นวัตกรรมโดนใจในงานจุฬาฯ Expo 2017

19/3/2017   ข่าว, ข่าวสาร, ข่าวเด่น Tag: , ,

แอพเกมพาเที่ยวไทย

          สัมผัสการท่องเที่ยวแบบใหม่ กับ “Letscape” แอพพลิเคชั่นพาเที่ยวผ่านเกม นวัตกรรมเพื่อสังคมโดยนิสิตจุฬาฯ

  • แอพพลิเคชั่นที่นำเสนอมีจุดเด่นอย่างไร
    แอพพลิเคชั่นที่สร้างรูปแบบการท่องเที่ยวแบบใหม่ ทำให้คนรู้สึกว่าอยากจะไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ มากขึ้น เราก็พยายามที่จะทำให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมด เราต้องไปร่วมมือกับสายการบิน โรงแรม ร้านค้าต่างๆ เพื่อจะนำคน และพานักท่องเที่ยวให้ไปสถานที่เหล่านั้น เพราะสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยที่โดดเด่นจริงๆ มีจำกัดมาก นักท่องเที่ยวก็ไปมาอยู่ที่ซ้ำๆ กัน จึงอยากพาคนเหล่านั้นไปในที่ที่เขาไม่เคยรู้จัก และร้านค้าต่างๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวก็ได้ประโยชน์ด้วย ผ่านการใช้ปัญญาประดิษฐ์ เป็นการโต้ตอบกับคน มีปริศนา มีกิจกรรมให้ผู้ใช้บริการเล่นครับ
  • รูปแบบการทำงานของแอพพลิเคชั่นคล้ายๆ กับของ Pokemon Go หรือเปล่า
    ใช่เลยครับ เราต้องออกไปตามสถานที่ต่างๆ ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับแอพพลิเคชั่นและกับสถานที่จริง ต้องไขปริศนาตามสถานที่ต่างๆ ทำพันธกิจตามสถานที่ให้ลุล่วง เมื่อเก็บระยะเดินทางได้พอสมควรแล้วก็จะสามารถนำไปใช้แลกเปลี่ยนเป็นสินค้าและบริการของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมให้คนไปท่องเที่ยวต่อไปครับ

ซึ่งระบบการทำงานแบบปัญญาประดิษฐ์ เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเรามากขึ้นในอนาคตครับ คือทุกอย่างจะสามารถโต้ตอบกับเราได้ ทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น   มีเรื่องราวมากขึ้น

  • การใช้แอพพลิเคชั่นจะทำให้ผู้คนหันมาสนใจการเล่นเกมบนมือถือแทนการท่องเที่ยว หรือเปล่า

A : แอพพลิเคชั่นจะทำหน้าที่พาคนมายังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆอย่างทั่วถึง ด้วยกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ การตามล่าหาของ หรือปริศนาต่างๆ ที่มีในแอพพลิเคชั่นก็ออกมาในรูปแบบที่สนับสนุนการออกไปเที่ยว มีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมจริง สถานที่จริง  คนเที่ยวก็ต้องได้ท่องเที่ยวจริงๆ

ยกตัวอย่างเวลาถ่ายภาพก็อาจจะไม่รู้ว่าสถานที่นี้ควรถ่ายภาพยังไง จุดไหน เวลากี่โมง ภาพถึงจะออกมาสวย เหมาะสมที่สุด  แอพพลิเคชั่นจะมีเกมการตามล่าหาของ เป็นความท้าทาย เช่น ต้องไปถ่ายภาพตามคำสั่ง เป็นต้น เป็นกิจกรรมที่จะบังคับให้ผู้ใช้งานต้องออกไปเที่ยว ออกไปเจอสถานที่จริงครับ

Q : ตอนนี้จะพัฒนาต่อยอดอะไรบ้าง

A : ตอนนี้ยังไม่ค่อยรองรับภาษาไทยเท่าไหร่ครับ เลยคิดจะต่อยอดด้วยการทำระบบให้รองรับภาษาไทย และภาษาอื่นๆ เพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเที่ยวคนเดียว แล้วอยากได้คำแนะนำในการท่องเที่ยว … จะมีใส่ข้อมูลเล็กๆ น้อยไว้ แล้วก็มีกฎระเบียบของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ ที่ควรปฏิบัติตาม เช่น ในวัดก็ควรแต่งกายให้สุภาพ ทำกิริยาให้สำรวม … คนที่แบ็คแพ็คมาเที่ยวไทยคนเดียว ก็อาจจะต้องการเพื่อนเที่ยว หรือต้องการที่จะได้พูดคุย ทำความรู้จัก สัมผัสประสบการณ์ กับคนท้องถิ่นในพื้นที่ด้วย เลยเน้นไปที่ภาษาอังกฤษก่อน ซึ่งหากแอพพลิเคชั่นของพี่ได้ผลจริงก็อยากจะทำให้รองรับหลายๆ ภาษา ให้คนไทยได้ใช้เองด้วยครับ

