ข้ามไปยังเนื้อหา

“จากเนื้อเยื่อไขมันสุนัขสู่เซลล์สร้างอินซูลิน” นักวิจัยสัตวแพทย์ จุฬาฯ สร้างความหวังใหม่ในการรักษาโรคเบาหวานในสัตว์เลี้ยง

“จากเนื้อเยื่อไขมันสุนัขสู่เซลล์สร้างอินซูลิน” นักวิจัยสัตวแพทย์ จุฬาฯ สร้างความหวังใหม่ในการรักษาโรคเบาหวานในสัตว์เลี้ยง

        เมื่อพูดถึงโรคเบาหวาน หลายคนคงนึกถึงโรคที่เกิดขึ้นในมนุษย์เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว โรคนี้พบได้ในสุนัขและแมวเช่นกัน และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของทั้งสัตว์และเจ้าของอย่างที่หลายคนไม่คาดคิด

         ในสุนัข โรคเบาหวานมีลักษณะคล้ายกับเบาหวานชนิดที่ 1 ในคน นั่นคือเบตาเซลล์ในตับอ่อนซึ่งทำหน้าที่สร้างอินซูลินถูกทำลายหรือสูญเสียการทำงาน ส่งผลให้ร่างกายขาดอินซูลินอย่างรุนแรง ส่วนในแมวจะคล้ายกับเบาหวานชนิดที่ 2 ในคน คือเกิดภาวะดื้ออินซูลิน หรือตับอ่อนหลั่งอินซูลินได้ไม่เพียงพอ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ         

         งานวิจัยทางสัตวแพทย์รายงานว่าโรคเบาหวานพบได้ในสุนัขและแมวป่วยประมาณ 1 ใน 300 ตัว ที่เข้ารับการรักษา โดยตัวเลขจะแตกต่างกันไปตามกลุ่มประชากรและภูมิภาค แม้ดูไม่มากนัก แต่โรคเบาหวานในสัตว์เลี้ยงสร้างภาระให้กับทั้งสัตว์ป่วยและเจ้าของอย่างมีนัยสำคัญ ทุกวันนี้ สุนัขที่ป่วยจำเป็นต้องฉีดอินซูลินทุกวันตลอดชีวิต และนี่คือโจทย์ที่ทีมนักวิจัยจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งใจจะแก้ปัญหามาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ด้วยองค์ความรู้ด้านสเต็มเซลล์และเวชศาสตร์ฟื้นฟูสัตว์ ซึ่งล่าสุด ทีมวิจัยก็ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมันสุนัข เพื่อรักษาโรคเบาหวานในสุนัขและแมวแบบหายขาด

รศ.น.สพ.ดร.เจนภพ สว่างเมฆ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมสเต็มเซลล์และชีววิศวกรรมทางสัตวแพทย์ (VSCBIC) คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไบโออิงค์ จำกัด
รศ.น.สพ.ดร.เจนภพ สว่างเมฆ
ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมสเต็มเซลล์และชีววิศวกรรมทางสัตวแพทย์ (VSCBIC)
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไบโออิงค์ จำกัด
ดร.ศรัณยู อุ่นทวี นักวิจัยหลังปริญญาเอก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ
ดร.ศรัณยู อุ่นทวี
นักวิจัยหลังปริญญาเอก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

จุดเริ่มต้นของงานวิจัย “CANINE FAT-DERIVED BETA CELLS”

         หลังจากสั่งสมประสบการณ์วิจัยด้านสเต็มเซลล์และชีววิศวกรรมจากประเทศสหรัฐอเมริกา รศ.น.สพ.ดร.เจนภพ สว่างเมฆ ได้ก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมสเต็มเซลล์และชีววิศวกรรมทางสัตวแพทย์ (Veterinary Stem Cell and Bioengineering Innovation Center หรือ VSCBIC) ขึ้นที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ในปี 2556 ซึ่งหนึ่งในโครงการที่ศูนย์ฯ ตั้งต้นวิจัยและให้ความสำคัญคือ โรคในสัตว์เลี้ยงที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ โดยเฉพาะโรคเบาหวานในสุนัขที่ต้องรักษาไปตลอดชีวิต

         “ทำไมเราต้องยอมรับแค่การประคับประคอง ทั้งที่ความรู้ด้านสเต็มเซลล์และวิศวกรรมชีวการแพทย์อาจเปิดประตูสู่การรักษาแบบหายขาดได้จริง” รศ.น.สพ.ดร.เจนภพ กล่าวถึงแนวคิดเริ่มต้นของโครงการวิจัย Canine Fat-Derived Beta Cells ที่ตั้งเป้าพลิกโฉมการรักษาโรคเบาหวานในสุนัขจาก “การรักษาตลอดชีวิต” สู่ “การรักษาที่หายขาด”

