พระเกี้ยวและเสื้อครุยบัณฑิตชั้นพิเศษ สิ่งทรงคุณค่า จัดแสดง ณ หอประวัติจุฬาฯ (ตอนที่ 3)

พระเกี้ยวพระราชทาน สัญลักษณ์แห่งเกียรติภูมิ ศูนย์รวมจิตใจของประชาคมจุฬาฯ และเสื้อครุยบัณฑิตชั้นพิเศษ หรือฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภกแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สิ่งทรงคุณค่าที่หาชมได้ยาก ที่มีจัดแสดงให้ชม ณ ตึกจักรพงษ์ หอประวัติจุฬาฯ
“พระเกี้ยวพระราชทาน” จากพระมหากรุณาธิคุณ
… สู่สิ่งทรงคุณค่า เครื่องหมายแห่งความผูกพันและสัญลักษณ์แห่งเกียรติภูมิจุฬาฯ …”
“พระเกี้ยว” ถือเป็นศิราภรณ์ประดับพระเกศาพระราชโอรสและพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์ “พระเกี้ยว” หรือ “จุลมงกุฎ” เป็นพิจิตรเลขา (สัญลักษณ์) ประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ตาม
พระนามเมื่อแรกประสูติคือ “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์”

ประดิษฐานอยู่โถงกลาง ชั้น 2 หอประวัติจุฬาฯ
เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งสำนักฝึกหัดข้าราชการพลเรือนซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนมหาดเล็ก” ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระเกี้ยวเป็นเครื่องหมายของโรงเรียนและใช้เป็นเครื่องหมายประดับหน้าหมวกเครื่องแบบของนักเรียนมหาดเล็ก ต่อมาเมื่อโรงเรียนมหาดเล็กได้วิวัฒน์ขึ้นเป็น “โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” และสถาปนาเป็น “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ใช้ “พระเกี้ยว” เป็นสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยสืบต่อมาถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ “พระเกี้ยวพระราชทาน” ซึ่งเป็นสิ่งทรงคุณค่าของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปัจจุบันมี 3 องค์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพื่อใช้อัญเชิญเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติภูมิและศูนย์รวมจิตใจของประชาคมจุฬาฯ ในวาระโอกาสสำคัญต่าง ๆ
องค์ที่ 1 “พระเกี้ยวพระราชทาน” เมื่อปี พ.ศ. 2512


นายกสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ปี พ.ศ. 2512

ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานพระเกี้ยวจำลองให้แก่นายธีรชัย เชมนะศิริ นายกสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ปี พ.ศ. 2512 เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยและเป็นศูนย์รวมจิตใจของนิสิตการทำกิจกรรมต่าง ๆ ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่ศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาฯ จุดเด่นคือเป็นพระเกี้ยวที่จัดสร้างด้วยไม้ประดับอัญมณีวางอยู่บนหมอนผ้าสีชมพูมีน้ำหนักไม่มากนักเหมาะสำหรับใช้งานกลางแจ้ง ทางมหาวิทยาลัยได้ซ่อมอนุรักษ์ให้ เป็นพระเกี้ยวที่ใช้อัญเชิญเป็นสัญลักษณ์ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ และอัญเชิญในขบวนพาเหรดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์ปัจจุบันนี้
องค์ที่ 2 “พระเกี้ยวทองคำ” เมื่อปี พ.ศ. 2510

ในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อปี พ.ศ. 2510 นาวาอากาศตรีกำธน สินทวานนท์ (ยศในขณะนั้น) ในนามนายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ได้จัดสร้าง “พระเกี้ยวจำลอง” (พระเกี้ยวทองคำ) ทูลเกล้าฯ ถวายเป็นของทูลพระขวัญแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ในวาระสำคัญดังกล่าว พระองค์ท่านมีพระราชประสงค์พระราชทานพระเกี้ยวองค์นั้นให้ไว้เป็นสิ่งของทรงคุณค่าของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้รับพระราชทานเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ปี พ.ศ. 2510 ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


พระเกี้ยวทองคำที่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ จัดสร้างถวายฯ นี้องค์พระเกี้ยวจัดสร้างด้วยทองคำแท้ (ไม่มีข้อมูลระบุน้ำหนักทอง) ประดับอัญมณีพลอยสีวางบนเบาะผ้าสีชมพูพร้อมพานรอง หลังจากได้รับพระราชทานมายังจุฬาฯ ทางมหาวิทยาลัยได้นำมาเก็บไว้รักษาไว้และได้นำมาซ่อมอนุรักษ์ จัดทำฐานรองและกระจกครอบองค์พระเกี้ยว ก่อนอัญเชิญออกครั้งแรกในงานฉลองการสถาปนาจุฬาฯ ครบ 60 ปี ในปี พ.ศ. 2520 ในปัจจุบันพระเกี้ยวทองคำองค์นี้ได้รับการซ่อมอนุรักษ์ให้อยู่คงสภาพงดงามดังเดิม ใช้สำหรับอัญเชิญนำขบวนใน “พิธีอธิการปติประทานการ”(พิธีแต่งตั้งอธิการบดี) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
องค์ที่ 3 “พระเกี้ยวพระราชทาน” เมื่อปี พ.ศ.2532