ผู้ให้สัมภาษณ์ : นภวิชญ์ เลขะวณิช  นิสิตปริญญาโท สาขาธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม จุฬาฯ

รายงานโดย ณภัทร กองรัตนานันท์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ


ชุดปลูกผักสำหรับคนที่มีพื้นที่ใช้สอยน้อย

นักปลูกผักมือใหม่ มีเฮ SPROUT นวัตกรรมใหม่สำหรับคนที่มีพื้นที่ใช้สอยน้อยแต่ชื่นชอบในการทานผักสุขภาพ 

  • ชุดอุปกรณ์ปลูกผักระบบไฮโดรโพนิกส์ภายในที่อยู่อาศัย ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอะไร
    ชุดปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ชุดนี้ ชื่อว่า SPROUT แปลว่าเมล็ดพันธุ์อ่อนที่กำลังจะงอกเงย ด้วยรูปทรงของเมล็ดพันธุ์อ่อน จะมีรูปทรงที่โค้งว้าวเข้ามาในส่วนตรงกลางของก้าน เป็นจุดที่ได้รับแรงบันดาลใจในการเอามาออกแบบเป็นถ้วยเซรามิกในการควบคุมการไหลของน้ำ ช่วยให้มีผลในการดูแลระบบน้ำให้มีการเสถียร เหมาะกับการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์
  • มีอุปสรรคอะไรบ้างในระหว่างการพัฒนาแบบ
    เรื่องของรูปทรงที่ว่ามันจะสามารถควบคุมทิศทางของการไหลของน้ำได้ดีหรือไม่ จะสามารถชะลอการไหลเวียนของน้ำได้ไหม และในเรื่องของแสง เพราะว่าในการปลูกผักในพื้นที่ร่ม แสงมันอาจจะไม่เพียงพอ เลยต้องหาวิธีการทดลองเรื่องแสง LED และเฉดสีของแสงที่เหมาะสมต่อการปลูกผัก
  • สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ในการปลูกผักเลย จะสามารถปลูกได้หรือไม่
    จริงๆ แล้ว กลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ตัวนี้เป็นคนที่ไม่มีความรู้อะไรเลย การปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ไม่ต้องใช้ดิน ใช้เวลาดูแลแค่อาทิตย์ละครั้ง คนไม่มีความรู้สามารถเลือกพันธุ์พืชผักของเราในแต่ละอย่างที่เขาอยากกินได้เลย และก็สามารถนำมาใส่ในแท่น แล้วก็จุ่มลงไปในช่องของตัวผลิตภัณฑ์ได้เลย ผู้ปลูกดูแลแค่ให้ผักดูสดชื่น และให้อยู่ในแหล่งที่แสงเพียงพอ

หลังจากนั้นก็เปลื่ยนน้ำสัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้น้ำสะอาด และลดตะกอนที่อยู่ตรงก้นของถ้วยชามเซรามิก ป้องกันการอุดตัน น้ำที่อยู่ในระบบนี้สามารถใช้นานได้ถึงหนึ่งอาทิตย์ หลังจากนั้นก็เปลื่ยนน้ำใหม่ สามารถนำไปรดน้ำต้นไม้อื่นๆ ต่อได้

นวัตกรรมตัวนี้จะมาพร้อมสมุดบันทึกที่ทำให้ผู้ใช้ได้ติดตามผักของตนในทุกวันๆ ผู้ใช้จะมีความสุขกับการปลูกผักมากขึ้น และภูมิใจที่ได้กินผักที่ตัวเองปลูก

สัมภาษณ์ ดัรสวิน สุวรรณเพชร  นิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

 รายงานโดย ฑริกา อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ


“หลังคาเขียว” อีกทางเลือกของคนกรุง

นิสิตคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนำเสนอโครงการ “หลังคาเขียว” เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวตามนโยบายของกรุงเทพฯ

