อาจารย์ครุศาสตร์ จุฬาฯได้รับรางวัล EIU Best Practice 2014 จาก UNESCO

3/10/2014   ข่าว, ข่าวสาร, ข่าวเด่น, ความภูมิใจของจุฬาฯ, นวัตกรรมและงานวิจัย Tag:

201410_1_im01a_hotnews

อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับรางวัลด้านการปฏิบัติการสอนที่เป็นเยี่ยม (Best Practice) จาก Asia-Pacific Centre of Education for International Understanding (APCEIU) แห่งองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือ UNESCO โดยมีประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกร่วมส่งผลงานเข้าประกวด ซึ่งโครงการจากประเทศไทยนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น EIU Best Practice ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในปี ๒๐๑๔ โดยจะได้ตีพิมพ์ลงในเอกสารทางวิชาการของ EIU Best Practice เพื่อเผยแพร่ในระดับนานาชาติต่อไป

201410__im02_hotnews

โครงการจากคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ภายใต้หัวข้อ Enhancing Student Environmental Sustainability Awareness with Innovative Art Materials: Multidisciplinary of art and Science Activities ได้รับการพิจารณาจาก APCEIU ว่าเป็นโครงการที่ใช้การสอนเชิงพหุศาสตร์ที่สามารถบูรณาการความรู้ศิลปศึกษาและวิทยาศาสตร์เข้าในกิจกรรมได้อย่างกลมกลืน นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนแก่สังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนได้นำนวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์ศิลปะที่วิจัยพัฒนาขึ้นเป็นสีเกล็ดมุกและดินจุฬา ที่นำขยะเปลือกหอยแมลงภู่จากโรงงานอุตสาหกรรมไปใช้เป็นกรณีศึกษาอันทำให้ผู้เรียนเกิดความตระหนักในการมีส่วนร่วมลดโลกร้อน รวมทั้งรักษาสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืนได้OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ทั้งนี้จากการศึกษาวิจัยพบว่าการเลี้ยงหอยแมลงภู่ และหอยนางรมมีส่วนสำคัญที่ช่วยลดปริมาณธาตุคาร์บอนในมหาสมุทรลงได้ทางหนึ่ง เนื่องจากกว่าร้อยละเก้าสิบของน้ำหนักเปลือกหอยประกอบด้วยสารประกอบแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3)หรือหินปูน ซึ่งมีปริมาณธาตุคาร์บอนที่หอยดูดเก็บจากน้ำทะเลได้ถึงร้อยละ ๑๒ของน้ำหนักเปลือก (เป็นการศึกษาในหอยนางรม)ดังนั้นการประกอบอาชีพเลี้ยงหอยจึงมีส่วนสำคัญช่วยลดโลกร้อนด้วยการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกอย่าง CO2 ได้ทางหนึ่ง อย่างไรก็ดีการกำจัดขยะเปลือกหอยจึงจำเป็นต้องทำอย่างถูกวิธีด้วยการนำกลับไปคืนสู่ท้องทะเลเพื่อให้กระบวนการในทะเลเป็นตัวย่อยสลายและสร้างหาดทรายที่สวยงามขึ้น ไม่ควรนำไปฝังกลบทำให้เกิดมลภาวะในดินและหากเปลือกหอยจำนวนมากถูกกัดกร่อนโดยกรดก็จะปลดปล่อย CO2 กลับสู่ชั้นบรรยากาศสร้างภาวะโลกร้อนได้ดังนั้นการนำขยะเปลือกหอยแมลงภู่ซึ่งในแต่ละปีประเทศไทยมีขยะเหล่านี้มากถึง ๕๐,๐๐๐ ตัน มาพัฒนาเป็นสีเกล็ดมุกและดินจุฬา นับเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดโลกร้อนได้เนื่องจากเกล็ดมุกเหล่านั้นยังคงอยู่ในสภาพของ CaCO3 ในรูปผลึกอราโกไนต์ซึ่งยังคงคุณสมบัติมุกที่สมบูรณ์อยู่โดยผลงานวิจัยพัฒนานวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์นี้ได้รับรางวัล 3 เหรียญทองจากการประกวด International Exhibition of Innovation of Geneva ประเทศสมาพันธ์รัฐสวิส และ ได้รับรางวัลพิเศษจากสมาคมส่งเสริมนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ KIPA จากประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ในปี ๒๐๑๔  การวิจัยพัฒนานวัตกรรมและกิจกรรมการสอนนี้ใช้เวลาดำเนินการกว่า ๑ ปี จนสามารถพัฒนาเป็นหลักสูตรกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกต่อสภาวะโลกร้อนซึ่งกำลังสร้างผลกระทบวงกว้างต่อชีวิตผู้คนบนโลก รวมทั้งการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยแบ่งเนื้อหากิจกรรมออกเป็น ๔ ตอนได้แก่ ตอนแรก โลกที่ร้อนขึ้นกับชีวิตที่จะเปลี่ยนไป  ตอนที่สอง มาสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนกัน  ตอนที่สาม หอยแมลงภู่ผู้พิชิตโลกร้อนกับความลับในเปลือกหอย และตอนสุดท้าย บทสรุปกับผลงานสร้างสรรค์   กิจกรรมในช่วงแรกมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจต่อสถานการณ์ภาวะโลกร้อนและการหาหนทางแก้ไข โดยกิจกรรมในช่วงหลังเป็นการปลุกจิตสำนึกที่เราทุกคนล้วนมีส่วนรับผิดชอบต่อสภาวะโลกร้อน โดยผู้เรียนนำเสนอผ่านผลงานศิลปะที่สวยงาม

