ข้ามไปยังเนื้อหา

GIN-D by Chula: จากงานวิจัยและนวัตกรรม สู่เมนูสุขภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตและความยั่งยืนของเมือง

GIN-D Project by Chula

เมื่อการออกไป “รับประทานอาหารนอกบ้าน” หนึ่งมื้อ ไม่ใช่เพื่อการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังช่วยสนับสนุนชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบไปพร้อมกัน แนวคิดนี้คือ หัวใจของโครงการ GIN-D by Chula ที่ก้าวข้ามกรอบของงานวิจัยทั่วไป ไปสู่การให้นิยามใหม่ของระบบนิเวศอาหารสุขภาพที่สามารถหล่อหลอมวิถีชีวิตเมืองที่มีสุขภาวะและความยั่งยืนได้อย่างไร

จากย่านต่าง ๆ โดยรอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งสามย่าน สยามสแควร์ บรรทัดทอง และยูเซ็นเตอร์ กำลังแปรเปลี่ยนเป็น “ห้องปฏิบัติการมีชีวิต” (Living Lab) สำหรับประสบการณ์การรับประทานอาหารเชิงสร้างสรรค์ที่ใส่ใจสุขภาพ ผ่านต้นแบบโครงการกินดี (GIN-D by Chula: Chula Gastronomy, Innovation, and Design) เกิดจากการที่นักวิจัยจุฬาฯ ร่วมกับเชฟ เกษตรกรท้องถิ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ผู้ประกอบการ ชุมชน และผู้บริโภค มาร่วมกันออกแบบและให้นิยามของ “การกินเพื่อสุขภาพ” รูปแบบใหม่ เพื่อนำเสนอมุมมองอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สามารถทำให้อร่อยได้จริง โครงการอาศัยแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่ผ่านการแปรรูปน้อย ควบคู่กับนวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการ เพื่อยกระดับคุณค่าทางโภชนาการของเมนูซิกเนเจอร์ในร้านอาหารที่เข้าร่วม

“หัวใจหลักของโครงการนี้คือแนวคิดการบูรณาการศาสตร์ โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์สาธารณสุข สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ เพื่อสร้างแบบจำลองใหม่ของระบบนิเวศอาหารในเมืองที่ยกระดับสุขภาพประชาชน เสริมสร้างวิถีเมืองที่ยั่งยืน สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และธำรงรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไปพร้อมกัน”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ฐิติรัตน์ ปั้นบำรุงกิจ หัวหน้าโครงการพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมอาหารสุขภาพ ‘กินดี’ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตในเมืองอย่างยั่งยืน (Chula Rice GIN-D) และการประเมินผลกระทบทางสังคม” ภายใต้ชุดโครงการต้นแบบนวัตกรรมอาหารสุขภาพ “GIN-D” เสริมสร้างพื้นที่สุขภาวะ เศรษฐกิจ สู่การดำรงชีวิตในสังคมไทยอย่างยั่งยืน
Assistant Prof. Dr. Thitirat Panbamrungkij, Department of Geography, Faculty of Arts, and Deputy Director, Institute of Asian Studies, Chulalongkorn University
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ฐิติรัตน์ ปั้นบำรุงกิจ
หัวหน้าโครงการพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมอาหารสุขภาพ ‘กินดี’
จากภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ และรองผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา ฝ่ายวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากทุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ผ่านกองทุนศตวรรษที่ 2 ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (C2F) โดยมีเป้าหมายเพื่อนำงานวิจัยทางวิชาการไปสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่มีความหมายต่อสังคม และสร้างต้นแบบของ “ย่านอาหารสุขภาพ” (Healthy Food District)

(เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการและการค้นพบเมนูข้าวแกงที่คัดสรรมาเป็นพิเศษซึ่งก้าวข้ามแบบแผนดั้งเดิมของการรับประทานข้าวแกงไทย: เกี่ยวกับโครงการ GIN-D และการพลิกโฉมข้าวแกง: แนวทางสร้างสรรค์ของจุฬาฯสู่อาหารไทยเพื่อสุขภาพ)