  • “หลังคาเขียว” คืออะไร
    คือหลังคาที่มีการประยุกต์หรือสร้างเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมไว้บนนั้น อย่างเช่นการปลูกต้นไม้ แผงโซล่าเซลล์ และแหล่งพลังงานสะอาด ที่จุฬาฯ มีหลังคาเขียวที่ตึกมหิตลาธิเบศร, อาคาร อ.ป.ร ของคณะแพทย์ และอาคาร 60 ปี ของคณะสัตวแพทย์
  • ที่มาและสาเหตุที่ต้องการนำเสนอโครงการนี้คืออะไร
    เนื่องจากพื้นที่ในตัวเมืองมีพื้นที่สีเขียวหรือมีต้นไม้ค่อนข้างน้อย ดังนั้นจึงคิดว่าหลังคาหรือดาดฟ้าธรรมดาที่ถูกปล่อยร้างไว้ก็สามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ดีกว่าการหาพื้นที่ใหม่แล้วปลูกเพิ่ม
  • หลังคาเขียวมีประโยชน์อย่างไร
    วิจัยในต่างประเทศพบว่าหลังคาเขียวที่มีการดูแลอย่างเต็มรูปแบบจะสามารถลดอุณหภูมิในตัวตึก 1-2 องศาเซลเซียส ดักจับฝุ่นละออง และเป็นตัวกรองน้ำได้
  • แนวทางในการพัฒนาต่อในอนาคตเป็นอย่างไร
    ทาง กทม. มีนโยบายในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วทั้งจังหวัด ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมทั้งหลังคาเขียวด้วย ดังนั้นจึงเชื่อว่าหากนำความรู้เรื่องนี้ไปถ่ายทอดจะสามารถทำให้คนเห็นถึงประโยชน์ของหลังคาสีเขียวและทำให้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น

สัมภาษณ์ จารุมน อรรคพิพัฒน์ ภาคชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ชั้นปีที่ 3

รายงาน ชินวัฒน์  เล็งลัคน์กุล คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ


“ระบบไร้สายแจ้งเตือนรถไฟ ป้องกันอุบัติเหตุ”

นิสิตคณะวิศวฯ จุฬาฯ นำเสนอนวัตกรรม“ต้นแบบระบบแจ้งเตือนการมาถึงของรถไฟที่ทางข้ามทางรถไฟด้วยการสื่อสารไร้สาย” เพิ่มความปลอดภัย คาดพัฒนาต่อยอดได้ ถ้าได้ร่วมมือกับการรถไฟ

  • ได้แนวคิดเรื่อง ต้นแบบระบบแจ้งเตือนรถไฟ มาจากไหน
    ปกติแล้ว จะมีข่าวอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยๆ  เมื่อรถไฟมาแล้ว ทำไมเราไม่เห็น ทำไมอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยมาก จึงคิดว่า ต้นแบบแจ้งเตือนนี้อาจจะช่วยลดปัญหาได้ … เพราะ ตัวนี้อุปการณ์จะบอกเวลาของรถไฟที่จะมาถึงจุดทางข้ามได้ เป็นระบบอัตโนมัติ มีตัวฮาร์ดแวร์อีกตัวหนึ่งที่ติดตั้งตรงจุดตัดครับ
  • เคยทดลองใช้ไหม ผลเป็นอย่างไร
    เคยทดลองติดตั้งจริง ที่แถวธนบุรีครับ เราเก็บข้อมูลเป็นโปรไฟล์ความเร็วของรถไฟ แล้วจากข้อมูลที่เราเก็บก็จับมาเทียบกับของจริงครับ ก็จะมีความผิดพลาด คลาดเคลื่อนประมาณสองวินาทีครับ
  • อุปสรรค และปัญหาในขั้นตอนการดำเนินงานไหม
    ปัญหาก็จะมีเรื่องการรับค่าที่รถไฟ ซึ่งจะวิ่งด้วยความเร็วที่บางทีก็ไม่คงที่ ทำให้มีปัญหาในการคำนวณบ้าง และถ้านำไปติดตั้งจริง ก็อาจจะมีปัญหาจากธรรมชาติ เช่น ฝนตก
  • นวัตกรรมนี้จะสามารถนำไปต่อยอดในระยะยาวได้อย่างไรบ้าง
    คิดว่าต่อไปก็อาจจะต้องพัฒนาระบบการกั้นรถไฟครับ บอกเวลาให้แม่นยำขึ้น ทำให้นำไปใช้จริงทั่วประเทศ แต่ว่าตอนนี้ยังอยู่ในขั้นต้นแบบ เป็นตัวทดลองอยู่ ยังต้องขอความร่วมมือกับการรถไฟด้วยครับ

