แพทย์จุฬาฯ ชี้ ‘มะเร็งปอด’ รักษาหายได้ ประคองคุณภาพชีวิตผู้ป่วยอย่างเหมาะสม

โรคมะเร็ง เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตของคนไทยเกือบแสนรายในแต่ละปี และมีแนวโน้มผู้เสียชีวิตจากโรคนี้สูงขึ้นเรื่อยๆมะเร็งปอดในระยะแรกมักไม่ปรากฎอาการ จนเมื่อผู้ป่วยพบว่าตัวเองไอเรื้อรัง น้ำหนักลด โรคมะเร็งปอดก็ลุกลามและแพร่กระจายแล้วการตรวจพบมะเร็งปอดตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและได้รับรักษาที่เหมาะสม จะช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายจากโรคได้มะเร็งปอดเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ก่อโรคมะเร็งปอดคือการสูบบุหรี่ หรือการสัมผัสใกล้ชิดกับปัจจัยก่อมะเร็ง
รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ ประธานคณะทำงานมะเร็งปอดเพื่อคนไทย และผู้อำนวยการศูนย์ความเลิศทางการแพทย์โรคมะเร็งครบวงจร พร้อมด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้เผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งปอดอย่างรอบด้าน ทั้งสาเหตุ อาการ แนวทางการรักษา ตลอดจนประเด็นความเข้าใจผิดต่างๆ เกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็งปอด
การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปอดในปัจจุบันใช้วิธีการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ด้วยปริมาณรังสีที่ต่ำ (Low-dose CT) ซึ่งสามารถตรวจพบมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นได้ราว 60-90% มากกว่าการตรวจเอกซเรย์ปอดถึง 4 เท่า อย่างไรก็ตาม การตรวจคัดกรองด้วยเทคโนโลยีนี้เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็งปอด เช่น “คนสูบบุหรี่” การผ่าตัดเป็นแนวทางการรักษาหลักสำหรับโรคมะเร็งปอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นจะใช้การผ่าตัดเป็นหลัก ถ้าโรคเข้าสู่ระยะกลางๆ อาจจะมีการฉายแสงเสริมเข้ามา รวมทั้งมีการผ่าตัดและให้ยา แต่ถ้าโรคแพร่กระจายไปมากแล้ว ก็อาจจะให้ยาเพียงอย่างเดียว หรือฉายแสงเพื่อบรรเทาอาการ
นอกจากการผ่าตัดแล้ว แนวทางการรักษามะเร็งปอดยังมีเรื่องการรักษาด้วยการฉายรังสีด้วย ปัจจุบัน แนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดมีลักษณะเหมือนการรักษาโรคเรื้อรังที่ผู้ป่วยสามารถอยู่กับโรค รักษาคุณภาพชีวิตและมีชีวิตยืนยาวขึ้น โดยมียารองรับในการรักษากว่า 10 ชนิด เช่น ยากลุ่มภูมิคุ้มกันบำบัด ที่มักใช้รักษผู้ป่วยในระยะ 4 ก็ช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งปอดมีชีวิตยืนยาวขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีทางเลือกใหม่เข้ามาเสริมคือ “วัคซีนมะเร็ง”