จุฬาฯ จับมือร้านอาหาร สร้างเครือข่าย GIN-D เพื่อสุขภาพ 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฐิติรัตน์ ได้กล่าวถึงการสร้างการมีส่วนร่วมของร้านอาหารที่เป็นที่รู้จักเพื่อยกระดับคุณค่าทางโภชนาการของเมนูสำคัญของร้านที่มีอยู่แล้วหรือการออกแบบเมนูใหม่ที่แสดงถึงอัตลักษณ์ ของร้านโดยมีเกณฑ์เบื้องต้นในการคัดเลือกร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการดังนี้: 

1. ร้านอาหารต้องดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยสามปีและแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงและการมีส่วนร่วมในชุมชนอย่างแข็งแกร่ง 

2. ให้ความสำคัญกับร้านอาหารที่นำเสนอเมนูหรืออาหารที่เป็นเอกลักษณ์หรือมีสูตรที่สืบทอดกันมาอย่างน้อยหนึ่งรุ่น นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับร้านอาหารที่ผสมผสานสูตรอาหารเพื่อสุขภาพที่มาจากภูมิปัญญาการทำอาหารแบบดั้งเดิม 

3. ร้านอาหารที่เข้าร่วมจะต้องมีเชฟหรือผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารที่มีคุณสมบัติและได้รับการรับรองวิชาชีพ 

4. ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการจะต้องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเต็มใจที่จะเข้าร่วมโครงการเป็นระยะเวลาอย่างน้อยหนึ่งปีโดยยึดตามเกณฑ์เหล่านี้ ปัจจุบันมีร้านอาหารเข้าร่วมโครงการอยู่ 6 ร้าน 

6 ร้านอาหาร GIN-D: ยกระดับเมนูซิกเนเจอร์ให้ดีต่อสุขภาพ

ตามที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฐิติรัตน์กล่าว ร้านอาหารที่ได้รับเลือกจะปรับปรุงเมนูซิกเนเจอร์ของตนโดยการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้วยวัตถุดิบจากนวัตกรรมเทคโนโลยีอาหารที่ได้จากนักวิจัยของคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ลดส่วนผสมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และผสมผสานเทคนิคการปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ในขณะที่ยังคงรักษารสชาติและอัตลักษณ์อาหารดั้งเดิมไว้ 

“เราให้ความสำคัญกับเอกลักษณ์ของร้านอาหารแต่ละแห่งที่เข้าร่วม โดยศึกษารูปแบบอาหารที่มีความหมายสะท้อนตัวตนของร้านหรือสูตรจากภูมิปัญญา และประวัติความเป็นมาของเมนูซิกเนเจอร์ จากนั้นเราจะนำนวัตกรรมที่เน้นสุขภาพซึ่งพัฒนาโดยนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาผสมผสาน เช่น เพียวเรผลไม้พรีไบโอติก น้ำเชื่อมที่มาจากน้ำตาลมะพร้าวและน้ำตาลโตนดพรีไบโอติก และส่วนผสมจากผักไชยาเพื่อสกัดเป็น Chaya Umami ส่วนผสมนวัตกรรมเหล่านี้จะถูกปรับและผสานรวมเข้ากับเมนูเพื่อสุขภาพของ GIN-D เพื่อให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ทางอาหารของแต่ละร้านอาหาร” 

ร้านอาหารทั้ง 6 ร้าน พร้อมเมนูเพื่อสุขภาพ มีดังต่อไปนี้: 

1. ร้านนายอู๋(ข้าวแกงสามย่าน) (จำหน่ายเมนูสุขภาพเฉพาะวันอังคาร – วันศุกร์) 

