รู้จักจุฬาฯ
การบริหาร
อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
Green University
Sustainability
แจ้งเรื่องร้องเรียนการทุจริต
ติดต่อจุฬาฯ
บริจาคให้จุฬาฯ
หลักสูตร
การสมัครเข้าศึกษา
หน่วยงานการศึกษา
บริการนิสิต
บริการวิชาการ
บริการทางการแพทย์
บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
สารสนเทศและการสื่อสาร
พื้นที่สร้างสรรค์
ข่าวสารและความเคลื่อนไหว
วารสารจุฬาฯ
สาระความรู้
จุฬาฯ ในสื่อ
2 พฤษภาคม 2569
กรุงเทพธุรกิจ
เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) ชู “นวัตกรรมตรวจมะเร็งด้วยลมหายใจ” ผลงานการบูรณาการความร่วมมือในเครือข่ายวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดลต่อยอดเทคโนโลยี AI-Nose ไปสู่การใช้งานจริง ผ่าน MUI ดีปเทคสตาร์ตอัป และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ช่วยยกระดับการเข้าถึงการคัดกรองโรคในพื้นที่ขาดแคลนเครื่องมือและบุคลากร
ศ.นพ.รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งในเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) ที่ขับเคลื่อนคลัสเตอร์วิจัยด้านดิจิทัลและหุ่นยนต์ โดยมีงานวิจัยที่น่าสนใจหลากหลายโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยในเครือข่าย RUN
“นวัตกรรมการตรวจมะเร็งด้วยลมหายใจ” เป็นตัวอย่างการบูรณาการความร่วมมือของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล ในการพัฒนางานวิจัยที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เป็นเครื่องมือในการเพิ่มศักยภาพและความเที่ยงตรงในการวินิจฉัยโรค
ดร.ธนิกานต์ สุขอร่าม นักวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และทีมวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่าการตรวจคัดกรองมะเร็งระบบทางเดินอาหารในปัจจุบันยังมีความไวจำกัด และมะเร็งบางชนิดยังไม่มีวิธีการคัดกรองที่ถือเป็นมาตรฐาน หน่วยโรคทางเดินอาหาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จึงได้ทำการศึกษาเพื่อหาวิธีใหม่ในการคัดกรองมะเร็งดังกล่าว ด้วยการตรวจหาสารอินทรีย์ระเหยง่ายจากลมหายใจมาเป็นเวลามากกว่า 5 ปี โดยเริ่มจากการตรวจคัดกรองผู้ป่วยมะเร็งตับ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งทั่วโลก จากผลการตรวจพบว่าสารอินทรีย์ระเหยง่ายจากลมหายใจสามารถแยกผู้ป่วยมะเร็งตับและคนปกติได้และมีประสิทธิภาพ
การตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยลมหายใจของโรงพยาบาลจุฬาฯ ถือเป็นที่แรกและที่เดียวที่มีการเปิดให้บริการการตรวจนี้ เป็นวิธีคัดกรองมะเร็งที่มีความปลอดภัยและปลอดจากรังสี (Non-invasive) และเป็นวิธีที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด
ทั้งนี้การพัฒนาวิธีการคัดกรองมะเร็งด้วยลมหายใจ ทีมวิจัยจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทำวิจัยร่วมกับบริษัท เอ็มยูไอ โรบอติกส์ จำกัด ดีปเทคสตาร์ตอัปที่ก่อตั้ง โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล โดยพัฒนาเป็น “นวัตกรรมการตรวจมะเร็งด้วยลมหายใจ” ที่มีความไวในการตรวจคัดกรองมะเร็งตับถึง 85 % มะเร็งตับอ่อน 97 % และมะเร็งท่อน้ำดี 82%
ประสิทธิภาพของนวัตกรรมนี้ถือเป็นทางเลือกใหม่ในการตรวจคัดกรองมะเร็งที่มีมาตรฐาน ช่วยให้สามารถตรวจพบมะเร็งได้ตั้งแต่ในระยะแรกเริ่ม ทำให้การรักษาได้ผลดี และลดอัตราการเสียชีวิตได้
