จุฬาฯ – สกว. แถลงข่าว “เลื้อยสนั่นโลก! ที่สุดของการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก” ไส้เดือน – ตะขาบ – ปลิงควาย

8/10/2014   ข่าว, ข่าวสาร, ข่าวเด่น, นวัตกรรมและงานวิจัย Tag: , ,

20141008_1_hotnews

เมื่อวันอังคารที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุมดีภัก ซี เจน ชั้น ๑ SASA International House ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาฯ ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ศ.ดร.สุพจน์ หารหนองบัว คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และ ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยซิสเทมาติกส์ของสัตว์ จุฬาฯ ร่วมเป็นประธานในงานแถลงข่าว “เลื้อยสนั่นโลก! ที่สุดของการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก” เปิดตัวไส้เดือนสายพันธุ์ของไทยกว่า ๕๐ สายพันธุ์ และไส้เดือนชนิดใหม่ ๒๐ สายพันธุ์ ที่พบในระบบนิเวศที่หลากหลายของไทย “ตะขาบม่วงสิมิลัน” ตะขาบชนิดใหม่ของโลก ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อวิทยาศาสตร์จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ “ปลิงควายนครพนม” ปลิงควายชนิดใหม่ของโลก

การค้นพบเหล่านี้เป็นผลมาจากการสนับสนุนของจุฬาฯ และ สกว. เพื่อพัฒนางานวิจัยด้านอนุกรมวิธานและซิสเทมาติกส์ของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในดิน ได้แก่ หอยทาก กิ้งกือ ตะขาบ และไส้เดือนอย่างต่อเนื่อง และการทำงานอย่างทุ่มเทของคณะนักวิจัยจากหน่วยปฏิบัติการวิจัยซิสเทมาติกส์ของสัตว์ จุฬาฯ ทำให้สามารถค้นพบทรัพยากรชีวภาพที่มีคุณค่าของชาติ ที่จะสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์เป็นอเนกอนันต์ต่อไป

2

ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดี กล่าวถึงการสนับสนุนงานวิจัยของจุฬาฯ ว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความมุ่งมั่นในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและการสร้างผลงานวิจัย เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาค และนำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในภาคการผลิตและชุมชนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้มหาวิทยาลัยจึงให้การสนับสนุนการวิจัยทั้งรูปแบบของการให้ทุนวิจัย ตลอดจนการสมทบทุนวิจัยร่วมกับแหล่งทุนวิจัยต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สกว. มาโดยตลอด ปัจจุบันจุฬาฯ ได้สร้างผลผลิตที่เป็นฐานแห่งองค์ความรู้ของชาติ ภูมิภาค และโลก จนเป็นที่ยอมรับและได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของภูมิภาค และจุฬาฯ ยังคงเดินหน้าสู่ศตวรรษที่ ๒ ในอีก ๓ ปีข้างหน้า ในการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อไปสู่การเป็น “เสาหลักของแผ่นดิน” และการผลิตและพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการแข่งขันสูง ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวต่อไปว่า การแถลงข่าวในวันนี้จึงเป็นอีกวาระหนึ่ง เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานของคณาจารย์ นักวิจัย นิสิตของจุฬาฯ และมหาวิทยาลัยในเครือข่าย ร่วมกับ สกว. ผู้ให้ทุน ผลงานวิจัยเหล่านี้ถือเป็นการค้นพบที่ต่างชาติให้การยอมรับว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่ของโลก และเป็นทรัพยากรทางชีวภาพที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอดได้ในหลากหลายด้าน ทั้งวงการแพทย์ วงการเกษตรอินทรีย์ ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มและการกินดีอยู่ดีของคนไทย ผลจากวิจัยเชิงลึกที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ของการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบันได้

