ข้ามไปยังเนื้อหา

Repids: พลิกวิกฤตน้ำมันทอดซ้ำจากน้ำมันพืชใช้แล้ว สู่สารกำจัดแมลงอินทรีย์ เทคโนโลยีเพื่อชุมชนจากรั้วจุฬาฯ

Repids: พลิกวิกฤตน้ำมันทอดซ้ำจากน้ำมันพืชใช้แล้ว สู่สารกำจัดแมลงอินทรีย์ เทคโนโลยีเพื่อชุมชนจากรั้วจุฬาฯ

Repids (รีพิดส์) นวัตกรรมจากจุฬาฯ เปลี่ยนน้ำมันพืชใช้แล้วเป็นสารกำจัดแมลงอินทรีย์ปลอดสารพิษ ช่วยลดปัญหามลพิษจากไขมันอุดตันท่อระบายน้ำ สร้างทางเลือกผลิตภัณฑ์ต้นทุนต่ำให้เกษตรกร ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อความยั่งยืนของชุมชนและสิ่งแวดล้อม

หลายบริษัทที่มีโรงอาหารสำหรับพนักงานจำนวนมากคงเคยเผชิญกับปัญหากากไขมันสะสมจนระบบท่ออุดตัน แม้จะมีระบบกรองและดักไขมันแล้วก็ตาม แนวทางแก้ไขก็อาจมีตั้งแต่ล้างท่อด้วยน้ำร้อน ฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าไปในท่อ ใช้สารเคมีหรือเติมจุลินทรีย์เพื่อสลายไขมัน ฯลฯ แต่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีแนวคิดใหม่ในการแก้ปัญหา ด้วยนวัตกรรมที่แปลงน้ำมันพืชใช้แล้วหรือกากไขมันให้เป็นสารป้องกันแมลงปลอดสารพิษ คิดค้นโดย ดร.ณัฐพงศ์ ตันติวิวัฒนพันธ์ นักวิจัยชำนาญการสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดร.ณัฐพงศ์ ตันติวิวัฒนพันธ์ นักวิจัยชำนาญการสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดร.ณัฐพงศ์ ตันติวิวัฒนพันธ์ นักวิจัยชำนาญการสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“ตอนปี 2563 จุฬาฯ มีปัญหากากไขมันจากโรงอาหารสะสมในระบบท่อจนอุดตัน เพราะไม่ค่อยมีการทำความสะอาดกล่องดักไขมัน ทำให้ดักจับไขมันทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ตอนแรก เราก็แก้ปัญหาโดยการแปลงไขมันให้เป็น “สบู่โพแทสเซียม” ที่ย่อยสลายได้ง่ายและนำเอาไปหมักพร้อมกับปุ๋ยหมักจามจุรี แต่ต่อมา เราได้ปรึกษากับอาจารย์จากคณะเกษตรบูรณาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วพบว่าสารนี้ใช้กำจัดแมลงในแปลงเกษตรอินทรีย์ได้ ทีมของเราจึงคิดค้นผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง Repids ขึ้น” ดร.ณัฐพงศ์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นในการคิดค้นนวัตกรรมสบู่เหลวโพแทสเซียม Repids สารควบคุมแมลงศัตรูพืช ที่ปลอดภัยต่อพืช เด็ก สัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อม

ภาพระยะใกล้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการระบายน้ำมันที่ใช้ทำอาหารจากหม้อทอดลึกเชิงพาณิชย์ลงในภาชนะโลหะขนาดใหญ

ดร.ณัฐพงศ์ อธิบายว่า ชื่อ “Repids” มาจากการผสมคำระหว่าง “Re” อันหมายถึงการนำกลับมาใช้ซ้ำ (Recycle/Reuse) กับ “Lipids” ซึ่งแปลว่า “ไขมัน” ซึ่งสื่อถึงผลิตภัณฑ์อย่างตรงไปตรงมา นั่นคือการนำไขมันหรือน้ำมันพืชใช้แล้วกลับมาสร้างคุณค่าใหม่

