพลงจึงเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อาลัยอาวรณ์ แสนเสียดาย ที่จะต้องจากสถานศึกษา ซึ่งอุดมไปด้วยมิตรภาพ ความรัก และความผูกพัน บทเพลงทำให้นึกถึงภาพบรรยากาศภายในรั้วจุฬาฯ ที่ร่วมสานสายใยระหว่างพี่น้องและเพื่อนใต้ร่มจามจุรี จนกระทั่งกลายมาเป็นสายสัมพันธ์ระหว่างลูกจุฬาฯ ที่สืบทอดต่อกันมาอย่างไม่มีวันขาดสาย บทเพลงนี้จึงเปรียบเสมือนเพลงร่ำลาอีกบทหนึ่งของชีวิตนิสิตแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชื่อว่าชาวจุฬาฯ ทุกคนคงรู้สึก เช่นเดียวกันว่า ถึงแม้ว่า จะต้องจากไปก็จะมิไปลับ “จะกลับมาเยือน” ดังปรากฏเป็นข้อความในวรรคสุดท้ายของเพลงนี้
เนื้อร้อง
เมื่อก้าวเข้ามาสู่แดนร่มจามจุรี เอิบอิ่มฤดีเย็นใจใต้ร่มใบบัง เหมือนไม้โอบอวยชัยให้สมหวัง เหมือนเป็นกำลังใจให้ก้าวเดิน ได้อาศัยร่มใบต้นจามจุรี สุขฤดีนี้คือจุฬาลงกรณ์ รู้เรียนร่ำพร่ำเพียรเพื่อเกียรติขจร หวังเชิดชูนามกรแห่งจุฬาฯ เมื่อจะก้าวออกไปจากอกไกลเงาจามจุรี จากถิ่นนี้นามที่จุฬาลงกรณ์ ลมโชยโบกก้านใบให้พร ขอลาก่อนไม่ไปลับจะกลับเยือน
ผู้ประพันธ์ทำนอง
เอื้อ สุนทรสนาน
ผู้ประพันธ์เนื้อร้อง
แก้ว อัจฉริยะกุล
ประวัติความเป็นมา
เพลงไมตรีเป็นผลงานเพลงชิ้นใหม่ที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อการบันทึกเสียงเพลงจุฬาฯ ในครั้งนี้ โดยคุณไกวัล ติโลกะวิชัย ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ ๓ สืบเนื่องมาจากงานกีฬามหาวิทยาลัยซึ่งจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าภาพจัดงาน จึงได้มอบหมายให้คุณไกวัลแต่งเพลงขึ้นเพื่อใช้ในพิธีเปิดและปิดการแข่งขัน ในครั้งนั้นคุณไกวัลได้แต่งเพลงจามจุรีเกมส์ขึ้น และสืบเนื่องมาจนกระทั่งถึงงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๗ ทางจุฬาฯ ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนั้นอีกเช่นกัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้มอบหมายให้คุณไกวัลแต่งเพลงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อใช้ในพิธีเปิดและปิดการแข่งขันคือ เพลงน้ำใจ – สามัคคี บทเพลงทั้งสองเป็นที่กล่าวขานถึงและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่งจากผู้ฟังที่ชุมนุมอยู่ในพิธีครั้งนั้น ภายหลังต่อมาเมื่อทางสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดทำโครงการบันทึกเสียงเพลงของจุฬาฯ ขึ้นใหม่จึงได้มอบหมายคุณไกวัลนำบทเพลงน้ำใจ – สามัคคีมาร่วมบันทึกไว้ด้วยในฐานะบทเพลงจุฬาฯ รุ่นใหม่ คุณไกวัลได้ตั้งใจที่จะผลิตผลงานขึ้นใหม่สำหรับการบันทึกเสียงครั้งนี้โดยนำเค้าโครงและความประทับใจจากเพลงน้ำใจ-สามัคคี มาแต่งขยายและเรียบเรียงเป็นเพลงไมตรีโดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความสามัคคี กลมเกลียว และความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างอาจารย์ นิสิต บุคลากร และบุคคลทั่วไป
เนื้อร้อง