8

7

5

ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา ภาควิชาชีววิทยา หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยซิสเทมาติกส์ของสัตว์ จุฬาฯ เปิดเผยถึงการค้นพบดังกล่าวว่า จากการเก็บตัวอย่างและศึกษาไส้เดือนทั่วประเทศไทยพบว่า จนถึงปัจจุบันประเทศไทยมีการค้นพบและยืนยันแล้วกว่า ๕๐ สายพันธุ์ และคาดว่าน่าจะมีมากกว่า ๑๐๐ สายพันธุ์ ไส้เดือนชนิดที่โดดเด่น อาทิ “ไส้เดือนยักษ์แม่น้ำโขง” มีบทบาททำให้ดินบริเวณแม่น้ำโขงอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำการเกษตร “ไส้เดือนชายหาด” ทำหน้าที่เป็นเทศบาลที่ชายหาดทรายทางทะเล กำจัดสิ่งปฏิกูลในหาดทราย ทำให้หาดทรายสะอาดมีสิ่งมีชีวิตต่างๆ อาศัยอยู่มากมาย ฯลฯ

ใน ๒ – ๓ ปีที่ผ่านมา คณะนักวิจัยได้ค้นพบไส้เดือนชนิดใหม่ในไทยมากกว่า ๒๐ สายพันธุ์ โดยชนิดที่โดดเด่นน่าสนใจ อาทิ “ไส้เดือนยักษ์สุรินทร์” เป็นไส้เดือนขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางลำตัวประมาณ ๑ – ๒ ซม. ตัวใหญ่สุดมีความยาวเกือบ ๕๐ ซม. พบครั้งแรกที่ จ.สุรินทร์ “ไส้เดือนยักษ์ท่าคันโท” ไส้เดือนชนิดนี้จะถ่ายมูล หรือ “ขุยไส้เดือน” มีลักษณะเป็นหอคอยสูง ๒๐ – ๓๐ ซม. “ไส้เดือนป่าเต็งรังชัยภูมิ” พบอาศัยอยู่ในป่าเต็งรังที่ จ.ชัยภูมิ เป็นต้น

6

สำหรับ “ตะขาบม่วงสิมิลัน” เป็นตะขาบชนิดใหม่ของโลกที่ค้นพบในประเทศไทย ที่หมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยได้รับพระราชทานชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sterropristes violaceus Muadsub and Panha, 2012” โดยคำว่า “violaceus” หมายถึง สีม่วงของลำตัวตะขาบซึ่งตรงกับสีวันพระราชสมภพ โดยการค้นพบครั้งนี้ได้รับตีพิมพ์ลงในวารสารวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ ตะขาบชนิดนี้พบอาศัยอยู่บนหมู่เกาะในทะเลอันดามันเท่านั้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับหลักฐานทางธรณีวิทยาเกี่ยวกับการกำเนิดของเกาะ ที่ถูกตัดขาดจากแผ่นดินใหญ่เมื่อน้ำทะเลขึ้นสูงเมื่อหลายพันปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดลักษณะและสภาพแวดล้อมที่จำเพาะต่อตะขาบชนิดนี้ การค้นพบในครั้งนี้ทำให้ “ตะขาบม่วงสิมิลัน” กลายเป็นทรัพยากรทางพันธุกรรมที่สำคัญและมีมูลค่าของชาติ

10

ในส่วนของ “ปลิงควายนครพนม” พบที่ จ.นครพนม ซึ่งมีการนำปลิงควายมาตากแห้งส่งขายต่างประเทศ โดยในธรรมชาติจะมีปลิง ๒ สายพันธุ์ว่ายอยู่ด้วยกัน เมื่อนำมาตรวจสอบพบว่าปลิงควายชนิดใหม่ของโลกที่ค้นพบนี้มีจำนวนโครโมโซมแตกต่างจากปลิงควายชวาและปลิงควายทั่วไปอย่างสิ้นเชิง และจากการวัด DNA ดูระยะห่างทางพันธุกรรมก็เห็นได้ชัดว่าแยกจากกัน จะเห็นได้ว่าในระบบนิเวศ ๒ ตัวอยู่ด้วยกัน อาจจะแบ่งหน้าที่การทำงาน จึงมีสปีชีส์แยกออกไปได้ ถือเป็นความรู้ที่น่าสนใจมากในเชิงความรู้พื้นฐาน และเชิงการนำไปใช้ประโยชน์ นอกจากนี้พวกปลิงจะมีสารพวกฮิรูดินที่ป้องกันการแข็งตัวของเลือด ซึ่งในต่างประเทศมีการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ยิ่งมีหลายชนิดก็จะยิ่งมีลักษณะของสารที่แตกต่างกัน ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ในแง่มุมที่แตกต่างกันได้

9

View : 2315