น้ำมันพืชใช้แล้ว: ปัญหาใหญ่กว่าที่คิด

Stock of used cooking oil collectors to reduce environmental pollution from household waste to be recycled into biodiesel raw materials.
สต็อกอุปกรณ์เก็บรวบรวมน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil) เพื่อลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมจากขยะครัวเรือน โดยนำไปรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตไบโอดีเซล

ดร.ณัฐพงศ์ อ้างข้อมูลจากการรีวิว (Literature Review) งานวิจัยในระดับนานาชาติ ที่เผยว่าประเทศไทยมีน้ำมันพืชใช้แล้วสะสมกว่า 800,000 ตันต่อปี แต่เก็บรวบรวมได้เพียงไม่ถึง 5% ที่เหลืออีก 95% ไหลลงท่อระบายน้ำ “เมื่อน้ำมันเจอเข้ากับน้ำกระด้างที่มีแคลเซียมและแมกนีเซียมสูง ก็จะเกิดปฏิกิริยากลายเป็นของแข็งเกาะผนังท่อ ที่เรียกว่า “Fatberg” สะสมจนอุดตันท่อสาธารณะในที่สุด”

ก้อนไขมันขนาดใหญ่ (Fatberg) ที่อุดตันในท่อระบายน้ำของ เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ก้อนไขมันขนาดใหญ่ (Fatberg) ที่อุดตันในท่อระบายน้ำของ เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ที่มา: The Gardian
 

เมื่อท่อระบายน้ำสาธารณะซึ่งเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ในการระบายน้ำของเมืองถูก “ก้อนไขมันแข็ง” อุดตันจนพื้นที่ในท่อเหลือไม่ถึงครึ่ง หรือบางจุดอุดตัน 100%

  • ผลที่ตามมา: เวลาฝนตกหนัก น้ำฝนจะไม่สามารถไหลลงท่อได้ทันที แต่จะเอ่อล้นขึ้นมาบนพื้นผิวจราจร กลายเป็นปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน (Flash Flood) หรือที่มักเรียกกันว่า “น้ำรอการระบาย”
  • ความเดือดร้อน: การจราจรเป็นอัมพาต รถติดยาวนาน รถยนต์เสียหายจากน้ำท่วม และส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปทำภารกิจต่าง ๆ ของทุกคนในเมือง รวมถึงเมื่อเกิดน้ำหนุนหรือน้ำท่วมขัง ระบายไม่ทัน ก็อาจส่งกลิ่นเหม็นเน่าเสียขึ้นมาตามท่อระบายน้ำ โชยไปทั่วบริเวณ สิ่งสกปรกที่ปนเปื้อนเชื้อโรคเหล่านี้ก็จะเอ่อขึ้นมาสัมผัสกับร่างกายมนุษย์ เสี่ยงต่อโรคผิวหนังและโรคทางเดินอาหาร

กระบวนการผลิต Repids: เทคโนโลยีที่ชาวบ้านทำได้เอง

หัวใจของ Repids คือกระบวนการที่เรียกว่าปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน (Saponification) หรือการทำสบู่ โดยนำน้ำมันพืชใช้แล้ว ซึ่งในทางเคมีเรียกว่า ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) มาทำปฏิกิริยากับโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (Potassium Hydroxide – KOH) เพื่อให้ได้สบู่โพแทสเซียมที่มีลักษณะเหลวข้นออกมา

ดร.ณัฐพงศ์ และทีม ทำการสาธิตวิธีการผลิต Repids ให้แก่ชุมชน
ดร.ณัฐพงศ์ และทีม ถ่ายทอดความรู้การผลิตสารกำจัดแมลงอินทรีย์จากน้ำมันพืชใช้แล้วให้แก่ชุมชน
ที่มา: เพจรีพิดส์