แตกต่างกันสักเพียงไหน เมื่อใจของเรานั้นคิดไป แท้จริงที่ในใจ ทุกคนนั้นคือน้องพี่ เพราะมือคู่เดียวย่อมมิอาจเปลี่ยนแปลงโลกนี้ หากความรักและความดีจะประสานใจไมตรีให้กันและกันโลกนั้นคงงดงาม (สร้อย) นับพันหมื่นแสนแขนเกี่ยวกัน ผูกพันเพื่อนพ้องน้องพี่ ผูกใจร้อยไมตรีมิมีวันจะเสื่อมคลาย จับมือของเราให้มั่น สร้างสรรค์พลังยิ่งใหญ่ตราบดินฟ้ายังมิสิ้นไปน้ำใจยังมี หลั่งรินหล่อเลี้ยงใจ เอื้ออาทร ห่วงใยถึงกัน หัวใจต่างสัมพันธ์น้ำใจของเราเป็นหนึ่ง เพราะคำหนึ่งคำนั้นยังจำในใจสุดซึ้ง นั้นคือไมตรีตรึงหยั่งถึงในใจเราตลอดมา ตลอดไป จากมือต่อมือสู่ใจ ร้อยเกี่ยว จากคนหนึ่งเดียว ร้อยคน รวมเป็นล้าน จะประสานโลกเราให้สดใส ดั่งดอกไม้นับพันหมื่นเบ่งบาน รับตะวันทองแสงตระการ อยู่บนฟ้าอบอุ่นสวยงาม (สร้อย ๒ ครั้ง)
ผู้ประพันธ์ทำนอง
ผู้ประพันธ์เนื้อร้อง
จักราวุธ แสวงผล
ประวัติความเป็นมา
เนื้อร้อง
ราตรีงดงามด้วยดาวส่องฟ้า ประดับนภาและคอยบอกทาง จุฬาฯ ของเราช่วยเราทุกอย่าง เป็นแสงนำทางให้ตลอดมา วันคืนรื่นรมย์ร่มจามจุรี ยังจำได้ดีพระคุณจุฬาฯ คอยเจียระไนให้สิ่งล้ำค่า เป็นเพชรจุฬาฯอยู่กลางหัวใจ ประกายแห่งเพชร ประกายศักดิ์ศรี ส่องทางวันนี้ไปยังพรุ่งนี้และวันต่อไป ประกายแห่งเพชร สาดแสงยิ่งใหญ่ ประกายสุขใสในใจแห่งเพชรชมพูจุฬาฯ อันเชิญเพชรงามให้ความสดใสสาดส่องหัวใจผองชาวจุฬาฯ เป็นแรงให้เราก้าวไปข้างหน้า รับใช้ประชาแห่งดินแดนไทย ประกายสุกใสในใจแห่งเพชรชมพูจุฬาฯ
ผู้ประพันธ์ทำนอง
เพลงพื้นเมืองอเมริกัน
ผู้ประพันธ์เนื้อร้อง
ม.ล.จิตสาร ชุมสาย ณ อยุธยา
ประวัติความเป็นมา
เพลง “เดิน” ซึ่งในปัจจุบันเรียกกันทั่วไปว่าเพลง “เดินจุฬาฯ” แต่เดิมเรียกชื่อเพลงคำเดียวว่า “เดิน” แต่งคำร้อง โดย ม.ล.จิตสาร ชุมสาย ณ อยุธยา โดยอาศัยทำนองเพลงพื้นเมืองอเมริกัน ที่ให้จังหวะมาร์ชสนุกสนาน และเป็นที่ครึกครื้น ในสมัยก่อนเมื่อถึงเทศกาลกีฬาฟุตบอลประเพณี นิสิตจุฬาฯ จะใช้เพลง “เดิน” เป็นเพลงเรียกกำลัง ซึ่งจะร้องรำทำเพลงในระหว่างที่กำลังเดินทางไปแข่งกีฬาฯ ในวันจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์ เหล่านิสิตจุฬาฯ จะออกเดินทางตั้งแต่ตีห้าหรือย่ำรุ่งในวันนั้น จะมีเสียงเพลงจากรถยนต์และรถบรรทุกของชาวจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์ วิ่งไปตามถนนสายต่างๆ ในกรุงเทพฯ พร้อมด้วยเสียงเพลงเอกเพลงหนึ่ง ที่มีชื่อว่าเพลง “เดิน” มาเป็นพลังสำคัญในการเรียกขวัญและกำลังใจของชาวจุฬาฯ ทุกคน
เนื้อร้อง
เดิน ๆ เถิดรา นิสิตมหาจุฬาลงกรณ์ เดิน ๆ พร้อมหน้าเพื่อนำชัยมาจุฬาลงกรณ์ ชโย ๆ จุฬาฯ สถานศึกษาสง่าพระนาม ใครจะหยามเหยียดจุฬาฯ เราอย่ายอม เราอย่ายอม ชิงเถิด ชิงเอาชัยชิงด้วยน้ำใจเป็นนักกีฬา เชียร์เถิดเราเชียร์ให้บำรุงน้ำใจพวกเราจุฬาฯ พลีเถิดพลีกายพร้อมเลือดเนื้อเรายอมยกให้จุฬาฯ จงมุ่งหน้าพาเอาชัยให้จุฬาฯให้จุฬาฯ March March Along We Sing a Song We Sing So Gay March March Along We Sing a Song for C.U. Way C.U. will Win Again Just as the Same as Previous Day We Will Sing C.U. Will Win! Will Win!
