รู้จักจุฬาฯ
การบริหาร
อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
Green University
Sustainability
ติดต่อจุฬาฯ
บริจาคให้จุฬาฯ
หลักสูตร
การสมัครเข้าศึกษา
หน่วยงานการศึกษา
บริการนิสิต
บริการวิชาการ
บริการทางการแพทย์
บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
สารสนเทศและการสื่อสาร
พื้นที่สร้างสรรค์
ข่าวสารและความเคลื่อนไหว
วารสารจุฬาฯ
สาระความรู้
Highlights
3 เมษายน 2569
ผู้เขียน ภัทรพร รักเปี่ยม
นิสิตสัตวแพทย์จุฬาฯ ตั้งชมรม JohnJud (จรจัด) อาสาดูแลสวัสดิภาพแมว-สุนัขจรภายในมหาวิทยาลัยและพื้นที่โดยรอบ พาไปทำหมัน ฉีดวัคซีน หาบ้าน ให้ความรู้คนในชุมชนในการควบคุมจำนวนและดูแลสุขภาพสัตว์จร อีกหนึ่งตัวอย่างแนวทางการดูแลสวัสดิภาพและแก้ปัญหาสัตว์จรในเมืองอย่างยั่งยืนโดยชุมชน
หากคุณเดินไปตามคณะต่าง ๆ ภายในพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลาดสามย่าน หรือสยามสแควร์ แล้วเจอ “น้องจรสี่ขา” คุณอาจรู้สึกเอ็นดู กังวล กลัว พ่วงกับคำถามในใจว่า “สุนัขตัวนี้ดุไหมนะ เดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วจะหันมากัดหรือเปล่า” “แมวตัวนี้ฉีดวัคซีนแล้วหรือยังเนี่ย เข้าไปเกาพุงได้ไหมนะ”
คำถามเหล่านี้มีคำตอบ เพียงคลิกเข้าไปที่ “JohnJud Map” แผนที่ออนไลน์ที่สร้างขึ้นโดย “ชมรมนิสิตสัตวแพทย์จุฬาฯ เพื่อสวัสดิภาพสัตว์” เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “เพื่อนสัตว์ขาจร” อาทิ พิกัดที่อยู่อาศัยของเจ้าถิ่นสี่ขา ภาพ ชื่อ ประวัติการรับวัคซีน นิสัยและข้อมูลสำคัญของสุนัขและแมวที่ควรรู้ เช่น
“มะขวิด” แมวเซเลป เพศผู้ ทำหมันแล้ว ฉีดวัคซีนรวม และวัคซีนพิษสุนัขบ้าแล้ว ใจดี จับได้ ชอบนอนรอให้มนุษย์แวะมาเติมแมวได้ที่โซนหอใน
“มะขาม” แมวเพศผู้ ทำหมันแล้ว วัคซีนแล้ว “ขี้กลัว จับไม่ได้ พี่ยามจับได้คนเดียว” น้องแมวสีน้ำตาลลายขาวตัวนี้เตร็ดเตร่อยู่บริเวณคณะครุศาสตร์ นิเทศศาสตร์ นิติศาสตร์
“สีหมอก” แมวเพศเมีย ขนสีเทาดำ ทำหมันแล้ว “ขี้กลัว ดุ” น้องแมวหน้าขรึมตัวนี้อยู่แถวตลาดสามย่าน
รู้ข้อมูลอย่างนี้แล้ว คุณอาจจะรู้สึกสบายใจขึ้น …
“เราอยากให้นิสิต บุคลากรจุฬาฯ และทุกคนที่ผ่านไปผ่านมาในจุฬาฯ ได้รู้จักกับเจ้าถิ่นสี่ขา ช่วยกันดูแลเกื้อกูลเขาและมีปฏิสัมพันธ์กับเขาอย่างถูกต้อง เพื่อที่เราจะได้อยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัยที่สุด” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.จุฑามาส เบ็ญจนิรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาสรีรวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมนิสิตสัตวแพทย์จุฬาฯ เพื่อสวัสดิภาพสัตว์ กล่าว
JohnJud Map เป็นหนึ่งในความพยายามของชมรมฯ ในการดูแลสวัสดิภาพสัตว์จรที่อยู่ในชุมชนรอบรั้วจุฬาฯ ซึ่งปัจจุบัน เฉพาะบนแผนที่จรจัดก็มีรายชื่อน้องจรสี่ขามากกว่า 200 รายชื่อ