“โดยปกติแล้วน้ำและน้ำมันตามธรรมชาติไม่ผสมกัน ทำให้การทำสบู่นั้นใช้เวลานาน และบางครั้งเกิดปฏิกิริยาไม่สมบูรณ์ ปัญหานี้ ในระดับอุตสาหกรรม แก้ได้ด้วยเครื่องโฮโมจิไนเซอร์ (Homogenizer) ) ที่มีแรงปั่นสูง แต่ชาวบ้านไม่มีเครื่องแบบนั้น ทีมนวัตกรรม Repids จึงออกแบบสูตรพิเศษที่เพิ่มแอลกอฮอล์เป็นตัวกลางช่วยให้สารผสมกัน โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือราคาแพง และได้พัฒนากระบวนการให้ทุกคนสามารถทำได้ด้วยสารเคมีที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปคือทำตามสูตรแล้วได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องทุกครั้ง ที่สำคัญ กระบวนการนี้ไม่ก่อให้เกิดของเสียเลย (Zero Waste) สารทุกตัวที่ใส่เข้าไปจะถูกแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ทั้งหมด”

ดร.ณัฐพงศ์ กล่าวต่อไปว่าวิธีการทำ Repids นั้นไม่ยาก จะใช้หลักการทางเคมีที่เรียกว่า Saponification (ปฏิกิริยาการเกิดสบู่) โดยวัตถุดิบประกอบด้วย:

  • น้ำมันพืชใช้แล้ว: เป็นแหล่งไขมันหลัก (นำมาบำบัด/กรองกากอาหารออกก่อน)
  • ด่างคลีหรือโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (Potassium Hydroxide – KOH): ด่างตัวนี้ที่เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ได้สบู่เหลว ซึ่งทำให้ละลายน้ำได้ 100% ต่างจากการใช้โซดาไฟ (Sodium Hydroxide – NaOH) ที่จะได้สบู่ก้อนแข็ง
  • เอทิลแอลกอฮอล์ (เช่น เอทานอล): ใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาและช่วยละลาย เพื่อให้ไขมันในน้ำมันพืชกับน้ำด่างผสมเข้าเนื้อกันได้เร็วและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

            วิธีการทำ: นำวัตถุดิบมากวนผสมกันภายใต้ความร้อนคงที่ 70-80 องศาเซลเซียส ประมาณ 1 ชั่วโมง จนได้เนื้อสบู่เข้มข้นเหมือนน้ำผึ้ง ก่อนจะนำไปละลายน้ำสะอาดเพิ่ม ซึ่งน้ำมันพืชใช้แล้ว 1 ลิตร จะสามารถแปรสภาพเป็นน้ำยาพร้อมใช้งานได้ถึง 4 ลิตร

นำวัตถุดิบมากวนผสมกันภายใต้ความร้อนคงที่ 70-80 องศาเซลเซียส ประมาณ 1 ชั่วโมง จนได้เนื้อสบู่เข้มข้นเหมือนน้ำผึ้ง
นำวัตถุดิบมากวนผสมกันภายใต้ความร้อนคงที่ 70-80 องศาเซลเซียส ประมาณ 1 ชั่วโมง
ที่มา: เพจรีพิดส์
เนื้อสบู่เข้มข้นเหมือนน้ำผึ้ง
เนื้อสบู่เข้มข้นเหมือนน้ำผึ้ง
ที่มา: เพจรีพิดส์
Repids
สารกำจัดแมลงอินทรีย์จากน้ำมันพืชใช้แล้วที่ชุมชนผลิต
ที่มา: เพจรีพิดส์
ชั้นตอนการเตรียมหัวเชื้อสำหรับทำสบู่โพแทสเซียมจากน้ำมันพืชใช้แล้วในระดับครัวเรือน
ชั้นตอนการเตรียมหัวเชื้อสำหรับทำสบู่โพแทสเซียมจากน้ำมันพืชใช้แล้วในระดับครัวเรือน
กระบวนการทำสบู่โพแทสเซียมจากน้ำมันพืชใช้แล้วในระดับครัวเรือน  
กระบวนการทำสบู่โพแทสเซียมจากน้ำมันพืชใช้แล้วในระดับครัวเรือน
 

สูตรการผลิต Repids ได้รับการจดอนุสิทธิบัตร (Utility Patent) แล้ว และทีมผู้คิดค้น Repids เลือกเปิดเผยสูตรให้ชุมชนและวิสาหกิจชุมชนสามารถผลิตเองได้ โดยมีอินโฟกราฟิก (Infographic) แบบง่าย ๆ อธิบายขั้นตอน ส่วนวัตถุดิบในการผลิตก็สามารถหาซื้อได้ทั่วไปในราคาที่ไม่แพง

วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง: ทำไมสบู่ถึงฆ่าแมลงได้?