“พระเกี้ยวพระราชทาน” องค์นี้ประดิษฐานอยู่ที่หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ โถงอาคาร ชั้น 2 ตึกจักรพงษ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) โ ปรดเกล้าฯ ให้สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จัดสร้างโดยการถอดขยายแบบทำจำลองเสมือนจริงจากองค์พระเกี้ยวซึ่งเป็นเครื่องศิราภรณ์ ประดิษฐานอยู่ที่พระคลังมหาสมบัติใน เมื่อแล้วเสร็จได้พระราชทานแก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทรงเจิมและทรงพระสุหร่ายที่องค์พระเกี้ยว แล้วพระราชทานแก่มหาวิทยาลัยต่อหน้าประชาคมจุฬาฯ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรประจำปีการศึกษา 2531 เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2532 ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



องค์พระเกี้ยว หมอน และพานรองจัดสร้างด้วยโลหะทองเหลืองทั้งหมด บริเวณองค์พระเกี้ยวประดับเพชรซีกและคริสตัลสวารอฟกี้จัดสร้างเป็นองค์พระเกี้ยวขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับประดิษฐานเป็นสัญลักษณ์ในโถงอาคารหรือห้องประชุมขนาดใหญ่นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้อัญเชิญพระเกี้ยวองค์นี้มาประดิษฐานข้างที่ประทับในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรเป็นประจำทุกปีต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ดังนั้นในภาพถ่ายรับพระราชทานปริญญาบัตรของบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะมีพระเกี้ยวพระราชทานองค์นี้ปรากฏในภาพถ่ายเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติภูมิจุฬาฯ ด้วยเสมอ
เสื้อครุยบัณฑิตชั้นพิเศษจัดแสดงให้ชม ณ หอประวัติจุฬาฯ
“เสื้อครุยบัณฑิตชั้นพิเศษ หรือฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภกแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เป็นสิ่งทรงคุณค่าที่หาชมได้ยากอีกชิ้นที่มีจัดแสดงให้ชม ณ ตึกจักรพงษ์ หอประวัติจุฬาฯ มีประวัติความเป็นมาย้อนไปเมื่อแรกสถาปนา “โรงเรียนมหาดเล็ก” ขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษาและพระราชทานนามว่า “โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “นั้น ในประกาศการจัดตั้งโรงเรียนได้กำหนดไว้ว่า “มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นพระบรมราชูปถัมภกแห่งโรงเรียนนี้” จึงสืบเนื่องเป็นพระราชปฏิบัติว่าพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีทรงเป็นพระบรมราชูปถัมภกของสถาบันแห่งนี้ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยึดถือธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบต่อมา คือ มีองค์พระมหากษัตริย์เป็น“องค์พระบรมราชูปถัมภกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” จึงมีการจัดสร้าง “ชุดครุยบัณฑิตชั้นพิเศษ” ถวายเรียกว่า “ฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก” ซึ่งมีรูปแบบแถบสีสำรดเฉพาะแตกต่างจากครุยอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัย เริ่มจัดสร้างทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เป็นพระองค์แรก เมื่อครั้งเสด็จฯ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกแห่งกรุงสยาม ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2473 (ปัจจุบันฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก องค์จริงของในหลวงรัชกาลที่ 7 จัดแสดงอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว)

