ข้ามไปยังเนื้อหา

4 ปีเศรษฐกิจไทยในมือรัฐบาล คสช.

ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา กระแสเรียกร้องให้มีการจัดเลือกตั้งพร้อมกับการชี้ประเด็นว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ (คสช.) ได้ดำรงตำแหน่งครบ 4 ปีแล้วนับตั้งแต่รัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เริ่มปรากฏเห็นเด่นชัดและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆในวาระที่เข้าสู่ปีที่ 5 ของการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ คสช. คอลัมน์รู้ลึกกับจุฬาฯ  ได้พูดคุยกับ

รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษาและอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ถึงรูปแบบและการพัฒนาเศรษฐกิจในมือรัฐบาล คสช. ที่ผ่านมารศ.ดร.นวลน้อย ชี้ว่าเศรษฐกิจไทยในมือ คสช. ยังเป็นไปอย่างช้าๆ อืด และยังมีสภาพ  “ลูกผีลูกคน” ไม่มีแนวทางชัดเจนมากนัก ในช่วงระยะที่ผ่านมาของการเข้ามาดำรงตำแหน่ง เศรษฐกิจไทยถือว่ายังโตขึ้น แต่โตขึ้นเพียงปีละ ร้อยละ 2-3 ถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยมากเพราะศักยภาพของประเทศสามารถโตได้มากกว่านี้ กระนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงทั้งจากกระแสเศรษฐกิจโลก รวมถึงผลงานต่างๆ ของรัฐด้วย“ยกตัวอย่างเช่นเทคโนโลยีที่เริ่มเข้ามาอย่างทุกวันนี้ร้านค้าปลีกเริ่มอยู่ไม่ได้แล้ว คนเดินห้างไม่จับจ่ายซื้อของไปแค่นั่งกินข้าว หันไปซื้อออนไลน์แทน” รวมถึงการมี ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบระบบดิจิทัล เช่น การจอง การซื้อตั๋วผ่านทางออนไลน์ ที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้รัฐบาลปัจจุบันต้องเร่งปรับตัวให้ทันกับยุค 4.0หนึ่งในการลงทุนขนาดใหญ่ที่รัฐบาลตั้งใจคือโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก  (อีอีซี) ซึ่งขณะนี้กำลังมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อย่างไรก็ดี รศ.ดร.นวลน้อย ชี้ว่าการลงทุนขนาดใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ต้องอาศัยเวลาขับเคลื่อน ไม่เห็นผลในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา“ถามว่าเราเริ่มช้าไปไหม มันก็ขึ้นกับว่าเราวิ่งตามรถคันไหน แต่ถ้าเริ่มแล้วก็ต้องทำ มันต้องทำ เพราะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทำให้เกิดการลงทุนใหญ่ แต่ปัญหาคือตอนนี้แผนเชิงลึก แผนพัฒนาศักยภาพเรามีไหมไม่พูดแล้วสร้างแล้วแต่ข้างในไม่มีอะไร ศักยภาพประเทศก็ไปไม่ถึงไหน”แม้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือ  Infrastructure เป็นสิ่งจำเป็น เพราะประเทศไทยทุกวันนี้มีแต่ถนนไม่มีราง ไม่มีเส้นทางการขนส่งสินค้าที่ทำให้ต้นทุนถูก และขนคนในจำนวนมาก การลงทุนระบบรางจึงเป็นการลดความแออัดและลดต้นทุนการเดินทาง คนไม่ต้องซื้อรถ อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.