หลายคนอาจสงสัยว่าสบู่ธรรมดาจะไปสู้กับแมลงได้อย่างไร แต่จริงๆ แล้วมีกลไกทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างชัดเจน

ดร.ณัฐพงศ์  อธิบายว่า “ลองสังเกตดูเวลาหยดน้ำบนใบพืชหรือตัวแมลง น้ำจะม้วนตัวกลม ๆ และกลิ้งออกไปง่าย ๆ เพราะทั้งใบไม้และตัวแมลงต่างมีชั้นไขมันหุ้มอยู่ ซึ่งธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ น้ำเลยกลิ้งออกโดยไม่เกาะ แต่สบู่โพแทสเซียมเป็นสารลดแรงตึงผิว (Surfactant) ซึ่งมีทั้งส่วนที่ชอบน้ำและชอบน้ำมัน จึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสองสิ่งที่ปกติไม่ยอมผสมกัน เมื่อฉีดสารละลาย Repids ลงไป ก็สามารถเคลือบตัวแมลง (Wetting Effect) นี้เองที่เป็นกลไกหลักในการกำจัดแมลง”

กลไกการทำลายแมลง/การออกฤทธิ์

มีอยู่ด้วยกัน 2 จังหวะ

จังหวะที่ 1: สบู่ Repids ออกฤทธิ์น็อคทันที (Immediate Action)

ตัวสบู่เหลว Repids ที่ได้จากน้ำมันพืชเก่า มีคุณสมบัติเป็นสารซักฟอกอ่อน ๆ โดยธรรมชาติ เมื่อฉีดพ่นไปโดนตัวแมลงศัตรูพืช (โดยเฉพาะแมลงตัวเล็ก ๆ หรือพวกแมลงปากดูด เช่น เพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟ ไรแดง) จะเกิดสิ่งนี้ขึ้นทันที:

  • ล้างเกราะคุ้มกัน/ทำลายชั้นไขมันผิว (Cuticle Disruption): ตามธรรมชาติ ผิวของแมลงพวกนี้จะมีชั้นไขมันหรือแป้งเคลือบอยู่เพื่อป้องกันตัวเองและกักเก็บน้ำ แต่สบู่ Repids จะเข้าไป ชะล้างไขมันที่เคลือบตัวแมลงออก ทำให้แมลงสูญเสียน้ำจากร่างกายอย่างรวดเร็วและแห้งตาย กลไกนี้ทำงานได้ดีกับแมลงที่มีผิวบางหรือผนังลำตัวอ่อนนิ่ม เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง ไรขาว และแมลงหวี่ขาว
  • อุดรูหายใจ (Physical Hazard) แมลงหายใจผ่านรูเล็ก ๆ ที่ผิวลำตัว เรียกว่า สไปราเคิล (Spiracle) เมื่อฟิล์มสบู่คลุมตัวแมลง มันจะไปอุดรูหายใจเหล่านั้น ทำให้แมลงขาดอากาศและตายในที่สุด การอุดรูหายใจไม่ใช่สารพิษเคมี จึงไม่ก่อให้เกิดการดื้อยา (Pesticide Resistance) ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของยาฆ่าแมลงทั่วไป
ประสิทธิภาพการกำจัดแมลงปากดูดของสบู่โพแทสเซียมจากน้ำมันพืชใช้แล้ว Repids
ประสิทธิภาพการกำจัดแมลงปากดูดของสบู่โพแทสเซียมจากน้ำมันพืชใช้แล้ว Repids
ที่มา: เพจรีพิดส์