ชมรมนิสิตสัตวแพทย์จุฬาฯ เพื่อสวัสดิภาพสัตว์ เกิดขึ้นเมื่อ 9 ปีก่อน ด้วยความตั้งใจของนิสิตสัตวแพทย์ที่อยากช่วยเหลือสุนัขและแมวจรที่อยู่รอบ ๆ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ซึ่งในเวลาต่อมา ความตั้งใจนี้ก็ได้ขยายไปยังสุนัขและแมวจรที่อยู่คณะอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัย จนปัจจุบัน ชมรมฯ ดำเนินกิจกรรมครอบคลุมไปยังชุมชนรอบรั้วจุฬาฯ ได้แก่ สยามสแควร์ ตลาดสามย่าน สวนหลวง โดยเชื่อมโยงกับคนรักสัตว์ที่อยู่ในแต่ละพื้นที่รอบ ๆ จุฬาฯ
“ชมรมฯ ของเราเป็นชุมชนจิตอาสา ที่ประกอบด้วยนิสิต บุคลากรจุฬาฯ และเครือข่ายสมาชิกคนรักสัตว์ ที่เข้ามาช่วยกันดูแลสุนัขและแมวจร เป็นการดูแลสัตว์จรในชุมชน โดยชุมชน สอดคล้องกับแนวนโยบายของท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปัจจุบันที่พยายามดูแลปัญหาสัตว์จร โดยหนึ่งในนั้นคือการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลสวัสดิภาพสัตว์” ผศ. สพ.ญ. ดร.จุฑามาสกล่าว
การดูแลสวัสดิภาพสัตว์มีความสำคัญต่อสุขภาวะของคนและสังคม ผศ. สพ.ญ. ดร.จุฑามาส กล่าวว่า “สวัสดิภาพสัตว์เป็นความรับผิดชอบร่วมของทุกคนที่ต้องการเห็นสังคมที่อบอุ่น เปี่ยมด้วยเมตตา และมีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น เรื่องนี้เชื่อมโยงกับหลักการสุขภาพหนึ่งเดียว หรือ “One Health” ของสาธารณสุข ที่มองว่าสุขภาพของทุกชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกัน – สุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ล้วนสัมพันธ์และเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เมื่อสัตว์สุขภาพดี อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ก็ย่อมส่งผลต่อระบบนิเวศที่สมดุล และท้ายที่สุดก็สะท้อนกลับมาสู่สุขภาวะของมนุษย์เช่นกัน”
แนวทางการดำเนินงานของชมรมฯ จึงเน้นให้ความรู้เรื่องสวัสดิภาพสัตว์และวิธีการดูแลสัตว์ที่ถูกต้องเพื่อสุขอนามัยที่ดีของชุมชน
“การเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่แค่การให้อาหารหรือพาไปรักษาเวลาเจ็บป่วย แต่คือการดูแล ‘สวัสดิภาพสัตว์’ ซึ่งเป็นเรื่องของการให้ชีวิตที่สุขทั้งกายใจและมีอิสระ เช่นเดียวกับที่มนุษย์ก็ต้องการ”
ผศ. สพ.ญ. ดร.จุฑามาสอธิบายว่าการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ควรครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ ได้แก่
องค์ประกอบทั้ง 5 ประการล้วนเชื่อมโยงและส่งผลต่อกัน หากขาดข้อใดข้อหนึ่งไปจะกระทบต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์โดยรวม ที่สำคัญ การจัดสวัสดิภาพสัตว์ดังกล่าวไม่จำกัดเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของดูแล แต่ยังหมายรวมถึงสัตว์จร ที่ชุมชนควรเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลจัดสวัสดิภาพให้สัตว์เพื่อสุขอนามัยและสุขภาวะของคนในชุมชน