“เราพัฒนากระบวนการรักษาโรคโดยใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยีด้านสเต็มเซลล์ วิศวกรรมเนื้อเยื่อ และพันธุวิศวกรรมเข้ามาประกอบกัน

ห้องปฏิบัติการ Veterinary Pharmacology and Stem Cell Research คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ
ห้องปฏิบัติการ Veterinary Pharmacology and Stem Cell Research คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

ทำไมต้องเป็นเนื้อเยื่อไขมันของสุนัข

         การเลือกแหล่งของเซลล์ต้นกำเนิดเป็นหัวใจสำคัญของงานวิจัยนี้ ทีมวิจัยใช้เวลากว่า 5-6 ปีในการเปรียบเทียบเซลล์จากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นไขกระดูก เนื้อเยื่อช่องปาก หรือเนื้อเยื่อไขมัน ก่อนสรุปได้ว่า “เนื้อเยื่อไขมัน” คือคำตอบที่ดีที่สุดในเชิงปฏิบัติ

         ดร.ศรัณยู อุ่นทวี นักวิจัยในทีม อธิบายถึงข้อดีของเซลล์ต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อไขมัน หรือ MSCs (Mesenchymal Stem Cells) ว่ามีข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับไขกระดูกและสายสะดืออย่างชัดเจน เนื่องจากเนื้อเยื่อไขมันสามารถเก็บได้ง่าย มีความปลอดภัยสูง และที่สำคัญคือมีปริมาณเซลล์มากกว่าเซลล์จากไขกระดูกถึง 500 เท่า อีกทั้งยังสามารถเก็บได้ระหว่างการผ่าตัดทำหมันตามปกติ ซึ่งจะทำให้เจ้าของสัตว์สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเกินไป

“สเต็มเซลล์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพียงเนื้อเยื่อไขมันเล็กน้อยที่เก็บได้ระหว่างการผ่าตัด ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการรักษาที่เปลี่ยนชีวิตสุนัขได้” ดร.ศรัณยู กล่าว

การก่อตัวของ IPC organoids จาก cAD-MSCs
การก่อตัวของ IPC organoids จาก cAD-MSCs

เปลี่ยนเซลล์เนื้อเยื่อไขมันให้กลายเป็น “เซลล์สร้างอินซูลิน” ได้อย่างไร

         เบตาเซลล์คือเซลล์ที่อยู่ในตับอ่อน มีหน้าที่หลักในการสร้างอินซูลินเพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือด ในสุนัขที่เป็นเบาหวาน เบตาเซลล์เหล่านี้ถูกทำลายหรือสูญเสียการทำงานไป ดังนั้น เป้าหมายของทีมวิจัยจึงคือการสร้างเบตาเซลล์ทดแทนขึ้นมาจากเซลล์ต้นกำเนิดที่สกัดจากเนื้อเยื่อไขมัน

         หลักการฟังดูเรียบง่าย แต่ซับซ้อนอย่างยิ่งในทางปฏิบัติ ทีมวิจัยใช้แนวคิด “เลียนแบบธรรมชาติ” นั่นคือเลียนแบบกระบวนการที่เกิดขึ้นในช่วงพัฒนาตัวอ่อน ที่เซลล์ต้นกำเนิดค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นอวัยวะต่าง ๆ ทีละขั้นตอน เปรียบได้กับการ “สอนให้เซลล์เรียนรู้บทบาทใหม่”

         กระบวนการนี้ใช้ 2 กลไกหลัก กลไกแรกคือการปรับโปรแกรมเซลล์ (Reprogramming) ด้วยการถ่ายโอนยีนที่ควบคุมการพัฒนาของเบตาเซลล์เข้าสู่เซลล์ต้นกำเนิดโดยตรง กลไกที่สองคือการควบคุมสภาพแวดล้อมของเซลล์ โดยเติมสารชีวโมเลกุลกระตุ้นเป็นลำดับขั้น เพื่อนำพาเซลล์ให้เปลี่ยนรูปร่างและหน้าที่ไปตามที่ต้องการ ทีมวิจัยผสานทั้งสองกลไกเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้เซลล์ที่มีทั้งคุณภาพและปริมาณสูงที่สุด ผลที่ได้คือเซลล์ที่สามารถหลั่งอินซูลินได้ใกล้เคียงกับตับอ่อนตามธรรมชาติ และยังตรวจพบการหลั่งกลูคากอน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเซลล์ที่สร้างขึ้นมีลักษณะครบถ้วนตามโครงสร้างของเกาะตับอ่อน (Islets of Langerhans) นอกจากนี้ยังมีศักยภาพในการลดระดับน้ำตาลในเลือดของสัตว์ทดลองได้จริง