นวลน้อย ก็สะท้อนมาด้วยว่า ปัจจุบันยังมีการถกเถียงอภิปรายและเห็นไม่ตรงกันเรื่องระบบรางความเร็วสูง  กับความคุ้มทุนที่จะเกิดขึ้นรศ.ดร.นวลน้อย ชี้ว่ารัฐบาลทำเองทุกอย่างไม่ได้ แต่มีหน้าที่หลักๆ คือการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานให้ดีและออกกฎหมายให้มีระเบียบกติกา กฎเกณฑ์ชัดเจน แต่หน้าที่การขับเคลื่อนธุรกิจคือหน้าที่ของธุรกิจขนาดต่างๆ ในท้องตลาด  โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ถือว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ“ในฐานะที่รัฐบาลต้องเป็น Regulator คนออกกฎระเบียบ ต้องบอกว่ารัฐบาล คสช. ยังทำหน้าที่นี้ไม่ดีเท่าที่ควร เอื้อแต่ทุนใหญ่ ไม่เกิดการแข่งขัน พอเป็นแบบนี้เงินจะไม่กระจายไปสู่คนข้างล่าง เศรษฐกิจก็ไม่ไปด้วยกัน” มิหนำซ้ำยังออกกฎหมายและนโยบายเอื้อแต่ทุนใหญ่อีกด้วยรศ.ดร.นวลน้อย เสริมด้วยว่า การขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานในส่วนของระบบฐานข้อมูล ทั้งสถิติ ข้อมูลประชาชนที่เอื้อต่อการจัดทำนโยบายสวัสดิการสังคม ก็ทำให้การพัฒนาอีกหลายๆ ด้านไปไม่ถึงไหน แม้จะมีการพูดถึงระบบบัตรประชาชนแบบใหม่ที่สามารถดึงข้อมูลมาจากระบบฐานข้อมูลกลางมาใช้ได้ แต่ทุกวันนี้ก็ยังพัฒนาได้ไม่เต็มศักยภาพ ทำให้นโยบายอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับตรงนี้ไม่ก้าวหน้าไปด้วย“ยกตัวอย่างนโยบายแจกเงินคนจน คือถ้ารัฐทำดีๆ มี criteria ชัดเจน มีระบบฐานข้อมูลที่ดี สามารถแสดงตน คัดคนไปเรื่อยว่าเป็นคนจนจริง ต้องการเงินจริงๆ จะกลายเป็นสวัสดิการที่ยั่งยืน แต่ภาพทุกวันนี้ยังไม่ใช่ คนจนเดือดร้อน งบประมาณไม่คุ้มค่าเพียงพอ และเป็นเหตุที่ทำให้เกิดการคอร์รัปชั่น”ที่ผ่านมารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราวปีพุทธศักราช 2557 ในการออกกฎหมายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจมานักต่อนัก ทั้งการกำหนดพื้นที่เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จนถึงกรณีล่าสุดการใช้มาตรา 44 ช่วยทีวีดิจิทัลให้ผู้ประกอบการสามารถพักชำระหนี้ต่อ กสทช.ได้ แต่ รศ.ดร.นวลน้อย กล่าวว่า การใช้มาตรา 44 เพื่อพัฒนา เศรษฐกิจไม่ส่งผลเกิดอะไรขึ้นในระยะยาวทั้งสิ้น“มันเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เหมือนชักกระตุกแล้วก็หยุด ไม่มีโมเมนตัมต่อเนื่อง เหมือนคุณกระตุกเชือกหรือปาหินลงไปในน้ำ ไม่มีผลอะไร” พร้อมกล่าวอีกว่า ด้วยรูปแบบเศรษฐกิจการเมืองที่ยังคงมีสภาพดังปัจจุบัน รัฐบาลจะไม่สามารถขับเคลื่อนอะไรได้เลย“ตราบใดที่ยังอยู่กันแบบนี้ ผูกขาดเชิงอำนาจแบบนี้ ไม่รับฟังรอบด้าน ก็ขับเคลื่อนอะไรไม่ได้ ความไม่พอใจการไม่ยอมรับก็จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ยุคสมัยนี้ทุกคนเปิดเห็นข่าวสารกันหมด มันเหมือนรถไฟที่วิ่งไปแล้วดึงกลับไม่ได้ ดึงแล้วจะมีแรงต้านสูง ระเบิดขึ้นมา” รศ.ดร.นวลน้อย กล่าวทิ้งท้าย

สาระความรู้และข่าวสาร

4 ปีเศรษฐกิจไทยในมือรัฐบาล คสช.