ผศ. สพ.ญ. ดร.จุฑามาสกล่าวว่ากิจกรรมหลักของชมรมฯ คือโครงการทำหมัน ฉีดวัคซีน รักษาโรค เพื่อเก็บข้อมูลประวัติสุขภาพ และหาบ้านใหม่ให้กับสัตว์ที่เชื่องและพร้อมไปอยู่กับครอบครัวใหม่ โดยทำตามหลักสากล TNR (Trap–Neuter–Return) คือ จับ ทำหมัน ปล่อยคืน
“สัตว์แต่ละตัวมี “พื้นที่ของมันเอง” การปล่อยกลับคืนหลังจากทำหมันจะช่วยควบคุมประชากรได้อย่างยั่งยืน”
ผศ. สพ.ญ. ดร.จุฑามาสอธิบายว่าเหตุที่เมื่อทำหมันสัตว์จรแล้ว (หากหาบ้านใหม่ให้ไม่ได้) จะปล่อยคืนถิ่นเดิมก็เพื่อให้สัตว์จรเหล่านั้นกลับมา “คุมพื้นที่”
“เมื่อสัตว์จรเจ้าถิ่นกลับมาอยู่ที่เดิม ก็จะไม่มีสัตว์จรที่ยังไม่ได้ทำหมันเข้ามาในพื้นที่นั้น จำนวนสัตว์จรในบริเวณดังกล่าวก็จะน้อยลงไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าเราเอาสัตว์จรที่ทำหมันแล้วออกไปจากพื้นที่เดิมของเขาทั้งหมด ก็จะมีสุนัขหรือแมวจรตัวอื่น ๆ เข้ามาแทน ซึ่งยังไม่ได้ทำหมัน จำนวนสัตว์จรในพื้นที่ดังกล่าวก็จะเพิ่มขึ้นอีกรอบ ปัญหาก็จะวนเวียนเป็นวงจรอย่างนี้ไปเรื่อย ไม่รู้จบ”
ปัจจุบัน สัตว์ที่ได้รับการหาบ้านใหม่จะมีการฝังไมโครชิพเพื่อความสะดวกในการลงทะเบียนเป็นสัตว์เลี้ยง ขณะที่สัตว์ที่ยังอาศัยอยู่ในพื้นที่จะมีการทำสัญลักษณ์บริเวณใบหู เพื่อให้สามารถสังเกตและติดตามได้อย่างชัดเจนว่าได้รับการทำหมันแล้ว
การจับสัตว์จรส่งสถานสงเคราะห์ก็ยังไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก ผศ. สพ.ญ. ดร.จุฑามาสกล่าว
“สถานสงเคราะห์ในประเทศไทยมีพื้นที่และจำนวนจำกัด ทำให้สัตว์จรที่เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอยู่กันค่อนข้างหนาแน่น และส่วนใหญ่ไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากปัญหาด้านการเงินในการดูแลสัตว์เป็นจำนวนมาก ซึ่งการดูแลสัตว์มีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้น การเอาสัตว์จรเข้าไปอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอาจทำให้สวัสดิภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ย่ำแย่กว่าที่อยู่ในพื้นที่เดิมของมัน”
หลายปีที่ผ่านมา ชมรมฯ ได้รับความร่วมมือจากทางฝ่ายกายภาพของมหาวิทยาลัย สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ (PMCU) และหน่วยงานเอกชนหลายแห่ง ในการจับสุนัขและแมวจรในพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงได้เพื่อนำไปทำหมัน โดยได้ดำเนินการทำหมันสุนัขและแมวจรจัดทั้งภายในและโดยรอบจุฬาฯ แล้วกว่า 500 ตัว
“จำนวนแมวจรคุมได้ค่อนข้างยากกว่าจำนวนสุนัข ปัจจุบัน เรายังไม่สามารถคุมจำนวนแมวจรได้ 100% เนื่องจากแมวจรหน้าใหม่ ๆ มีเข้ามาเรื่อย ๆ และได้หลายทาง ไม่ว่าทางพื้นด้านล่าง และทางหลังคา แต่สถานการณ์คุมจำนวนแมวจรก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ” ผศ. สพ.ญ. ดร.จุฑามาสกล่าว
แม้ว่าชมรมฯ มีแนวทางจับสุนัขและแมวจร ทำหมันแล้วส่งกลับคืนถิ่นเดิม แต่สำหรับบางตัว โดยเฉพาะลูกสุนัข-แมวจร การหาบ้านใหม่ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตที่ดีกว่าของน้อง