ผู้ให้สัมภาษณ์ : กษิดิศ หอมสุวรรณ นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ ๔

รายงานโดย ณัฏฐณิชา พันธุ์สัมฤทธิ์  คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ


อุปกรณ์แทนไม้เท้าเพื่อภาพลักษณ์ของผู้พิการทางสายตา

iSonar 2 เครื่องบอกเตือนสิ่งกีดขวาง สำหรับผู้บกพร่องทางการเห็น เครื่องแรกของโลกที่คำนึงถึงภาพลักษณ์ผู้ใช้งานเป็นสำคัญ เป็นผลงานร่วมสามสถาบัน ระหว่าง อ.สุรพล   วรภัทราทร สำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ มฟล. ร่วมกับ นางณัชชา จัทร์วราภา นักศึกษาแพทย์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และ ผศ.กุลธดา เตชวรสินสกุล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

Q: มีแรงบันดาลใจจากอะไร

A: ปกติผู้พิการทางสายตาจะใช้ไม้เท้า เพื่อใช้ในการหาสิ่งกีดขวาง แต่ผู้พิการทางสายตาก็อยากจะมีภาพลักษณ์ที่ดี ไม่อยากจะถือไม้เท้า เราจึงคิดเครื่องนี้ขึ้นมา ที่จริงเรามี iSonar เวอร์ชัน 1 เสร็จเมื่อ 5 ปีที่แล้ว มันก็พอจะใช้ได้ ตรวจจับสิ่งกีดขวางได้ แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่มันไม่น่าใช้ การใช้งานที่ค่อนข้างยาก และต้องห้อยคอแกว่งไปแกว่งมาจึงเกิดปัญหา เพราะฉะนั้น จึงผลิตเครื่อง iSonar รุ่น 2 ขึ้นมา นอกจากจะตรวจจับสิ่งกีดขวางได้ดีแล้ว ยังมีรูปลักษณ์และดีไซน์ที่ลงตัวด้วย

Q: ทำไมใส่ใจในเรื่องของภาพลักษณ์ของผู้ใช้เป็นพิเศษ

A: ผมมีความคุ้นเคยกับผู้พิการทางสายตา ไม่มีใครหรอกที่อยากจะถือไม้เท้าโชว์ว่าเราตาบอดนะ เพราะฉะนั้นเครื่องนี้ก็เลยตอบโจทย์ตรงที่ว่า ดีไซน์ก็ไม่ได้ขัดอะไรมาก อย่างเช่นตัวเซนเซอร์รับนี่ก็มีลักษณะคล้ายกับอุปกรณ์ bluetooth หรือหูฟังรุ่นใหม่ทั่วๆ ไป ตัวเครื่องก็ไม่ได้ใหญ่ สามารถเก็บไว้ในกระเป๋า กะทัดรัด ก็คล้ายๆ กับเราใช้ Iphone ฟังเพลงอยู่ คนภายนอกดูก็จะไม่สังเกต ดูกลมกลืน ทำให้ผู้พิการมั่นใจมากขึ้นที่จะออกจากบ้านมาใช้ชีวิตประจำวัน

Q: วิธีการใช้งาน ใช้อย่างไรคะ?

A: วิธีใช้ก็ง่ายมากนะครับ เปิดเครื่อง แล้วก็คล้องอุปกรณ์ไว้ที่หู คล้ายๆ กับใส่ bluetooth และเมื่อเดินเข้าไปใกล้สิ่งกีดขวางในระยะ 130 เซนติเมตร ตัวเครื่องจะเริ่มสั่นเตือน โดยจะสั่นเตือนอ่อนๆ เหมือนมีคนมาสะกิดข้างหูเรา ยิ่งใกล้สิ่งกีดขวางมาก ก็ยิ่งสั่นเตือนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ แล้วก็สามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางได้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเลย เพราะฉะนั้นผู้พิการก็โยนไม้เท้า     อันเก่าทิ้งไปได้เลย

Q: คิดว่าในอนาคตจะมีการพัฒนาไปอย่างไรได้อีกคะ?

A: วันนึงเราคงทำให้เป็นแบบไร้สายไปเลย หรือว่าเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายให้มากขึ้น หรือไม่   ก็เกาะกับแว่นหรืออะไรบางอย่าง แล้วก็ไม่มีสายพะรุงพะรัง ให้ดูไม่ออกเลยว่าคนนี้ตาบอด ความตั้งใจของเราเป็นแบบนั้นครับ

สัมภาษณ์ อ.สุรพล วรภัทราทร อาจารย์ประจำสำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ

View : 2998