ผู้ประพันธ์ทำนอง
เอื้อ สุนทรสนาน
ผู้ประพันธ์เนื้อร้อง
แก้ว อัจฉริยะกุล
ประวัติความเป็นมา
ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๘๐ – พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ วิถีชีวิตและความบันเทิงในรูปแบบของชาวตะวันตกหลั่งไหลเข้าสู่การดำเนินชีวิตของสังคมชาวเมือง เช่น วัฒนธรรมการสวมหมวก วัฒนธรรมในการสนทนา เหล่านี้เป็นต้น การเต้นรำนับเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบความบันเทิง ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในสโมสรต่างๆ ในพระนคร ทั้งระดับผู้บริหาร ข้าราชการ ประชาชน และนิสิต นักศึกษา ในระยะนั้น วงดนตรีสุนทราภรณ์ของครูเอื้อ สุนทรสนาน จะเป็นผู้บรรเลงดนตรีสำหรับการเต้นรำบอลรูมทั่วไป รวมทั้งงานประจำปีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วย ทุกครั้งที่ครูเอื้อนำวงมาบรรเลงให้จุฬาฯ ท่านมักจะประพันธ์เพลงขึ้นใหม่เพิ่มเติม และเพลง “ดาวจุฬาฯ” นี้ ครูเอื้อได้ แต่งขึ้นไว้เคียงคู่กับเพลง “ดาวสังคม” ซึ่งเป็นเพลงประจำวงสุนทราภรณ์ ซึ่งได้กล่าวถึงสุภาพสตรีที่มีความเด่นปรากฎในสังคมยุคนั้น ในขณะที่สุภาพสตรีที่มีการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยก็มีปรากฏเป็นจำนวนน้อย อีกทั้งยังมีมหาวิทยาลัยที่เปิดการเรียนการสอนอยู่เพียงไม่กี่แห่ง นิสิตหญิงที่ศึกษาอยู่ที่จุฬาฯ จึงมีความเด่นไปด้วยในสังคม
เนื้อร้อง
ภายในจุฬาฯ เขตจามจุรีรั้วสีชมพู เห็นนางคนหนึ่งงามหรู สวยเป็นดาราที่รู้ทั่วไป แม่เป็นขวัญตาแก่ชาวจุฬาฯ สมค่าพึงใจ จะมองแห่งใด ถูกตาถูกใจ ไม่มีแห่งไหนลวงตา ชวนนิยม โฉมที่คนงามข่มคำกวี เฉิดฉวี รัชนี มิเทียมเทวี แม่เป็นศรีจุฬาฯ รูปสอางค์ รูปอย่างนางฟ้าสรรค์สร้างให้มา เกิดเป็นดาวจุฬาฯ เด่นดาราเหล่าจุฬาฯ ต่างก็พากล่าวว่านางสวยเฉิดฉันท์ โสภาผ่องพรรณ แม่งามกว่าจันทร์ เหมือนขวัญจุฬาฯ สวยจนดาวอื่นอิจฉา เย้ยดวงดาราหมดฟ้ารวมกัน แม่งามละมุน เกิดมาคู่บุญเนื้ออุ่นลาวัลย์ เหล่าชายผูกพัน จุฬาฯ ใฝ่ฝันเพียงยิ้มเท่านั้นลานใจ ดาวสังคมนั้นยังงามไม่ข่มดาวจุฬาฯ งามหนักหนา แม้นใครมาเห็นดาวจุฬาฯ ตื่นผวาอาลัย กล่าวให้ซึ้ง พร่ำรำพึงมิได้ครึ่งทรามวัย ดาวจุฬาฯ คือใครอยู่ที่ใดเลิศวิไล เด่นปานใด เหล่าจุฬาฯ รู้ข่าวนั้น
ผู้ประพันธ์ทำนอง
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
ผู้ประพันธ์เนื้อร้อง
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