นางสาวธัญชนก เอกพิมพ์ (แบม) ประธานชมรมฯ คนปัจจุบัน เล่าว่าเวลาที่ได้รับแจ้งว่ามีสุนัขหรือแมวมาใหม่ ทางชมรมฯ จะรับตัวมา ตรวจโรค รักษา ให้วัคซีน และทำหมัน จากนั้นจะประกาศหาบ้าน ซึ่งทีม PR ของชมรมฯ จะทำรูปน่ารัก ๆ พร้อมแคปชันทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อเล่าเรื่องราวของสุนัขและแมวเหล่านั้น แล้วโพสต์ลงสื่อโซเชียลมีเดีย ทั้งไอจี และเฟซบุ๊กของทางชมรมฯ
“การหาบ้านไม่ใช่แค่การส่งต่อสัตว์ให้ใครสักคน แต่คือการหาคนที่เข้าใจและพร้อมดูแลเขาจริง ๆ ซึ่งก่อนส่งมอบสัตว์ให้ผู้อุปการะ ชมรมฯ จะมีแบบฟอร์มคัดกรองอย่างละเอียดและมีการติดตามผลทุก ๆ 3 เดือนหลังรับน้องไป เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์ทุกตัวจะได้ไปอยู่ในบ้านที่ดีจริง ๆ แต่ถ้าเกิดรับไปแล้ว เลี้ยงไม่ได้หรือเลี้ยงไม่ไหว ก็ขอให้นำมาคืนทางชมรมฯ เพราะพวกเขาคือเพื่อนของเรา” น.ส.ธัญชนก กล่าวและเผยว่าที่ผ่านมา ชมรมฯ หาบ้านใหม่ให้เพื่อนสี่ขาไปแล้วราว 200-300 ตัว
ในช่วงรอหาบ้านใหม่ สุนัข-แมวจรจะอยู่ที่ชมรมฯ – ห้องเล็ก ๆ ที่นิสิตในชมรมฯ จะแวะเวียนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามา “เติมหมา-เติมแมว” ให้อาหารและเล่นกับน้องจรทั้งหลาย สำหรับสัตว์ป่วยที่กำลังพักฟื้น ทางชมรมฯ ขอใช้พื้นที่ห้องส่วนตัวของอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อเป็นที่พักพิงและดูแลสัตว์ป่วยที่ต้องให้ยาและได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
แผนที่ออนไลน์ “JohnJud Map” เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ชมรมฯ ภูมิใจนำเสนอให้นิสิต บุคลากรจุฬาฯ และผู้ที่ผ่านไปมาในย่านจุฬาฯ ได้ลองใช้ตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยทางชมรมฯ จะอัปเดตข้อมูลสุนัขและแมวจรในจุฬาฯ อยู่เสมอ ทั้งชื่อ รูป พฤติกรรม และสถานะการทำหมันหรือฉีดวัคซีน
นายธีรภัทร์ วงษ์ทรัพย์ทวี (ยูโร) รองประธานชมรมฯ นิสิตสัตวแพทย์ปีที่ 4 กล่าวว่าแผนที่ออนไลน์นี้ออกแบบและทำขึ้นโดยนิสิตสัตวแพทย์ในชมรมฯ โดยเน้นให้เป็นแผนที่ที่เข้าใจง่าย มีการใช้สัญลักษณ์ไอคอนสีต่าง ๆ เช่น สีเขียว เหลือง แดง เทา เพื่อสื่อสารลักษณะนิสัยและพฤติกรรมของสัตว์แต่ละตัวอย่างชัดเจน เช่น เป็นมิตร เข้าหาได้ หรือควรระมัดระวัง เพื่อให้ผู้พบเห็นสามารถปฏิบัติต่อสัตว์เหล่านั้นได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
“เป้าหมายของเราในการทำแผนที่ ‘จรจัด’ ไม่ได้เพียงเพื่อติดตามตำแหน่งของสัตว์จรจัดภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยเท่านั้น หากแต่เราต้องการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาคมจุฬาฯ ในการดูแลเพื่อนสี่ขารอบรั้วมหาวิทยาลัยอย่างเหมาะสม” นายธีรภัทร์กล่าว พร้อมแจกพิกัด 9 โซนในแผนที่จรจัด ได้แก่
ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกชมรมฯ ทุกคนสามารถช่วยกันดูแลสวัสดิภาพของน้องหมาน้องแมวจรในชุมชนจุฬาฯ และบริเวณโดยรอบได้ ซึ่งนายธีรภัทร์ได้ให้คำแนะนำ ดังนี้
