จุฬาฯ จัดงาน “จุฬาฯ ชวนสื่อฯ จิบน้ำชายามบ่าย” อธิการบดีจุฬาฯ แสดงวิสัยทัศน์นำมหาวิทยาลัยผู้นำ AI University พร้อมสร้างการเติบโตสู่ระดับนานาชาติ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดงาน “จุฬาฯ ชวนสื่อฯ จิบน้ำชายามบ่าย” เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 เวลา 11.30 – 13.00 น. ณ เรือนจุฬานฤมิต จัดโดยศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาฯ เพื่อกระชับสัมพันธ์อันดีกับสื่อมวลชน โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัยมาร่วมพบปะสื่อมวลชนในงานนี้ด้วย
ทั้งนี้ภายในบริเวณงานมีการแสดงนิทรรศการ “ปฏิทินจุฬาฯ” นำเสนอหลากหลายผลงานนวัตกรรมของจุฬาฯ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม รวมทั้งมีการบรรเลงดนตรีไทยโดยนิสิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ “วงเภตรา” สร้างบรรยากาศให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวต้อนรับสื่อมวลชน และแสดงความยินดีที่ได้เปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชน โดยได้กล่าวถึงแนวทางการบริหารมหาวิทยาลัยภายใต้นโยบาย “Chula Power of Togetherness” ที่มุ่งเน้นการเติบโตของจุฬาฯ ในทุกมิติ โดยมีนิสิตเป็นศูนย์กลาง ทั้งการเติบโตในระดับนานาชาติ สู่การเป็น Global-Thai University การเติบโตที่ส่งผลกระทบต่อสังคม สู่การเป็น The Most Admired University การเติบโตจากภายใน สู่การเป็นองค์กรของคนเก่งและคนดี การเติบโตแบบบูรณาการ สู่การเป็นศูนย์กลางความร่วมมือระหว่างจุฬาฯ กับหน่วยงานภายนอก และนิสิตเก่าทั่วประเทศที่แข็งแกร่ง และการเติบโตทางปัญญา มุ่งเน้นที่การบ่มเพาะนิสิตและบัณฑิตจุฬาฯ สู่การเป็นนิสิตและเป็นบัณฑิตที่มีความฉลาด และความเชี่ยวชาญ มีความเป็นผู้นำในระดับนานาชาติ พร้อมแสดงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนจุฬาฯ สู่การเป็น “AI University” เพื่อสนับสนุนการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่ตอบโจทย์สังคมยุคดิจิทัล และเตรียมความพร้อมให้นิสิตมีทักษะและความรู้ด้าน AI
“การนำมหาวิทยาลัยมุ่งสู่ AI University ผมไม่ได้มองว่าเป็นพลังการขับเคลื่อนเฉพาะทางการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการทำงาน โดยมี AI เป็นตัวเสริมไม่ใช่ตัวหลัก เราต้องเข้าใจว่า AI มีบทบาทในการทดแทนบางอาชีพ แต่ยังคงต้องมี “คน” เป็นผู้ทำงานหลักร่วมกับ AI เพื่อประโยชน์สูงสุดในการพัฒนา” อธิการบดีจุฬาฯ กล่าว
ศ.ดร.วิเลิศ ยังได้เปิดเผยถึงบทบาทในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ซึ่งจะดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป โดยมองว่า มหาวิทยาลัยในประเทศไทยไม่ได้แข่งขันกันเอง แต่เป็นการสร้างคุณภาพของการศึกษาในระดับประเทศในองค์รวม การจัดอันดับมหาวิทยาลัยเป็นเพียงเกณฑ์จากองค์กรจัดอันดับต่าง ๆ สำหรับยุทธศาสตร์ของ ทปอ. จะมุ่งผนึกกำลังร่วมกันเพื่อสร้างอุดมศึกษาในประเทศไทยให้แข็งแกร่งและดึงดูดนิสิตต่างชาติให้เข้ามาศึกษา ซึ่งจะส่งผลดีต่อประเทศในภาพรวม
ศ.ดร.วิเลิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า จุฬาฯ จะร่วมมือกับองค์กรระดับโลก รวมถึงจะทำวิจัยเพื่อรายงานว่าอนาคตทิศทางการศึกษาและทิศทางโลกจะไปในรูปแบบใด เพื่อเสริมทักษะการวิเคราะห์ของประชาชนให้มากขึ้น
“เมื่อสังคมมีปัญหา จุฬาฯ มีคำตอบ” เป้าหมายในการขับเคลื่อนจุฬาฯ มุ่งเน้นการเป็นแหล่งความรู้และนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ตอบโจทย์ทั้งในระดับชาติและระดับโลก พร้อมสนับสนุนการพัฒนานิสิตให้เป็นผู้นำแห่งอนาคตที่มีความคิดสร้างสรรค์และสามารถปรับตัวได้ในทุกการเปลี่ยนแปลง
ภายหลังการนำเสนอวิสัยทัศน์ อธิการบดีและผู้บริหารจุฬาฯ ได้ร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อมวลชนเกี่ยวกับนโยบาย และผลงานความก้าวหน้าของจุฬาฯ ในด้านต่าง ๆ โดยสื่อมวลชนได้สัมภาษณ์อธิการบดีจุฬาฯ และผู้บริหารมหาวิทยาลัยในเรื่องต่าง ๆ ด้วยความสนใจเป็นอย่างยิ่ง
งาน “จุฬาฯ ชวนสื่อฯ จิบน้ำชายามบ่าย” สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจุฬาฯ ในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์ รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างจุฬาฯ และสื่อมวลชน เพื่อร่วมมือเผยแพร่ข่าวผลงานความก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ ของจุฬาฯ สู่สาธารณชนต่อไป







