ประวัติความเป็นมา
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงนิพนธ์เพลงนี้ทั้งคำร้องและทำนองให้องค์การนิสิตจุฬาฯ เมื่อปี พ.ศ. 2492 และบันทึกเสียงโดยวงดนตรีกรมโฆษณาการ (กรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน) เมื่อปี พ.ศ. 2493 ต่อมาวง C.U. BAND แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้นำออกบรรเลงในวันประกาศเกียรติคุณมอบรางวัลพระเกี้ยวทองคำในปี พ.ศ. 2496
เนื้อร้อง
พวกเราจุฬาฯ เรามาร่วมชุมนุมกัน จากไปนานวัน ห่างกันต่างอยู่ไกล วันนี้ฤกษ์งามยามดี เรานี้ร่วมหทัย นัดไหนนัดใดก็แห่กันมา พวกเราจุฬาฯ เราสามัคคีกลมเกลียว จิตหนึ่งใจเดียวกลมเกลียวกันหนักหนา วันนี้ร่วมกันบันเทิง ระเริงรื่นวิญญา พวกเราจุฬาฯ มารื่นเริงกัน อันนามจุฬาฯ จุฬาฯ สมญานี้ผูกดวงใจ พวกเราเอาไว้ให้ร่วมใจกัน จุฬาฯมีสีชมพู สีดีสีผ่องผุดพรรณ ผูกใจเรามั่นไม่มีวันคลาย พวกเราจุฬาฯ เรามาร่วมรื่นเริงรมย์ ต่างคนชื่นชม สุขสมดังจิตหมาย เรามาเต้นรำทำเพลง บรรเลงให้สบาย ทั้งหญิงทั้งชายมารื่นเริงกัน
ผู้ประพันธ์ทำนอง
ปิยะ รณรื่น
ผู้ประพันธ์เนื้อร้อง
ปิยะ รณรื่น
ประวัติความเป็นมา
เพลงนี้ คุณปิยะ รณรื่น ประพันธ์คำร้อง และทำนองเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ เมื่อครั้งยังเป็นนิสิต คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปี ที่ ๒ คุณปิยะเป็นนิสิตผู้หนึ่งที่มีความสนใจทางด้านดนตรีที่มีมาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษา และได้ทดลองแต่งเพลงไว้มากมาย เมื่อได้เข้ามาศึกษาที่จุฬาฯ ก็ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับชมรมดนตรีสากลสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ส.จ.ม.) ในฐานะนักร้องในช่วงเวลานั้น จึงได้เริ่มแต่งเพลงประจำสถาบันขึ้น เพื่อใช้บรรเลงและขับร้องในหมู่นักดนตรีของสโมสรฯ และเพลง “จามจุรีประดับใจ” นี้ ถือเป็นเพลงจุฬาฯ เพลงแรก ที่คุณปิยะได้ แต่งขึ้นในระหว่างที่เป็นนิสิตอยู่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เนื้อร้อง
ผืนแผ่นแดนดินถิ่นนี้ คือสีชมพูเด่นไกล สีรวมแหล่งธารน้ำใจไหลรินมาร่วมกัน แม้แผ่นดินยังคู่ฟ้า จุฬาฯ ทุกคนผูกพัน สายใยแห่งใจรักมั่น ใฝ่ฝันชั่วชีวันมิเลือน ร่มจามจุรีนี้คือร่มใจ พี่น้องและเพื่อน ฝังใจเตือนเปรียบเหมือนแหล่งความรักซื่อตรง ถึงห่างไกลกันเพียงไหน แต่ใจรักเรามั่นคง พระนามจุฬาฯ สูงส่ง ยืนยงตราบชั่วดินฟ้าเอย
