เปิดมุมคิดสองคณาจารย์จุฬาฯ ผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2568”

รศ.ดร.รัฐชาติ มงคลนาวิน ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และ รศ.ดร.สุธา ขาวเธียร ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568 กลุ่มประเภทอำนวยการ ระดับต้น และระดับสูง ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ โดยได้รับมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่นในวันข้าราชการพลเรือน วันที่ 1 เมษายน 2569 ณ หอประชุมใหญ่ กรมประชาสัมพันธ์ ในโอกาสนี้ รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ รองอธิการบดีจุฬาฯ ร่วมแสดงความยินดีกับอาจารย์จุฬาฯ ทั้งสองท่าน

และ รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ รองอธิการบดีจุฬาฯ

และ รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ รองอธิการบดีจุฬาฯ
รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่นคือรางวัลเกียรติยศสูงสุดที่มอบให้แก่ข้าราชการพลเรือนที่มีความประพฤติดี ครองตน ครองคน ครองงาน เป็นแบบอย่างที่ดี และมีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ต่อราชการและสังคม โดยมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกจากผลงานในหน้าที่ ประโยชน์ต่อราชการ แบบอย่างที่ดี ความคิดริเริ่ม และความเสียสละ

รศ.ดร.รัฐชาติ มงคลนาวิน คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ภาควิชา คณะ และมหาวิทยาลัยเห็นความสำคัญของการทำงานในฐานะข้าราชการ ปัจจุบันบุคลากรในสถานะข้าราชการในจุฬาฯ มีจำนวนน้อยลงเรื่อย ๆ ตลอดระยะเวลา 27 ปีที่รับราชการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายผ่านการทำงานร่วมกับผู้บริหารหลายชุด การศึกษาต้องปรับตัวเร็วมากตามโลกที่เปลี่ยนไป ซึ่งจุฬาฯ ได้ทำหน้าที่เป็นมหาวิทยาลัยสำหรับทุกคน และก้าวสู่ระดับนานาชาติ”
รศ.ดร.รัฐชาติ กล่าวถึงการทำงานวิจัยที่ผ่านมาว่าผลงานวิจัยที่ภาคภูมิใจคือการผลักดันงานวิจัยด้านพลาสมา (Plasma) พลังงาน และฟิวชั่น (Fusion) ซึ่งประเทศไทยเริ่มมีความก้าวหน้า โดยมีการจัดตั้งศูนย์วิจัยเกี่ยวกับพลังงานฟิวชั่นขึ้นที่สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ นอกจากนี้ยังมีงานด้านเทคโนโลยีควอนตัมและฟิสิกส์พลังงานสูง ซึ่งเป็นสาขาที่อาจารย์จบการศึกษามาโดยตรง ปัจจุบันประเทศไทยมีเทคโนโลยีดังกล่าวที่ทัดเทียมระดับนานาชาติ”
รศ.ดร.รัฐชาติได้ฝากข้อคิดในการปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จว่า ไม่ว่าจะเผชิญกับปัญหาหรือโจทย์ที่ยากเพียงใด หากมีความตั้งใจที่ดี และการเกาะติดการทำงานอย่างจริงจัง ก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้ อยากให้ทุกคนทุ่มเทกับภาระงานที่ได้รับมอบหมาย เพื่อพัฒนาองค์กรในภาพรวมให้ก้าวทันโลกอนาคต การทำงานของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยไม่ใช่ทำเพื่อตนเอง แต่ทำเพื่ออนาคตของประเทศและเพื่อลูกศิษย์ คนทำงานรุ่นใหญ่ต้องพัฒนาและปรับปรุงตนเองให้ทันสมัยตลอดเวลา เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนิสิตนักศึกษา”

รศ.ดร.สุธา ขาวเธียร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่รับราชการมามีความภูมิใจที่ได้เติบโตทางวิชาการ มีโอกาสช่วยงานกิจการนิสิต ทั้งในด้านกีฬาและกิจกรรมอื่น ๆ การได้เข้ามาบริหารงานวิจัยทำให้เห็นความหลากหลายของภารกิจในมหาวิทยาลัย ความภาคภูมิใจสูงสุดคือการมีส่วนร่วมในภารกิจของมหาวิทยาลัยเพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพออกไปทำงานรับใช้สังคม”
“ผมมีความผูกพันกับจุฬาฯ มาอย่างยาวนาน เริ่มตั้งแต่เป็นนักเรียนสาธิตจุฬาฯ เป็นนิสิตจุฬาฯ จนกระทั่งมาเป็นอาจารย์จุฬาฯ นอกจากนี้ยังมีความผูกพันกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้มาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากคุณแม่ก็เป็นอาจารย์ที่จุฬาฯ เช่นกัน จึงเห็นการเปลี่ยนแปลงของมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด หน้าที่หลักของมหาวิทยาลัยคือการเรียนการสอน ปัจจุบันมุ่งเน้นที่งานวิจัยเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม จุฬาฯ สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีมาก และมีศักยภาพที่ไม่น้อยหน้ามหาวิทยาลัยในต่างประเทศ”

รศ.ดร.สุธาได้ให้ข้อคิดในการปฏิบัติงานว่า แม้บริบทและโจทย์ในการทำงานจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่สิ่งสำคัญที่ต้องยึดถือไว้คือทำหน้าที่ของตนเองให้เต็มที่และรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้รับมอบหมาย ณ เวลาใดเวลาหนึ่งให้ดีที่สุด ไม่ควรยึดติดกับวิธีการทำงานในอดีต อย่ามองว่างานคือแค่สิ่งที่ทำแล้วจบไป แต่ต้องมีความรับผิดชอบในบริบทที่กว้างกว่านั้น