จังหวะที่ 2: สปอร์ชีวภัณฑ์ (BT/เชื้อรา) ตามเก็บงานระยะยาวด้วย Wetting Effect

            คำว่า Wetting Effect (เวทติ้งเอฟเฟกต์ การทำให้เปียกชุ่ม) คือ ความสามารถในการลดแรงตึงผิวของน้ำ นึกภาพเวลาเราหยดน้ำลงบนใบไม้ที่มัน ๆ หรือบนตัวแมลง น้ำมักจะกลิ้งเป็นลูกกลมๆ แล้วไหลตกพื้นไป ไม่ยอมเกาะเปียกบนใบไม้หรือตัวแมลงเลย นั่นคือสิ่งที่มีแรงตึงผิวสูง และเมื่อเราใส่สบู่ Repids ลงไปผสมกับน้ำและสปอร์เชื้อรา (เช่น บีที หรือ บิวเวอเรีย) สิ่งที่เกิดขึ้นคือ:

  • กระจายตัวและเปียกทั่ว (Wetting): สบู่จะลดแรงตึงผิว ทำให้น้ำยาไม่จับตัวเป็นก้อนกลม แต่จะแผ่กระจายตัวเป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ เคลือบเปียกไปทั่วทั้งใบไม้และซอกมุมบนตัวแมลงอย่างทั่วถึง ทำให้สปอร์ของเชื้อราที่ผสมอยู่กระจายตัวไปแปะติดอยู่ทั่วทุกจุด ไม่กองรวมกันหรือไหลทิ้งลงดิน
  • ค่อยๆ เติบโตและฝังตัว (Long-Term Action): สำหรับแมลงที่อึดและรอดชีวิตจากจังหวะแรกมาได้ สปอร์ของเชื้อรา (เช่น บิวเวอเรีย) ที่ติดอยู่บนตัวมันอย่างทั่วถึงจาก Wetting Effect จะได้รับความชื้นและค่อย ๆ งอกเส้นใย แทงทะลุผ่านผิวแมลงที่โดนสบู่กัดเซาะไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เข้าไปเจริญเติบโตข้างในตัวแมลง ทำให้แมลงค่อย ๆ ป่วยและตายไปใน 3 – 7 วัน

ความปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิตที่เป็นประโยชน์

ดร.ณัฐพงศ์ กล่าวว่าสบู่เหลวโพแทสเซียม Repids มีความปลอดภัยตามมาตรฐานการผลิตของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และยังรองรับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ด้วย สามารถใช้เป็นสารควบคุมแมลงศัตรูพืช หรือผสมเป็นสารจับใบเพิ่มประสิทธิภาพของสารชีวภัณฑ์ต่าง ๆ มีความปลอดภัยต่อพืช เด็ก และสัตว์เลี้ยง และสามารถย่อยสลายในดินปลดปล่อยแร่ธาตุโพแทสเซียมได้ภายใน 5 วัน

ที่สำคัญ ดร.ณัฐพงศ์ กล่าวว่า “Repids จะไม่ส่งผลกระทบต่อผึ้งและผีเสื้อ ซึ่งเป็นแมลงผสมเกสร หรือ โพลิเนเตอร์ (Pollinator) เนื่องจากพวกมันมีขนาดใหญ่กว่าและบินหนีได้ การฉีดพ่น Repids จึงไม่ทำลายแมลงที่เป็นประโยชน์ ซึ่งเป็นข้อดีที่สารกำจัดแมลงเคมีส่วนใหญ่ทำไม่ได้” 

การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยสารชีวภัณฑ์ (Biocontrol Agents)

ดร.ณัฐพงศ์  อธิบายว่า Repids ในรูปแบบดั้งเดิมต้องใช้ที่ “ความเข้มข้นสูงถึง 2% จึงจะได้ผล ซึ่งทำให้ต้นทุนสูง” แต่ทีมวิจัยค้นพบวิธีแก้ปัญหาโดยการใช้ร่วมกับสารชีวภัณฑ์ (Biocontrol Agents) เช่น      

