ทะเลเปลี่ยนสี เหตุแพลงตอนเพิ่ม

19/3/2017   ข่าว, ข่าวสาร, ข่าวเด่น Tag: , ,

 

ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ยืนยันว่าปรากฏการณ์ “ขี้ปลาวาฬ” หรือภาวะน้ำทะเลเปลี่ยนสีเกิดจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนแพลงตอน เตือนให้ระวังการรับประทานอาหารทะเลบริเวณนั้น เพราะอาจเสี่ยงปวดท้องและท้องเสีย

Q : น้ำทะเลเปลี่ยนสีคืออะไร?

A : คือ การที่แพลงตอนเพิ่มจำนวนเป็นจำนวนมากในระยะเวลาสั้นๆ สีจากตัวแพลงตอนจะเห็นชัดมากขึ้น ทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนสี โดยแพลงตอนที่ทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนสีที่พบได้ในประเทศไทย ได้แก่ นอคทีลูก้า  เซลาเทรียม และไตรโพเทสเมียม จะเห็นเป็นสีแดง เขียว และน้ำตาล ขึ้นอยู่กับชนิดของแพลงตอนที่เกิดการเพิ่มจำนวนขึ้น และเมื่อเกิดการเพิ่มขึ้น มีแพลงตอนบางตัวที่มีพิษ  พิษของมัน เช่น PSP HP และแต่ชนิดของแพลงตอน เมื่อโดนพิษอาจทำให้ สับสน ปวดหัว ชาตามมือ หรืออาหารเป็นพิษ และต่อมาคือแพลงตอนที่มีประโยชน์ ได้แก่ สเกลนีโตนีม่า คลีโตสิลอส ที่นำไปเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง ปลา ตามฟาร์มต่างๆ โดยห้องทดลองกำลังเพาะเลี้ยงอยู่ นอกจากนั้นยังสามารถนำไปฟื้นฟูปะการังได้อีกด้วย

Q : แพลงตอนที่มีพิษเท่านั้นรึเปล่าที่ทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนสี?

A : ไม่เสมอไป แพลงตอนบางจำพวกที่ไม่มีพิษ ก็สามารถเปลี่ยนสีน้ำทะเลได้ เช่น นอคทีลูก้า แพลงตอนที่มีพิษส่วนใหญ่จะไม่ได้ทำให้เปลี่ยนสีมาก ที่เปลี่ยนสีมากจะเป็นพวก นอคทีลูก้าและ เซลาเทรียม ที่จะเปลี่ยนสีน้ำทะเลเป็นสีแดง หรือสีเขียวไปเลย มักจะเกิดที่ชลบุรี หรือศรีราชา ส่วนใหญ่จะไม่เป็นพิษโดยตรงกับมนุษย์ เช่นการปวดท้อง ปวดหัว แต่จะเป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมทางอ้อม เช่นการบดบังแสงอาทิตย์ ทำให้พืชสังเคราะห์แสงไม่ได้ เกิดน้ำเสีย เป็นต้น แพลงตอนจำพวกนี้ยังพบเป็นจำนวนน้อยในประเทศไทย  โดยคนที่ได้รับพิษจากแพลงตอนมีพิษส่วนใหญ่มักได้รับจากกินรับประทานหอยเข้าไปมาก จนท้องเสีย หากตักดูในทะเลอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และยังพบเป็นจำนวนน้อย

Q : จะมีวิธีป้องกันจากแพลงตอนมีพิษได้อย่างไรบ้าง?

A: ฟังข่าวสารจากกรมประมง กับกรมทรัพยากร ที่จะแจ้งว่าน้ำบริเวณไหนบ้างที่มีความเสี่ยง และเลี่ยงที่จะรับประทานสัตว์ทะเลในบริเวณนั้น ส่วนใหญ่ที่พบปัญหาบ่อยๆ คือ หอย เพราะหอยจะไม่ย้ายที่เหมือนสัตว์น้ำชนิดอื่นที่รับรู้ถึงพิษแล้วจะหนีไป

Q: อะไรที่ทำให้แพลงตอนเพิ่มจำนวนขึ้น?

A : แพลงตอนที่เพิ่มอย่างรวดเร็ว เกิดจากการที่มนุษย์ทำอุตสาหกรรม ทิ้งน้ำเสียลงทะเล หรือทำเกษตร แล้วเกิดการชะล้างหน้าดิน ทำให้แร่ธาตุถูกชะลงน้ำทะเล น้ำบริเวณนั้นก็จะมีธาตุอาหารจำนวนมาก มีแสง กระแสน้ำและปัจจัยที่เอื้อต่อการเติบโตของแพลงตอน  แพลงตอนจะเพิ่มได้อย่างรวดเร็วเพราะมันแยกเซลล์เป็นเท่าตัวขึ้นเรื่อยๆ แต่จะอยู่ได้ไม่นาน โดยประมาณ 2 อาทิตย์ หากไม่มีกระแสน้ำที่ดีพอ ก็จะเน่าตายไป ส่วนใหญ่เกิดบริเวณปากแม่น้ำ แพลงตอนพวกนี้จะต้องการไนเตรด ฟอลเฟส เป็นต้น

Q : ถ้าเป็นเช่นนั้นการเติบโตของแพลงตอนก็ขึ้นอยู่กับลมด้วยใช่ไหม? 

A : ใช่ครับ ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์และกระแสลมในภูมิภาคนั้นๆ ด้วย ปัจจุบันมีการตื่นตัวทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น เมื่อเกิดการแชร์ภาพส่งต่อไป ผู้คนรับรู้กันมากขึ้น ก็ตกใจและให้ความสนใจกันมาก แต่ในความจริงแล้วปรากฏการณ์นี้เป็นเรื่องธรรมชาติและเกิดขึ้นมานานแล้ว ชาวบ้านเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ขี้ปลาวาฬ

Q : ทำไมถึงเรียกว่าขี้ปลาวาฬ?

A : จากความคิดของผม สมัยก่อน คำว่า วาฬ เสมือนแทนคำว่าใหญ่ ชาวบ้านจึงคิดว่ากันไปว่าสงสัยเป็นขี้ปลาวาฬปกคลุมบริเวณนั้น แต่ความจริงแล้วขี้ของปลาวาฬไม่ได้เป็นสีเช่นนี้ เป็นเพียงแค่ชื่อเรียกและความเชื่อเท่านั้น ที่ควรระวังคือเมื่อเกิดปรากฏการณ์นี้ขอให้อย่าเพิ่งตกใจ ให้หลีกเลี่ยงการกินอาหารทะเลบริเวณนั้นๆ    เว้น 1-2 อาทิตย์ โดยเฉพาะหอยจะมีกระบวนการขับสารพิษของตัวมันเอง  พิษจะไม่มีผลกับหอยแต่จะมีผลกับคนที่กินเข้าไป จึงอยากให้หลีกเลี่ยง

 

สัมภาษณ์ เสฐียรพงษ์ เกียงสุภา นิสิตปริญญาโทภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล  คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ

รายงานโดย ณัฏฐธิดา  คุราชิ 

 

View : 182