OLYMPUS DIGITAL CAMERAกิจกรรมดังกล่าวนอกจากจะนำไปใช้กับผู้เรียนในระดับปริญญาตรีเพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อสถานการณ์สภาวะโลกร้อนแล้ว  ยังเปิดโอกาสให้นิสิตบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาศิลปศึกษาได้มีประสบการณ์ตรงกับการพัฒนาหลักสูตรโมดูลสำหรับประถมศึกษาเพื่อปลูกฝังให้เด็ก ๆ เกิดความเข้าใจตระหนักต่อสภาวะสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืน ควบคู่ไปกับความคิดสร้างสรรค์และสุนทรียภาพด้วยนอกจากนี้คณะทำงานได้นำนิสิตบัณฑิตศึกษาฯ ลงพื้นที่สู่ชุมชนเลี้ยงหอยแมลงภู่ในจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างความยั่งยืนให้แก่สิ่งแวดล้อมและคุณค่าของการเลี้ยงหอยแมลงภู่ที่เกี่ยวข้องกับการลดโลกร้อนตามวิถีชีวิตของตน ตลอดจนเปิดโอกาสให้เด็กในชุมชนได้สัมผัสสื่อนวัตกรรมศิลปะชนิดใหม่อีกด้วย

การดำเนินการในโครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานคือ  รศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยอุปกรณ์รับรู้ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ อ.สมใจ จงรักษ์วิทย์ หัวหน้าโครงการเสริมศักยภาพทางด้านศิลปะ โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม คุณมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร รวมทั้งอุทยานเรียนรู้จังหวัดสมุทรสาคร  ตลอดจนได้รับการสนับสนุนจากคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ

APCEIU ซึ่งเป็นหน่วยงานในอุปถัมภ์ของ  UNESCO ให้ความสำคัญต่อการศึกษาเพื่อการสร้างความเข้าใจในระดับนานาชาติอันนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ได้ให้ความสนใจและเฝ้าติดตามการดำเนินโครงการนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ในการนี้ Dr.CHUNG Utak ผู้อำนวยการ APCEIU และ Dr.KIM Kwang-Hyun ได้เดินทางมาเยี่ยมชมการสอนของสาขาวิชาศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาด้วยตนเอง เมื่อวันพุธที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๗ และได้มอบรางวัลการปฏิบัติการสอนที่เป็นเยี่ยมให้แก่คณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วยคณาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปศึกษา ๕ ท่านคือ รศ.ดร.ปุณณรัตน์ พิชญไพบูลย์ หัวหน้าโครงการ  อ.ดร.อภิชาติ พลประเสริฐ  อ.ดร.ขนบพร แสงวณิช  อ.ดร.อินทิรา พรมพันธุ์  อ.ดร.โสมฉาย บุญญานันต์   โดยมี รศ.ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง คณบดีคณะครุศาสตร์ และ ผศ.วิทยา ไล้ทอง หัวหน้าภาควิชาศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ศึกษา ร่วมในพิธีมอบรางวัลการปฏิบัติการสอนที่เป็นเยี่ยมแก่คณะทำงานในครั้งนี้ด้วย

View : 824