  • ข้าวกล้องแกงเขียวหวานเฮลตี้ ใส่น้ำตาลโตนดพรีไบโอติกและผงไชยาอูมามิ 
  • ลูกเดือยและแปะก๊วยในน้ำเชื่อมโตนดพรีไบโอติก 
Healthy Green Curry Chicken Rice with Sugar-reduced Palm Syrup and Job's Tears & Ginkgo Nut in Sugar-reduced Palm syrup
  • ข้าวควินัวปลาทูลุยสวน ราดน้ำสลัดน้ำตาลโตนดสูตรลดน้ำตาลและมะนาว 
  • ข้าวปลาทูลุยสวน ผสมผงไชยาอูมามิ ทานคู่กับซุปเคี่ยวปลากะพง 
Salmon & Quinoa Salad with Sugar-Reduced Palm Lemon Dressing, Grilled Mackerel Rice with Enzyme-Crafted Chaya Umami Consommé, Seabass Soup

3. ร้านดู๋ดี๋สยาม ชั้น 5 สยามสแควร์วัน 

  • บะหมี่ไข่ (ลดน้ำตาล) ใส่ไข่ลวกและหมูแดง 
  • ราดหน้าหมูสามเซียนผักไชยา 
Sugar-reduced Egg Noodle Soup with Soft-Boiled Egg & BBQ Pork and Braised Noodles enriched with Chaya and Enzyme-crafted Chaya Umami, Topped with Three-Style Pork
  • มิกซ์เบอร์รียโยเกิร์ตเชค กับเพียวเรสับปะรดสูตรลดน้ำตาล 
  • ขนมปังปิ้งสังขยานมสดและสังขยาชาไทย ในน้ำเชื่อมน้ำตาลโตนดสูตรลดน้ำตาล 
  • ไอศกรีมชาไทย กับเพียวเรลำไยและน้ำเชื่อมน้ำตาลมะพร้าวสูตรลดน้ำตาล 
  • Chula Fresh Milk Slurpy 
Mixed Berry Yogurt Shake with Sugar-Reduced Pineapple Purée,  Toasted Bread with Coconut Custard & Thai Tea Custard in Sugar-Reduced Palm Syrup, Thai Tea Ice Cream with Sugar-Reduced Longan Purée & Palm Syrup, Chula Fresh Milk Slurpy
  • สะเต๊ะสามอัศวินทานกับน้ำจิ้มสูตรลดน้ำตาล เสิร์ฟพร้อมขนมปังซาวร์โดว์ 
  • มูสมะม่วงไข่ทองคำ (มูสเพียวเรมะม่วงพรีไบโอติกสูตรลดน้ำตาลราดด้วยซอสเสาวรส) 
Three Knights Satay with Enzyme-crafted Chaya Umami and Palm Sugar-Reduced Peanut Sauce served with Sourdough and Golden Sugar-Reduced Mango Puree Mousse
  • แกงเคียงเพียงคำไชยาอูมามิ เมนูพิเศษของโครงการฯ ทานคู่กับปลาดุกทอดกรอบและข้าวสีชมพูบนกลีบดอกบัว 
  • ผัดไทยเฮลตี้ห่อไข่กุ้งสด สูตรลดน้ำตาล 
Enzyme-Crafted Chaya Umami Red Curry with Crispy Catfish and Rice on Lotus Leaf, Pad Thai with Sugar-Reduced Palm Syrup & Fresh Shrimp

GIN-D: เปลี่ยนงานวิจัย เป็นมื้ออร่อยเพื่อสุขภาพ

ความเชี่ยวชาญทางมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์คืออีกหนึ่งเอกลักษณ์ของโครงการ GIN-D ภายใต้การนำของศาสตราจารย์ ดร.ศิริรัตน์ ก๊กผล ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการวิจัยและทดสอบอาหาร (FRTL) คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทุกเมนูโดดเด่นที่ได้รับการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการอย่างพิถีพิถันจะได้รับการทดสอบตามมาตรฐานสากล ตั้งแต่การประเมินความปลอดภัยทางจุลชีววิทยาไปจนถึงการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการอย่างครอบคลุม 