กรณีที่พบสุนัขหรือแมวจรในพื้นที่ที่ยังไม่มีข้อมูลใน JohnJud Map สามารถส่ง รูปภาพ ตำแหน่งที่พบ และข้อมูลคร่าว ๆ มาที่เพจได้เลยค่ะ ทางชมรมจะเข้าไปสำรวจพื้นที่ และวางแผนดูแลต่อ เช่น การทำวัคซีนและทำหมัน เพื่อช่วยยกระดับสวัสดิภาพของสัตว์ในพื้นที่อย่างยั่งยืน
แม้ชมรมฯ เป็นของนิสิตและดำเนินการโดยนิสิตเป็นหลัก แต่นิสิตยังไม่ได้เป็นสัตวแพทย์ จึงยังรักษาหรือทำหมันให้สุนัขและแมวจรไม่ได้ จำเป็นต้องมีอาจารย์ช่วยกำกับดูแลและลงพื้นที่กับนิสิตทุกครั้งในการให้วัคซีนและจ่ายยาอย่างถูกต้อง ส่วนการรักษาโรคและทำหมันที่ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ ทางชมรมฯ จะนำสัตว์ไปส่งคลินิกภายนอกที่ทางชมรมฯ ประสานไว้ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษา ทำหมัน และดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ล้วนมาจากการขอรับบริจาคผ่านทางช่องทางประชาสัมพันธ์ของชมรมฯ ที่นิสิตช่วยกันทำ
ประธานชมรมฯ น.ส.ธัญชนก กล่าวถึงการทำงานว่า “เราแบ่งงานเป็นทีม มีฝ่ายประสานงาน ฝ่ายประชาสัมพันธ์ PR และฝ่ายหาบ้านให้กับสัตว์จร เราลงพื้นที่เชิงรุกแบ่งโซนพื้นที่ดูแลสัตว์จรทั่วจุฬาฯ มีตารางเวรชัดเจนในการดูแลเคสแมวที่มารักษาและรอหาบ้านใน shelter เล็ก ๆ ของชมรมฯ ซึ่งจะต้องสับเปลี่ยนตามเวลาที่นิสิตแต่ละคนสะดวก ถึงแม้จะมีช่วงเวลาที่ลำบากบ้าง เพราะไม่มีใครว่างเลย แต่สุดท้ายก็จะมีสักคนที่อาสามาช่วย”
ไม่เพียงนิสิตในคณะสัตวแพทยศาสตร์ ชมรมฯ ยังเปิดรับสมาชิกที่เป็นนิสิตจากคณะอื่น ๆ และคนในชุมชนที่รักสัตว์ และพร้อมจะมาเป็นอาสาในงานต่าง ๆ ของชมรมฯ
นายธีรภัทร์รองประธานชมรมฯ กล่าวเสริมว่า “เรามีนิสิตทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างคณะสนใจสมัครเป็นสมาชิกอาสา เช่น นิสิตคณะอักษรศาสตร์ช่วยแปลแคปชันภาษาอังกฤษ ทำสื่อประชาสัมพันธ์หาบ้าน นิสิตอาสาช่วยพาสัตว์ไปส่งรักษาที่คลินิก หรือมาเล่นด้วยเพื่อลดความเครียดของแมว หรือพาสุนัขไปเดินเล่น”
ปัจจุบันมีนิสิตสัตวแพทย์ที่เป็นทีมงานชมรมประมาณ 50 คน และยังมีสมาชิกของชมรมอีกประมาณ 400 คนซึ่งเป็นนิสิตจากคณะสัตวแพทย์และคณะต่างๆภายในมหาวิทยาลัย
“แม้ชมรมฯ จะไม่ใช่มูลนิธิ ไม่ใช่คลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ แต่ทุกความช่วยเหลือเกิดจาก “แรงใจอาสา” และเงินบริจาคจากทุกคนที่ส่งต่อโอกาสให้ชีวิตเล็ก ๆ ได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง หรือเวลาที่เราได้รับคำขอบคุณจากพี่ ๆ เครือข่าย Feeder ที่เราเข้าไปช่วยดูแล หรือเวลาเห็นสัตว์ที่เราช่วย มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น นั้นคือกำลังใจดีให้เราทำงานต่อไป”
เครือข่าย Feeder (ฟีดเดอร์) คือผู้ให้อาหารสุนัขและแมวจรในพื้นที่แต่ละโซน และเป็นผู้ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาในการดูแลสุนัขและแมวจร นายธีรภัทร์อธิบาย