ผู้ประพันธ์ทำนอง
เอื้อ สุนทรสนาน
ผู้ประพันธ์เนื้อร้อง
แก้ว อัจฉริยะกุล
ประวัติความเป็นมา
เพลง “ขวัญใจจุฬาฯ” นี้ มีลักษณะเพลงคล้ายคลึงกันกับเพลง “ดาวจุฬาฯ” ทั้งด้านเนื้อหา และท่วงทำนอง ซึ่งมีความไพเราะ และเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเต้นรำ เพลงนี้ ได้ประพันธ์ขึ้นในช่วง ที่สังคมกำลังนิยมการจัดเลี้ยง และการเต้นรำบอลรูม และในสังคมจุฬาฯ ก็ เช่นกัน นิยมจัดงานประเภทนี้ เป็นงานรื่นเริงประจำปี เช่น งานปีใหม่งานเลี้ยงฉลองพระราชทานปริญญาบัตร เป็นต้น
เนื้อร้อง
(สร้อย)ขวัญเอยขวัญใจจุฬาฯ โฉมเจ้าโสภาผ่องพรรณ สวยเอยสมเป็นมิ่งขวัญ ล้ำลาวัณย์ขวัญจุฬาฯ น่ารักเอย จอมใจจุฬาฯ เป็นยอดยุพากว่าใคร ขอเพียงฝากใจน้อมให้สุดา จอมเอยจอมใจพิลาศพิไลหนักหนา ขวัญเอยแม่ขวัญตา งามคู่จุฬาฯ เสมอเอย(สร้อย) บุญเอยบุญใด ถึงได้ขวัญใจอย่างนี้ โสภาผ่องศรีฤดีติดตา เธอเป็นจอมใจเป็นมิ่งฤทัยจุฬาฯ ขอเพียงแต่แม่ยุพาเป็นคู่จุฬาฯ เสมอเอย(สร้อย) ความดีความงามจงอย่ารู้ทรามเสื่อมไป ขอจงสดใสมิได้คลาดคลา อาภรณ์อันใดประดับไว้ในจุฬาฯ มิเทียบเท่าเยาวภา เป็นมิ่งจุฬาฯ เสมอเอย (สร้อย)
ผู้ประพันธ์ทำนอง
วิกรม เมาลานนท์
ผู้ประพันธ์เนื้อร้อง
วิกรม เมาลานนท์
ประวัติความเป็นมา
เพลง “เกียรติภูมิจุฬาฯ” นี้ เป็นการ แต่งขึ้นแบบทันทีทันใดไม่มีการวางโครงสร้างทางดนตรี และคำร้องมาก่อน เพื่อให้เสร็จทันกับคำอ้อนวอนของลูกศิษย์ในงานหนึ่ง โดยมีอาจารย์สังข์ อสัตถวาสี และอาจารย์ระพินทร บรรจงศิลป เป็นผู้ช่วยในการให้ทำนอง ผลงานเพลงประจำสถาบันคงเป็นสิ่ง ที่แสดงถึงพรสวรรค์ ความรัก ความผูกพันในสถาบันจากหัวใจของอาจารย์ เช่นเดียวกันกับชาวจุฬาฯ ทุกคน ที่ยังคงตระหนักถึงเกียรติภูมิของสถาบัน และชีวิตอันร่มเย็นในรั้วจามจุรีแห่งนี้ อย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย
เนื้อร้อง
มาเถิดมาภารดาจุฬาฯ ทุกแหล่ง มาร่วมแรงร่วมรักและสามัคคี อาวุโสเทิดไว้ น้ำใจระเบียบเรานี้ พร้อมประเพณีเสริมให้มีแต่วัฒนา สีชมพู เชิดชูไว้คู่แดนไทย แสนยิ่งใหญ่และเกรียงไกรในวิทยา น้องพี่เราล้วนยิ้มแย้ม พักตร์แจ่มหฤหรรษา ยึดมั่นอุดมการณ์มาเพื่อผองประชาชาติไทยทั้งมวล ทั่วราชอาณาจักรนี้เราเป็นหลักอยู่แต่ละส่วนชาวจุฬาฯ จึงควรรู้ค่าแห่งเกียรติภูมิจุฬาฯ พร้อมกันอภิรักษ์ พิทักษ์ให้อยู่คู่ฟ้าวุฒิศักดิ์จุฬาฯ วัฒนาอยู่นิจนิรันดร์
ผู้ประพันธ์ทำนอง
เอื้อ สุนทรสนาน
ผู้ประพันธ์เนื้อร้อง
แก้ว อัจฉริยะกุล