Prof. Dr. Sirirat Kokpol, Director of the Food Research and Testing Laboratory (FRTL), Faculty of Science, Chulalongkorn University
 ศาสตราจารย์ ดร.ศิริรัตน์ ก๊กผล
ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการวิจัยและทดสอบอาหาร (FRTL) คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Nutrition Table based on Real Tests
ตารางคุณค่าทางโภชนาการอ้างอิงจากการทดสอบจริง

“ด้วยการวิเคราะห์กระบวนการผลิตอาหารและการทดสอบทางจุลชีววิทยาที่ได้รับการรับรองจากห้องปฏิบัติการวิจัยและทดสอบอาหาร (FRTL) คณะวิทยาศาสตร์ เราจึงมั่นใจได้ว่าเมนูที่นำเสนอมีทั้งความปลอดภัยที่ได้รับการตรวจสอบแล้วและคุณค่าทางโภชนาการที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค” ศ.ดร.ศิริรัตน์ กล่าว 

Prof. Dr. Supa-art Sirikantaramas, Lecturer, Department of Biochemistry, Faculty of Science, Chulalongkorn University
ศาสตราจารย์ ดร.ศุภอรรจ ศิริกันทรมาศ
จากภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในขณะเดียวกัน ศ.ดร.ศุภอรรจ ศิริกันทรมาศ จากภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้คิดค้นส่วนผสมใหม่ๆ ซึ่งรวมถึงเพียวเรผลไม้ น้ำเชื่อมพรีไบโอติกจากตาลโตนดและช่อดอกมะพร้าว และสารเพิ่มรสชาติจากพืช Chaya Umami ที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพโดยไม่ลดทอนรสชาติ 

“เราจะนำส่วนผสมใหม่ๆ เหล่านี้มาใช้ในเมนูเพื่อสุขภาพของ GIN-D ได้พัฒนาวัตถุดิบนวัตกรรม ทั้งเพียวเรผลไม้ น้ำเชื่อมน้ำตาลมะพร้าวและน้ำตาลโตนดพรีไบโอติก และสารเพิ่มรสชาติจากพืช โดยใช้ไชยาอูมามิ ที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพโดยไม่สูญเสียรสชาติ การคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันนี้ช่วยลดน้ำตาล โซเดียม และไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ในขณะที่ยังคงรสชาติจัดจ้านและความคุ้นเคยทางวัฒนธรรมไว้ ดังนั้นโครงการมุ่งตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวานชนิดที่ 2” ศ.ดร.ศุภอรรจ กล่าว 

Chaya Umami is a plant-based flavor enhancer that delivers health benefits without sacrificing taste.
Innovative ingredients formulation—including fruit purées, prebiotic natural palm sugar syrup.

GIN-D: ใส่ใจวัตถุดิบ ดีต่อคน ดีต่อโลก

นอกเหนือจากรสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ และการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการแล้ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฐิติรัตน์ กล่าวเสริมว่า โครงการ GIN-D ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบทางสังคม 

การตรวจสอบย้อนกลับได้และการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้น โครงการทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรและผู้ผลิตท้องถิ่น เพื่อสร้างความโปร่งใสในการผลิตและส่งเสริมการใช้วัตถุดิบสดที่ผ่านการแปรรูปน้อย 

“GIN-D สนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืนและเสริมความเข้มแข็งให้ห่วงโซ่อุปทานของชุมชน ข้าวอินทรีย์ ดอกไม้กินได้ และน้ำตาลโตนด เป็นเพียงตัวอย่างของวัตถุดิบท้องถิ่นที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นทั้งทางสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ” — ผศ. ดร. ฐิติรัตน์ 

นอกจากนี้ โครงการยังรับมือกับปัญหาขยะอาหารในเมือง ด้วยการนำแนวปฏิบัติเศรษฐกิจหมุนเวียนมาแปรขยะอาหารให้มีมูลค่าเพิ่มและใช้ประโยชน์ได้ นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ผลกระทบของโครงการได้รับการวัดผลผ่านกรอบที่เป็นระบบ ทั้ง ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) และ ระบบ Triple S  โดยผลเบื้องต้นน่าพอใจ ทั้งความตระหนักด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น รายได้ของธุรกิจท้องถิ่นที่สูงขึ้น และความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารยั่งยืนที่เติบโตขึ้น 