“ฟีดเดอร์คือผู้ช่วยคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ของชมรมฯ ของเรา เป็นผู้ที่นิสิตต้องไปทำความรู้จักและให้ความรู้วิธีการดูแลสัตว์ เพื่อให้พี่ ๆ ช่วยดูแลและประสานงาน คอยแจ้งเวลามีสัตว์ป่วย พามารับวัคซีน ทำหมัน หรือเมื่อมีสุนัขและแมวหน้าใหม่เข้ามาในพื้นที่ โดยทางชมรมจะใช้เงินบริจาคมาเป็นค่าใช้จ่ายวัคซีน ค่ายาและทำหมันให้”
น.ส.ธัญชนกเล่าตัวอย่างการทำงานร่วมกันของนิสิตในชมรมฯ กับพี่ ๆ ฟีดเดอร์ว่า “เวลามีแมวตัวใหม่เข้ามาในพื้นที่ พี่ ๆ ฟีดเดอร์จะแจ้งน้องนิสิตในชมรมที่ดูแลโซนนั้น ๆ ผ่านทางไลน์ ซึ่งชมรมฯ ของเราจะมีกลุ่มไลน์แบ่งตามโซนพื้นที่ เพื่อคอยให้คำปรึกษาและตอบคำถามเมื่อฟีดเดอร์แจ้งเหตุสัตว์ป่วยหรือบาดเจ็บเข้ามา ถ้าเป็นแมวที่โตแล้ว และพี่ ๆ ฟีดเดอร์จับได้ ก็ให้จับมาทําหมันที่คลินิกที่ทางชมรมประสานงานไว้แล้ว”
“เวลาเราได้รับบริจาคอาหารสัตว์มา เราก็จะเอามาให้พี่ ๆ ฟีดเดอร์เพื่อให้เขาช่วยดูแลสุนัขแมวจร คอยป้อนยาและอาหารด้วย”
ผศ. สพ.ญ. ดร.จุฑามาสกล่าวว่าการทำงานของชมรมฯ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ในพื้นที่และพัฒนาสุขอนามัยชุมชนแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนการเรียนรู้ทักษะวิชาชีพของนิสิตสัตวแพทย์อีกด้วย
“การทำงานในชมรมฯ ไม่ได้สอนแค่ทักษะวิชาชีพสัตวแพทย์ให้นิสิตเท่านั้น แต่นิสิตยังได้เรียนรู้ทักษะในการสื่อสาร ประสานงาน ผ่านการทำงานร่วมกัน เพื่อที่จะเติบโตเป็นผู้ที่มีเมตตา มีจิตใจช่วยเหลือสังคม และเข้าใจเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ผ่านการลงมือทำ”
น.ส.ธัญชนกเล่าถึงความประทับใจในการทำงานอาสาดูแลสัตว์จรว่า “ช่วงที่เป็นนิสิตชั้นปีที่ 1 และเพิ่งเข้าร่วมชมรมใหม่ ๆ นับเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือแมวจรจัดอย่างใกล้ชิด ทั้งการดูแลสุขภาพ เฝ้าติดตามอาการ และเห็นพัฒนาการที่ค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสัตว์ตัวดังกล่าวได้รับการอุปการะและมีบ้านที่อบอุ่นเป็นของตนเอง “เป็นความรู้สึกที่ดีมาก” ที่ได้เห็นว่าสิ่งที่เราทำมีความหมาย และช่วยเปลี่ยนชีวิตหนึ่งให้ดีขึ้นได้จริง”
นายธีรภัทร์กล่าวเสริมว่า “ทุกครั้งที่ได้เห็นสุนัขและแมวจรจัดมีอาการดีขึ้นจากความเจ็บป่วย ได้เห็นพัฒนาการก่อนและหลังการดูแลรักษาอย่างชัดเจน รวมถึงวันที่สัตว์เหล่านั้นได้รับการรับเลี้ยงและเติบโตในบ้านใหม่อย่างปลอดภัยและได้รับความรัก ล้วนสร้างความอิ่มเอมใจให้กับทีมอาสาสมัครอย่างมาก การได้เห็นพวกเขาฟื้นตัว แข็งแรงขึ้น และมีครอบครัวที่พร้อมมอบความอบอุ่นให้ ถือเป็นรางวัลทางใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการทำงานด้านสวัสดิภาพสัตว์”