  • บาซิลลัส ทูริงเยนซิส (Bacillus Thuringiensis) หรือที่คนในวงการเกษตรเรียกกันติดปากสั้น ๆ ว่า เชื้อ BT (บีที) เป็นแบคทีเรียปราบหนอน โดยเฉพาะ หนอนเจาะสมอ, หนอนคืบ, หนอนใยง หรือสปอร์ของเชื้อราต่าง ๆ  
  • บิวเวอเรีย บัสเซียนา (Beauveria Bassiana) หรือชื่อสามัญว่า เชื้อราบิวเวอเรีย เป็นเชื้อราฆ่า แมลงปากดูด เช่น เพลี้ยแป้ง, เพลี้ยไฟ, แมลงหวี่ขาว
  • ผลลัพธ์ คือสามารถลดความเข้มข้นของสบู่โพแทสเซียมลงได้กว่า 100 เท่า จาก 2% เหลือเพียง 0.02% เพราะต้องการแค่คุณสมบัติการกระจายตัว (Wetting) ไม่ต้องการความหนาของฟิล์มเพื่อฆ่าแมลงโดยตรง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนสำหรับเกษตรกรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
Repids เพิ่มประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ของสารสกัดสมุนไพรที่ใช้ไล่แลง และสามารถย่อยสลายตัวปล่อยแร่ธาตุโพเทสเซียมให้แก่ดิน
Repids เพิ่มประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ของสารสกัดสมุนไพรที่ใช้ไล่แมลง และสามารถย่อยสลายตัวปล่อยแร่ธาตุโพเทสเซียมให้แก่ดิน
ที่มา: เพจรีพิดส์

สารชีวภัณฑ์เหล่านี้สามารถหาซื้อได้ตามช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ อาทิ Shopee / Lazada/ Line OA/ Facebook สนนราคาตามขนาดและปริมาณ

  • สเปรย์พร้อมใช้ในครัวเรือน 300  มิลลิลิตร ราคา 129 บาท
  • สำหรับฟาร์มแบบเข้มข้น 2 ลิตร (ได้น้ำยา 20 ลิตร) ราคา 199 บาท
K-Soap
ผลิตภัณฑ์ K-Soap
ที่มา: เพจรีพิดส์
K-Soap "ปรับโฉมใหม่! ขวดสเปรย์แบบพร้อมใช้
K-Soap โฉมใหม่ ขวดสเปรย์แบบพร้อมใช้

ข้อจำกัดของ Repids

Repids ได้ผลดีกับแมลงผิวนิ่มที่เคลื่อนที่ช้า เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง ไรขาว และแมลงหวี่ขาวในระยะตัวอ่อน แต่ประสิทธิภาพจะลดลงอย่างมากกับ:

  • แมลงที่มีเปลือกแข็ง เช่น ด้วงต่างๆ
  • แมลงที่บินได้เร็ว เช่น แมลงสาบ แมลงวัน เพราะสารต้องสัมผัสตัวแมลงโดยตรง หากบินหนีได้ทันจะไม่ตาย
  • หนอนกระทู้ ที่อยู่ในระยะตัวโต
  • หนอนเจาะลำต้น หรือแมลงที่อาศัยอยู่ใต้ดิน ซึ่งยังเป็นโจทย์ที่ยังแก้ไม่ได้

Repids กับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

“ความขี้เหนียว” คือภาษาง่าย ๆ ที่ดร.ณัฐพงศ์ ใช้อธิบายแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงชีวิตหลังการใช้งาน (End of Life) ไม่ใช่แค่การนำขยะกลับมาใช้ใหม่เท่านั้น โดยทีมผู้คิดค้นนวัตกรรม Repids ได้ประยุกต์ใช้แนวคิดนี้ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำถึงปลายน้ำ กล่าวคือ

  • วัตถุดิบ มาจากน้ำมันพืชใช้แล้วในชุมชน ที่ปกติจะถูกทิ้งหรือก่อมลพิษ
  • กระบวนการผลิต ออกแบบให้ชุมชนทำเองได้ ไม่ต้องขนส่งออกนอกพื้นที่
  • ผลิตภัณฑ์ นำกลับไปใช้ในแปลงเกษตรในพื้นที่เดียวกัน
  • หลังใช้งาน สบู่โพแทสเซียมย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable) เกือบ 90% และเมื่อสลายตัวจะปลดปล่อยโพแทสเซียม (Potassium) ออกมาเป็นปุ๋ยให้กับพืชอีกด้วย