การวิเคราะห์การผลิตฮอร์โมนตับอ่อนใน IPCs ด้วยกล้อง CLSM
การวิเคราะห์การผลิตฮอร์โมนตับอ่อนใน IPCs ด้วยกล้อง CLSM

จากการรักษาตลอดชีวิต สู่ความหวังของการรักษาแบบหายขาด

         การปลูกถ่ายเซลล์สร้างอินซูลินเข้าไปในร่างกายสัตว์ เพื่อให้เซลล์เหล่านั้นทำหน้าที่แทนเบตาเซลล์ที่สูญหายไปนั้น ไม่ได้เป็นแนวคิดที่ไกลเกินฝัน แม้ในมนุษย์ ก็มีหลักฐานจากต่างประเทศที่ยืนยันว่า ในการปลูกถ่ายเบตาเซลล์จากผู้บริจาคให้กับผู้ป่วยเบาหวาน พบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถหยุดการฉีดอินซูลินได้นานเป็นปี และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ

“เราตั้งเป้าว่าหากเราสร้างเซลล์สังเคราะห์อินซูลินแล้วได้ผลดี ก็จะมีการปลูกถ่ายเข้าไปในสัตว์เลี้ยง แล้วให้เซลล์ตัวนี้ทำหน้าที่แทนเบตาเซลล์ตามธรรมชาติที่สูญหายไป”  รศ.น.สพ.ดร.เจนภพ กล่าวพร้อมเผยถึงผลการทดลองกับสัตว์ทดลองว่า “ผลการทดลองเป็นที่น่าพอใจ ระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และความปลอดภัยอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ นับเป็นก้าวสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่าแนวคิดนี้เป็นไปได้จริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี”

เวชศาสตร์ฟื้นฟูกับอนาคตของการรักษาโรคในสัตว์เลี้ยง

         การเติบโตของเวชศาสตร์ฟื้นฟูและการตื่นตัวของสังคมเกี่ยวกับศาสตร์นี้ ทำให้ทีมวิจัยต้องรับมือกับความท้าทายถึง 2 ด้านในเวลาเดียวกัน ด้านแรกคือการพัฒนาเซลล์ที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเสถียรหลังการปลูกถ่าย ด้านที่สองคือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม ด้วยการพิสูจน์ว่างานวิจัยนี้ยึดมั่นในมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้แน่ใจว่า “ของจริงต้องได้ผลดีและปลอดภัยที่สุด”

“ปัจจุบัน การโฆษณาสเต็มเซลล์เกินจริงมีแพร่หลายอยู่ในท้องตลาด ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย” รศ.น.สพ.ดร.เจนภพ สะท้อนข้อห่วงใย “สิ่งที่เราให้ความสำคัญและต้องการคือ การให้ความรู้แก่สังคมว่า stem cell therapy ไม่ใช่ยาวิเศษสำหรับทุกโรค ต้องมีวิจารณญาณในการเลือก และรู้ว่าข้อมูลที่ได้รับนั้น เป็นคำโฆษณาที่จริงหรือไม่จริง”

         รศ.น.สพ.ดร.เจนภพ กล่าวเพิ่มเติมว่าหากวันที่เบาหวานสามารถรักษาได้ด้วยเซลล์บำบัดมาถึง ทีมวิจัยก็ไม่ได้มองว่านั่นคือเส้นชัย แต่คือจุดเริ่มต้นของบทถัดไป เพราะองค์ความรู้และกระบวนการทั้งหมดที่สั่งสมสามารถนำไปต่อยอดกับทุกโรคที่เกิดจากความเสื่อมของอวัยวะได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคตา กระดูก ตับ หรือไต โดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่

         ยิ่งกว่านั้น องค์ความรู้บางส่วนยังสามารถแลกเปลี่ยนระหว่างวงการสัตวแพทย์และวงการแพทย์สำหรับมนุษย์ได้ เนื่องจากบางโมเดลสัตว์ทดลองสามารถแสดงผลการรักษาได้ดีกว่าโมเดลที่ใช้ในงานวิจัยทางการแพทย์ของคน ทำให้เทคโนโลยีบางส่วนสามารถนำข้ามไปใช้ได้โดยตรง

“จากเนื้อเยื่อไขมันสุนัขสู่เซลล์สร้างอินซูลิน” นักวิจัยสัตวแพทย์ จุฬาฯ สร้างความหวังใหม่ในการรักษาโรคเบาหวานในสัตว์เลี้ยง

