|
ในฐานะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยที่หนึ่งของชาติ จึงมีภาระหน้าที่ในการที่จะเป็นผู้นำและสนองความจำเป็นของชาติ ทั้งในด้านคงความเป็นเลิศและความสามารถที่จะปรับเปลี่ยนตามสภาพที่เปลี่ยนแปลงไป
สังคมเศรษฐกิจของประเทศไทยในขณะนี้มีกระแสการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน กระแสประชาธิปไตยที่มีการเคารพสิทธิของประชาชน มีเสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ กระแสโลกาภิวัฒน์ที่มีการแข่งขันกันโดยเสรี ข้ามชาติ และภายในชาติ มีการตลาดเป็นกลไกสำคัญ กระแสธรรมาภิบาลที่มีการปกครองที่ดี มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และภาระรับผิดชอบ และกระแสข้อมูลข่าวสารที่มีการส่งและรับข้อมูลกันอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ข้อความรู้ไม่จำกัดอยู่แต่ในวงวิชาชีพ แต่กลายเป็นสาธารณะที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ได้
วิทยาการก็ปรับสภาพไปอย่างมาก เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความรู้มีการเกิดและดับได้ ประกอบกับเกิดสังคมเศรษฐกิจที่มีความรู้เป็นฐาน การตัดสินใจในนโยบายและการกระทำต่างๆ ต้องมีหลักฐานความรู้ทางวิชาการและความรู้ในสภาพเฉพาะกำกับ โดยต้องเป็นความรู้ที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และยอมรับได้ การบริหารจัดการความรู้จึงเป็นกระบวนการที่ปรับเปลี่ยนและขยายตัวอย่างมาก ตั้งแต่การเข้าถึงความรู้ การกลั่นกรอง ตีค่า และย่อยความรู้ การปรับความรู้ให้อยู่ในที่ใช้ได้ง่าย การกระจายความรู้ที่เน้นผู้รับเป็นศูนย์กลาง และการใช้ความรู้ได้โดยรู้เท่าทันความรู้
สังคมเศรษฐกิจที่มีความรู้เป็นฐาน ยังต้องอาศัยการมีค่านิยมหรือจุดยืนที่ถูกต้อง เหมาะสม สามารถยืนหยัดรับและใช้ค่านิยมสากลที่หลั่งไหลเข้ามามากด้วยสื่อต่างๆ มากระทบกับค่านิยมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติอย่างแรง จำเป็นต้องสร้างสมดุลและสามารถรักษาความเป็นไทไว้ให้ได้ โดยต้องต้านกระแสที่ไม่พึงประสงค์ให้ได้ ทั้งกระแสบริโภคนิยม วัตถุนิยม ความฟุ้งเฟ้อ ความเห็นแก่ตัว และความรุนแรง ทั้งนี้ สมรรถนะไทยที่เป็นคุณความดีดั้งเดิมของเราจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญ เช่น เศรษฐกิจพอเพียง ความอะลุ่มอล่วย ความเอื้ออาทร บุรพการีให้อุปการะแก่กันและกัน และความอ่อนไหว อ่อนโอนปรับเปลี่ยนได้ อันนำไปสู่สังคมที่มีสันติสุข
การเปลี่ยนแปลงและสภาพการณ์ต่างๆ นี้ ผลักดันและดึงให้อุดมศึกษาต้องปรับไปจากเดิม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีภารกิจเพิ่มขึ้น ต้องติดตามและสร้างเสริมความรู้ เทคโนโลยี และวิทยาการต่างๆ โดยมีการบริหารจัดการที่ดี สามารถสนองความจำเป็นของสังคมเศรษฐกิจได้ ความเป็นเลิศมีความสำคัญในระยะนี้มากกว่าระยะใดๆ ที่แล้วมา ค่านิยม ความถูกต้อง ความดี คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ต้องชัดเจนและใช้การได้ โดยมหาวิทยาลัยต้องปกปักรักษา ยืนหยัด และพร้อมจะปลูกฝังให้เกิดกับนิสิตและสังคมทั่วไป
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยต้องมีภารกิจที่เพิ่มพูนขึ้นนี้ ภายใต้ภาวะที่ทรัพยากรมีจำกัดมากขึ้น แม้ว่าจะต้องมีการลงทุนและมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องขยายฐานทรัพยากรให้หลากหลายและกว้างขวางยิ่งขึ้น แต่ต้องรักษาปณิธานที่จะเป็นสถาบันอุดมศึกษาของปวงชน เน้นความเสมอภาคในโอกาส บนฐานของความสามารถของแต่ละบุคคล และความเข้าถึงได้โดยไม่เลือกเศรษฐานะหรือภูมิลำเนาใด
ถึงเวลาที่จะต้องสร้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใหม่ ต้องคิดกันให้ชัดในเชิงปรัชญาและหลักการ เช่น ประเด็นความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัย ประเด็นความสัมพันธ์กับสังคม ประเด็นการหารายได้จากหลายแหล่ง ประเด็นคุณภาพ ประเด็นความเสมอภาค และความเป็นมหาวิทยาลัยของประชาชน เป็นต้น กับในเชิงการปฏิบัติที่จะทำให้หลักการเป็นจริง หรือการดำเนินงานสอดคล้องกับหลักการ รวมทั้งระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้สามารถดำเนินการในเชิงทั้งสองข้างต้นนั้นได้ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นองค์กรสูงสุดของมหาวิทยาลัย ที่ต้องรับผิดชอบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นและให้กระบวนการปรับเปลี่ยนเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม ได้ผล และเป็นที่ยอมรับได้
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ จรัส สุวรรณเวลา
นายกสภามหาวิทยาลัย
ข้อมูลเพิ่มเติม : เว็บไซต์สภามหาวิทยาลัย
|