วิสัยทัศน์ระยะยาว: จากสบู่สู่เทคโนโลยีดูแลระบบนิเวศ

ดร.ณัฐพงศ์ พูดถึงเป้าหมายสูงสุดของ Repids ว่าคือการเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหา ความสามารถในการฟื้นตัวของดิน (Soil Resilience) และคุณภาพน้ำ (Water Quality)โดยใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

“ทีมนวัตกรรม Repids ถนัดในการทำวิจัยและพัฒนา (R&D – Research and Develop) จึงวางแผนระยะยาวให้ทีมมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับจัดการปัญหาแมลงและศัตรูพืชตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ โดยจะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวให้กับวิสาหกิจชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏในภูมิภาคต่าง ๆ หรือโรงงาน ที่รับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่างๆ (OEM – Original Equipment Manufacturer) เพื่อผลิตใช้ในพื้นที่”

จับมือภาคธุรกิจ: ก้าวต่อไปของ Repids

ความร่วมมือล่าสุดของทีม Repids คือความร่วมมือกับ “เซ็นทรัล ทำ” (Central Thum) หน่วยงาน CSR (Corporate Social Responsibility) ของเครือเซ็นทรัล ที่ดูแลเกษตรกรอินทรีย์ในจังหวัดน่านและพื้นที่ภาคเหนือ

ดร.ณัฐพงศ์ อธิบายแนวทางความร่วมมือว่า “ทีม Repids จะเข้าไปสำรวจพื้นที่ ประเมินระบบการเก็บรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้ว จัดตั้งระบบ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสบู่โพแทสเซียมให้กับวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ และชุมชนจะนำผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ไปใช้ในแปลงเกษตรของตนเอง ในขณะที่ “เซ็นทรัล ทำ” จะรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากชุมชนนั้น โดยมีผลิตภัณฑ์ Repids เป็นส่วนหนึ่งในการการันตีว่าผลผลิตปลอดสารจริง”

รูปแบบธุรกิจของ Repids ประกอบด้วย (A) การผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านทางช่องทางออนไลน์, (B) การรับจ้างผลิตแบบ OEM, และ (C) การยกระดับศักยภาพในพื้นที่และให้บริการด้านสารเคมีและที่ปรึกษา
รูปแบบธุรกิจของ Repids ประกอบด้วย (A) การผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านทางช่องทางออนไลน์, (B) การรับจ้างผลิตแบบ OEM, และ (C) การยกระดับศักยภาพในพื้นที่และให้บริการด้านสารเคมีและที่ปรึกษา

คำขอบคุณจากเกษตรกรคือพลังขับเคลื่อนทีม Repids

สุดท้าย ดร.ณัฐพงศ์ กล่าวถึงแรงผลักดันที่ทำให้ทีม Repids มีพลังต่อยอดและพัฒนานวัตกรรมต่อไปว่า “การทำผลิตภัณฑ์จากงานวิจัย (Tech to Commercialize) มันต้องลงทุนลงแรงกับใช้เวลาเยอะมาก บางครั้งเราก็ท้ออยากจะเลิกอยู่หลายครั้ง แต่พอมีเกษตรกรเดินมาบอกว่าของที่เราทำมันมีประโยชน์กับเขา ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น เรารู้สึกดีมากอยากทำต่อ และอยากทำให้มันดีขึ้นไปอีก”

ถ้ามีใครสนใจเกี่ยวกับ Repids สามารถเข้าไปขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อได้ที่  https://linktr.ee/Repidsofficial

คุณอาจจะชอบ

สาระความรู้และข่าวสาร

Repids: พลิกวิกฤตน้ำมันทอดซ้ำจากน้ำมันพืชใช้แล้ว สู่สารกำจัดแมลงอินทรีย์ เทคโนโลยีเพื่อชุมชนจากรั้วจุฬาฯ