จำลองจากองค์ที่จัดสร้างถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10
ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 จุฬาฯ ได้จัดสร้างและทูลเกล้าฯ ถวาย “ฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก” ตามธรรมเนียมปฏิบัติเช่นกัน โดยทูลเกล้าฯ ถวายเมื่อคราวเสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจุฬาฯ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2533 พร้อมทั้งได้จัดทำฉลองพระองค์ครุยจำลองจัดแสดงไว้ ณ ตึกจักรพงษ์ ให้เป็นมิ่งขวัญแก่ชาวจุฬาฯ อีกหนึ่งชุด และล่าสุดได้มีการจัดสร้าง “ฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก” ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2567 ณ หอประชุมจุฬาฯ พร้อมทั้งได้จัดทำฉลองพระองค์ครุยจำลองจัดแสดงไว้ ณ ตึกจักรพงษ์ ให้เป็นมิ่งขวัญแก่ชาวจุฬาฯ อีกหนึ่งชุด
“…วัตถุพิพิธภัณฑ์หนึ่งชิ้น…ภาพถ่ายเก่าหนึ่งภาพ… เก็บบันทึกและบอกเล่าเรื่องราวล้านความหมาย…”
คุณพิมพ์พิศา กำเนิดจิรมณี ผู้อำนวยการหอประวัติสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ อยากเชิญชวนผู้สนใจเข้ามาชมนิทรรศการและวัตถุพิพิธภัณฑ์ชิ้นสำคัญที่บอกเล่าเรื่องราวทรงคุณค่าของ “มหาวิทยาลัย” ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของไทยตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและได้รับการสืบสานต่อยอดจนสถาปนาเป็น “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ยาวนานกว่า 100 ปี

“เมื่อได้เช้ามาเดินเยี่ยมชมนิทรรศการและวัตถุพิพิธภัณฑ์ทรงคุณค่าในบรรยากาศของอาคารทรงไทยประยุกต์ที่มีความสวยงามคลาสสิกเป็นเอกลักษณ์ ณ ตึกจักรพงษ์ – หอประวัติจุฬาฯ” จะได้รับรู้เรื่องราวย้อนไปเมื่อกว่า 100 ปี ก่อน ซึ่งถือได้ว่าเป็นบันทึกประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของประเทศชาติเกี่ยวกับการก่อกำเนิด “สถานศึกษาขั้นสูงแห่งแรกของไทย” ที่เรียกว่า ”มหาวิทยาลัย” นอกจากได้เรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ได้ชมสิ่งของที่หาชมได้ยากแล้วยังทำให้เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าที่แฝงอยู่ในเรื่องราว ภาพถ่ายเก่าและวัตถุพิพิธภัณฑ์ที่ได้พบเห็น

หากเป็น “นิสิตเก่า” อาจจะช่วยเรียกความทรงจำให้หวนคิดถึงความหลังสมัยใช้ชีวิตในรั้วจุฬาฯ “เด็กๆ คนรุ่นใหม่” ได้มาเห็นสิ่งของภาพถ่ายเก่าที่จัดแสดงในห้องนิทรรศการ ได้รับรู้เรื่องราวในอดีตก็จะได้เข้าใจความเป็นมาและบทบาทของบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้รับข้อมูลประวัติและพัฒนาการของมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทยที่ถูกต้องเชื่อถือได้ สื่อนิทรรศการ วัตถุพิพิธภัณฑ์ เอกสารจดหมายเหตุ ภาพถ่ายเก่าที่จัดแสดง ไม่ได้ทำหน้าที่แค่สื่อสารเนื้อหาสาระที่ปรากฏอยู่เพียงตาเห็น แต่ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย หากได้เข้ามาชมของจริง ได้พิจารณารายละเอียดต่าง ๆ แล้วลองเชื่อมโยงเข้ากับข้อมูล หรือเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันรอบตัว เหมือนกำลังต่อจิ๊กซอว์เป็นภาพในจินตนาการ การชมนิทรรศการ เข้ามาเดินดูวัตถุและภาพเก่า อาจจะช่วยให้สามารถจุดประกายความคิด สร้างความรู้สึก และความเข้าใจในเรื่องราวต่างๆ ที่ปรากฏในภาพจิ๊กซอว์นั้น ๆ ได้ชัดเจนขึ้น”
ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมภาคภูมิใจในเกียรติภูมิของจุฬาฯ ร่วมกัน ด้วยการเข้าชมนิทรรศการต่าง ๆ ภาพถ่ายเก่าและวัตถุพิพิธภัณฑ์ทรงคุณค่า ณ อาคารจักรพงษ์ หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดให้เข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08:30 – 16:30 น. และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารทาง Social Media ทั้ง 4 ช่องทาง คือ Facebook: หอประวัติจุฬาฯ / Youtube: CU.Memorial Hall-หอประวัติจุฬาฯ / Instagram: Chulamemorialhall / Tiktok: หอประวัติจุฬาฯ หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-2187099 และ 02-2187098
“…หอประวัติจุฬาฯ เป็นพื้นที่รวบรวม – นำเสนอเรื่องราวอันเกี่ยวเนื่องกับ “เกียรติภูมิ”
ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเครื่องบันทึก – ส่งต่อความทรงจำ
และเรื่องราวทรงคุณค่าที่ถือเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของชาติ สู่คนรุ่นต่อๆ ไป…”