การแก้ปัญหาสัตว์จรไม่อาจเป็นเรื่องของหน่วยงาน องค์กร หรือใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่คนในชุมชนและสังคม สามารถร่วมกันดูแลปัญหานี้ได้เพื่อให้ชุมชนปลอดภัย คนและสัตว์อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แนวทางของ JohnJud ชมรมนิสิตสัตวแพทย์ จุฬาฯ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการแก้ปัญหาสัตว์จรในชุมชน โดยชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวของทุกชีวิต
ติดตามกิจกรรมดี ๆ หรือมาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ให้ชีวิตสัตว์จรและชุมชนรอบรั้วจุฬาฯ ได้ ไม่ว่าจะมาเป็นอาสาของชมรมฯ สนใจรับเลี้ยง หรือร่วมบริจาคช่วยค่ารักษาพยาบาล และการทำหมันโดยโครงการ และยังสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ด้วย สามารถติดต่อได้ทุกช่องทางที่
Facebook: https://www.facebook.com/CUVETforAnimalWelfareClubInstagram: https://www.instagram.com/johnjud_cu/ (IG หลัก)และ https://www.instagram.com/johnjud_care/ (IG สำหรับติดตามเรื่องราวการไปหาคุณหมอของเหล่าหมาแมวในชมรมฯ)X: https://x.com/johnjud_cuและ Tiktok: https://www.tiktok.com/@johnjud_cu
ความลับ “หมาล่า” รสชาติเผ็ดชาที่เป็นเอกลักษณ์กับเสน่ห์วัฒนธรรมการกินจากแดนมังกร
“อิฐบล็อกช่องลมจากเปลือกหอยแมลงภู่” นวัตกรรม Bio Responsive Block จากขยะเปลือกหอยสู่วัสดุก่อสร้างมูลค่าสูง
ส่องอนาคตช้างไทย บทเรียนเพื่อความปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายช้าง โดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญช้างป่า
จุฬาฯ สืบสานปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ คงสำเนียงเสียงทุ้ม นุ่มละมุน ตามแบบฉบับดั้งเดิม
“ตึกจักรพงษ์ – หอประวัติ จุฬาฯ” บอกเล่าเรื่องราวการก่อกำเนิดการอุดมศึกษาและเผยแพร่ “เกียรติภูมิแห่งจุฬาฯ” ผ่านสื่อนิทรรศการ วัตถุพิพิธภัณฑ์ และภาพถ่ายเก่า (ตอนที่ 1)
“แรร์เอิร์ธ” สมบัติล้ำค่าใต้พิภพที่โลกจับตา แหล่งพลังงานยุคใหม่ โอกาสทองของเศรษฐกิจไทย
จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด
คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้กลุ่มนี้มีความจำเป็นต่อการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น ความปลอดภัย ระบบเครือข่าย และการบันทึกความยินยอม จึงไม่สามารถปิดการใช้งานได้ รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยเข้าใจพฤติกรรมการใช้งาน เช่น จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่ได้รับความนิยม และประสิทธิภาพของเนื้อหา เพื่อใช้ปรับปรุงคุณภาพเว็บไซต์ โดยจะเก็บข้อมูลในลักษณะไม่ระบุตัวตน รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยวิเคราะห์รูปแบบการใช้งาน เช่น การคลิก การเลื่อนหน้า หรือเส้นทางการใช้งาน เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งาน โดยไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง รายละเอียดคุกกี้
ใช้จดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งานเพื่อให้แสดงผลเว็บไซต์ตามภาษาที่เลือก รายละเอียดคุกกี้