
ประเทศไทยให้ความสำคัญกับประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยได้มีการระบุถึงปัญหาและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ไข ตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2535-2539) เป็นต้นมา รวมทั้งประเทศไทยได้แสดงจุดยืนในเวทีระดับโลกในการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศและป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เช่น ได้ร่วมให้สัตยาบันความตกลงปารีส เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2559 เพื่อร่วมดำเนินงานในระยะหลังปี 2563 ตามวัตถุประสงค์ของกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ประเทศไทยต้องดำเนินการจัดทำ จัดส่ง และรักษาการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contributions: NDC) อย่างต่อเนื่องทุก ๆ 5 ปี รวมทั้งจัดทำและสื่อสารยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไปยังสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาฯ เพื่อร่วมจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส และพยายามไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งภายใต้แผนยุทธศาสตร์ระยะยาวฯ ฉบับปรับปรุง ได้มีการกำหนดเป้าหมายและแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญที่จะนำพาประเทศไทยมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ภายในปี 2608
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตระหนักถึงความรับผิดชอบที่มีต่อส่วนรวมและต้องการร่วมลงมือแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง จึงได้มีการเริ่มเก็บข้อมูลการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 เป็นต้นมา เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนลดก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของจุฬาฯ ปี 2564-2567 และได้มีการประกาศเจตนารมณ์การลดก๊าซเรือนกระจกภายในมหาวิทยาลัยเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2583 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 โดยมี 5 กลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนผ่านจุฬาฯ ภายใต้โครงการ Chula’ 2050 Net-Zero Transition ประกอบด้วย
(1) การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน อาทิ โครงการนำร่องติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากสายส่งร้อยละ 25
(2) การเพิ่มการฟื้นตัวระบบพลังงาน อาทิ โครงการติดตั้งระบบบริหารจัดการพลังงานในอาคารอัจฉริยะ เพื่อตรวจสอบความร้อนภายในระบบ และการใช้ระบบปรับอากาศ ตลอดจนการจำกัดการใช้พลังงานในแต่ละอาคาร
(3) การสร้างการเติบโตสีเขียว อาทิ การร่วมมือวิจัยทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ รวมไปถึงการลงทุนสีเขียว เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีไร้คาร์บอน
(4) การเปลี่ยนผ่านวิถีชีวิต อาทิ การสร้างระบบสาธารณูปโภคสีเขียวเพื่อกระตุ้นการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
(5) การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางสังคม อาทิ การจัดเสวนากลุ่ม 9 สถาบันวิจัยหลักแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง “Zero Carbon Journey: ความท้าทายของอุตสาหกรรมไทยในบริบทโลกไร้คาร์บอน” ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00-12.00 น. ณ อาคารจามจุรี 10)