ประวัติความเป็นมา
บทเพลงนี้สะท้อนความเป็นไปในการดำเนินชีวิตนักศึกษาได้เป็นอย่างดียิ่งจากการที่ชาวจุฬาฯ ถือเอาจามจุรีเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และด้วยวัฏจักรของต้นจามจุรีมีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวจุฬาฯ กล่าวคือมีสีเขียวให้ความสดชื่นในช่วงเวลาภาคต้นของการศึกษาเสมือนนิสิตปีที่ 1 ที่ยังคงร่าเริงสนุกสนานกับการเป็นน้องใหม่ และเมื่อเวลาผ่านไปในภาคปลายการศึกษา ทั้งใบและฝักย้ำเตือนให้นิสิตเตรียมตัวสอบปลายปี มิฉะนั้นอาจจะต้องเรียนซ้ำชั้นหรือถูกไล่ออก อีกทั้งในปี พ.ศ. 2491 ซึ่งเป็นระยะแรกที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช้วิธีสอบคัดเลือกผู้เข้าศึกษา (แทนการรับเข้าศึกษาจากนักเรียนโรงเรียนเตรียมจุฬาฯ แต่เดิม) นิสิตซึ่งมาจากสถานที่ต่างๆ กันประสบกับปัญหาในชีวิตนักศึกษาเป็นอันมาก เนื่องจากเพิ่งก้าวออกจากชีวิตภายในรั้วโรงเรียนมัธยมศึกษาเข้าสู่รั้วการศึกษาในมหาวิทยาลัย ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทั้งสภาพแวดล้อมและสภาพการเรียนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในระยะนั้นครูเอื้อได้รับเชิญให้นำวงดนตรีสุนทราภรณ์เข้ามาบรรเลงในมหาวิทยาลัยอยู่บ่อยครั้ง และได้สัมผัสกับชีวิตนิสิตในรั้วจุฬาฯ แห่งนี้อย่างใกล้ชิด ครูเอื้อจึงได้แต่งเพลงนี้ขึ้นเพื่อเป็นการเตือนใจสำหรับการดำเนินชีวิตในมหาวิทยาลัย และเป็นอุทาหรณ์ป้องกันการสอบแก้ตัว การซ้ำชั้น และการถูกไล่ออก
เนื้อร้อง
เมื่อต้นปีจามจุรีงามล้น เครื่องหมายของสิ่งมงคล ทุกคนเริ่มต้นสนใจ เริ่มเวลารับชาวจุฬาฯ น้องใหม่ เบิกบานสำราญฤทัย น้องเรามาใหม่หลายคน เห็นจามจุรีสีงาม ทุกยามช่างงามล้ำล้น น้องเราเข้ามาทุกคน เบิกบานกมลเริ่มต้นด้วยดี พร้อมกันในวันนี้เอง ร้องเพลงครื้นเครงเต็มที่ หมายเอาจามจุรีเป็นเกียรติเป็นศรีของชาวจุฬาฯ เมื่อกลางปีจามจุรีฝักหล่น ถึงเวลาหน้าฝนลำต้นก็ลื่นหนักหนา ฝักหล่นไปทั้งยางก็ไหลลงมา ถ้าเดินพลั้งพลาดท่าจะล้มทันที ฉันใดก็ดี ยางจามจุรีเตือนใจ ว่ายางที่ไหลนั้นคือยางอายเรานี้ พลาดการศึกษาแสนอายหนักหนาทั้งตาปี จำยางจามจุรีเตือนใจ เมื่อปลายปีดอกจามจุรีร่วงหล่น ทิ้งใบเกลื่อนถนนเหลือเพียงลำต้นยืนไว้ เหล่าจุฬาฯ ทิ้งความสุขาทันใด พ่อแม่น้องพี่ใกล้ไกลอยู่ไหนลืมพลัน ที่กินถิ่นนอน มิได้อาวรณ์นำพา มีความปรารถนาเหลือเพียงตำราเท่านั้น เพื่อนเชือนชักทิ้งจนคนรักสารพันหวังมิให้ตกชั้นรีไทร์