การดำเนินงานวิจัยปัจจุบันของทีม

         ผ่านมา 8 ปีนับตั้งแต่เริ่มต้น งานวิจัยประสบความสำเร็จในสัตว์ทดลองแล้ว ขณะนี้ทีมกำลังเดินหน้าสู่ระยะถัดไปอย่างเต็มตัว

         ทีมของเรากำลังขยายสเกลการผลิตเบตาเซลล์ให้ถึงระดับ Pilot Scale โดยนำเทคโนโลยี Microfluidics เข้ามาช่วยในการผลิตกลุ่มเบตาเซลล์ในระดับเป็นล้านกลุ่มเซลล์ เพราะในทางปฏิบัตินั้น การปลูกถ่ายต้องการเบตาเซลล์ในปริมาณมาก แข็งแรง ทำงานได้ และมีชีวิตยืนยาวหลังการปลูกถ่ายดร.ศรัณยู กล่าว

         นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังพัฒนาแนวทางเสริมอีกหนึ่งด้านคือ Exosome Therapy ซึ่งเป็นการใช้สารที่หลั่งออกมาจากเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อช่วยฟื้นฟูตับอ่อนที่เสียหาย ผลการทดลองพบว่าตับอ่อนที่เสียหายสามารถฟื้นตัวกลับมาได้หลังได้รับ Exosome ซึ่งเป็นผลที่ดีกว่าที่คาดไว้

         รศ.น.สพ.ดร.เจนภพ กล่าวว่า “ในอนาคตขั้นต่อไป เราจะขยายสเกลการผลิตและเริ่มศึกษาในสัตว์ที่เป็นเป้าหมายจริง” ทางทีมวิจัยคาดว่าอีกประมาณ 2-3 ปี จะสามารถเริ่มทดสอบในสุนัขที่เป็นเบาหวานจริง ๆ และเปิดให้บริการได้ในเวลาไม่นานหลังจากนั้น

ความหวังใหม่ของสัตว์เลี้ยงและวงการสัตวแพทย์ไทย

         จากห้องแล็บเล็ก ๆ เมื่อ 13 ปีก่อน สู่ทีมวิจัยที่เติบโต มีบริษัท Spin-off และอนุสิทธิบัตรกว่า 6 เรื่อง วันนี้ VSCBIC พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่างานวิจัยไทยสามารถสร้างเทคโนโลยีที่โลกต้องการได้

“เราอยากจะเป็นที่พึ่งของสังคมในการสร้างองค์ความรู้หรือเทคโนโลยีที่สังคมพึ่งพิงได้อย่างแท้จริง” รศ.น.สพ.ดร.เจนภพ กล่าว

ดร.ศรัณยู เสริมว่า ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสัตว์เลี้ยงของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน Exosome Therapy ซึ่งถือเป็นแนวหน้าของประเทศไทยในขณะนี้ ความภูมิใจนั้นมาจากการได้เห็นงานวิจัยเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในชีวิตของสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ

รศ.น.สพ.ดร.เจนภพ กล่าวทิ้งท้ายว่า
ปัจจุบัน ทีมวิจัยยังเปิดรับนักวิทยาศาสตร์และสัตวแพทย์รุ่นใหม่ที่สนใจร่วมงานวิจัย หรือพัฒนาตัวเองในด้านการแพทย์ฟื้นฟู เพราะชุมชนวิจัยด้านนี้กำลังเติบโตและต้องการพลังจากคนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่น สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง หากสัตว์เลี้ยงป่วยด้วยโรคที่รักษายาก เวชศาสตร์ฟื้นฟู หรือ Regenerative Medicine อาจเป็นคำตอบในอนาคตอันใกล้

ติดตามข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเวชศาสตร์ฟื้นฟูและเทคโนโลยีสเต็มเซลล์สัตว์ ได้ที่

เว็บไซต์ของหน่วยวิจัย www.cuvscbic.com และบริษัท Spin-off  http://www.bioinkcu.com/
เว็บไซต์ของ CU Innovation Hub https://cuihub.chula.ac.th/?lang=th
เว็บไซต์คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ https://www.vet.chula.ac.th/

คุณอาจจะชอบ

สาระความรู้และข่าวสาร

“จากเนื้อเยื่อไขมันสุนัขสู่เซลล์สร้างอินซูลิน” นักวิจัยสัตวแพทย์ จุฬาฯ สร้างความหวังใหม่ในการรักษาโรคเบาหวานในสัตว์เลี้ยง