ดร.วันดี วัฒนกฤษฎิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท เอ็มยูไอ โรบอติกส์ จำกัด หรือ MUI Robotics เปิดเผยว่า ความท้าทายที่สำคัญของระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท คือ การเข้าถึงการตรวจคัดกรองและการรักษาที่ยังจำกัด เนื่องจากต้องใช้เครื่องมือราคาแพง บุคลากรเฉพาะทาง และโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อน
MUI Robotics จึงนำเทคโนโลยี AI-Nose มาต่อยอดเพื่อนำไปสู่การใช้งานจริง โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พัฒนา“ Breath-based Screening Technology” ซึ่งมีการเก็บตัวอย่างลมหายใจจากผู้ป่วยจริง วิเคราะห์สารระเหย (VOCs) ที่สัมพันธ์กับโรค และพัฒนา AI Model สำหรับการคัดกรอง
“งานวิจัยนี้ มุ่งทำให้การตรวจคัดกรอง “เข้าถึงได้” มากขึ้น ลดต้นทุนการตรวจในระบบสาธารณสุข รองรับการใช้งานในพื้นที่ชนบท หรือโรงพยาบาลชุมชน รวมถึงเปิดโอกาสให้เกิด Early Detection หรือ ตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่ระยะแรกในระดับประชากร
ทั้งนี้ เราไม่ได้แค่พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อวัดกลิ่น แต่กำลังสร้างระบบที่ทำให้ “‘การเข้าถึงการตรวจโรค” เป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือชนบท”
นวัตกรรมดังกล่าวมีระบบการทำงานผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก คือ 1.Sensor Array ตรวจจับสาร VOCs ในลมหายใจ 2. Signal Processing แปลงสัญญาณเป็นข้อมูลดิจิทัล 3.AI Model วิเคราะห์รูปแบบกลิ่น (Smell Fingerprint) เพื่อจำแนกความเสี่ยงของโรค
จุดเด่นของนวัตกรรมคือไม่ต้องเจาะเลือด ใช้งานง่ายและรวดเร็ว ต้นทุนต่ำกว่าวิธีดั้งเดิม รองรับการตรวจคัดกรองจำนวนมาก ลดภาระบุคลากรทางการแพทย์ ลดการนำเข้าเครื่องมือจากต่างประเทศ และมีศักยภาพต่อยอดสู่ระบบ AI Healthcare ระดับประเทศ
กลุ่มเป้าหมายสำหรับการใช้งาน คือ โรงพยาบาล ศูนย์ตรวจสุขภาพ หน่วยงานสาธารณสุข รวมถึงโครงการคัดกรองระดับประเทศ
อนาคต MUI Robotics ตั้งเป้าพัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยนี้ไปสู่การเป็น AI-based Medical Screening Platform และขยายไปสู่การคัดกรองโรคอื่น ๆ ที่มีการใช้งานในระดับประเทศ และสามารถเชื่อมต่อกับระบบ AI Healthcare และ Smart Hospital ได้
จุฬาฯ สนับสนุนให้อาจารย์ทำงานวิจัย นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากต่อทั้งอาจารย์ นิสิต รวมถึงภาคประชาสังคม รองศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ สนับสนุนให้อาจารย์ทำงานวิจัย นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากต่อทั้งอาจารย์ นิสิต รวมถึงภาคประชาสังคม
รองศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้กลุ่มนี้มีความจำเป็นต่อการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น ความปลอดภัย ระบบเครือข่าย และการบันทึกความยินยอม จึงไม่สามารถปิดการใช้งานได้ รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยเข้าใจพฤติกรรมการใช้งาน เช่น จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่ได้รับความนิยม และประสิทธิภาพของเนื้อหา เพื่อใช้ปรับปรุงคุณภาพเว็บไซต์ โดยจะเก็บข้อมูลในลักษณะไม่ระบุตัวตน รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยวิเคราะห์รูปแบบการใช้งาน เช่น การคลิก การเลื่อนหน้า หรือเส้นทางการใช้งาน เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งาน โดยไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง รายละเอียดคุกกี้
ใช้จดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งานเพื่อให้แสดงผลเว็บไซต์ตามภาษาที่เลือก รายละเอียดคุกกี้