โครงการนี้กำลังได้รับการพัฒนาโดยความร่วมมือกับทีมวิจัยของเราจากคณะครุศาสตร์ ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศรเนตร อารีโสภณพิเชฐ และรองศาสตราจารย์ ดร. ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง โดยได้รับการสนับสนุนจากศูนย์นวัตกรรมทางสังคมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula SiHub) 

เมนูสุขภาพที่ตอบโจทย์ทั้งคนกินและธุรกิจ 

ในขั้นตอนการประเมินทางประสาทสัมผัส โครงการได้เชิญบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารหลายท่าน รวมถึงคุณกิตติ พรศิวะกิจ CEO ของ Sita Imprezzo—Thai Birdnest Delivery หลังจากได้ลิ้มลองอาหารหลายเมนูที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการ คุณกิตติแสดงความประหลาดใจอย่างน่ายินดี สะท้อนให้เห็นว่าแนวคิดเรื่อง “การกินดี” ได้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ในที่สุด 

Mr. Kitti Pornsiwakit, CEO of Sita Imprezzo – Thai Birdnest Delivery
คุณกิตติ พรศิวะกิจ
CEO ของ Sita Imprezzo—Thai Birdnest Delivery

“อาหารเพื่อสุขภาพต้องเข้ากับชีวิตจริง” เขากล่าว “โครงการนี้ท้าทายความเข้าใจผิดที่มีมานานว่าอาหารเพื่อสุขภาพนั้นจืดชืด น่าเบื่อ หรือกินยาก แต่ไม่มีเมนูใดที่ให้ความรู้สึกเหมือนอาหารเพื่อสุขภาพที่ถูกบังคับ ทุกจานยังคงมีรสชาติ มีเอกลักษณ์ และอาหารที่คุณอยากกลับมาทานอีก” 

สามเมนูที่คุณกิตติชื่นชอบเป็นพิเศษ ได้แก่ สเต๊ะสามอัศวิน จาก The Food School, ข้าวปลาทูลุยสวน และ สลัดแซลมอนย่าง จากครัวดอกไม้ขาว โดยเห็นว่าเมนูเหล่านี้มีความเป็นไทยชัดเจน แต่สดใหม่และกินง่ายกว่า สมดุลทั้งโปรตีน ผัก และรสชาติ เป็นอาหารที่สั่งได้เป็นประจำ ไม่ใช่เพียงการโปรโมทแค่ครั้งเดียว สำหรับคุณกิตติ GIN-D จึงไม่ใช่แค่การปรับโฉมเมนู แต่เป็นภารกิจที่มีวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนวิธีการพัฒนาเมือง 

“โครงการยกระดับอาหารให้เป็นเครื่องมือเพื่อสุขภาวะ การเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาเมือง และแม้กระทั่งการท่องเที่ยวในเวลาเดียวกัน หากสำเร็จ แบบจำลองนี้สามารถขยายผลไปทั่วกรุงเทพฯ และพื้นที่อื่นต่อไปได้” 

จากเสียงผู้บริโภค สู่เมนูสุขภาพที่ตอบโจทย์คนเมือง 

ทุกขั้นตอนของการพัฒนาเมนูอาหารนั้นขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึกจากผู้บริโภค ตั้งแต่ความชอบในรสชาติและพฤติกรรมการกิน ไปจนถึงแนวโน้มที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ด้วยการใช้ประโยชน์จากข้อเสนอแนะในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างต่อเนื่อง โครงการนี้จึงปรับปรุงเมนูอาหารให้มีความสมดุลระหว่างคุณค่าทางโภชนาการ รสชาติ และราคาที่เหมาะสม 

“เราต้องการให้แน่ใจว่าทุกเมนูไม่เพียงแต่มีคุณค่าทางโภชนาการเท่านั้น แต่ยังมีความเป็นต้นตำรับและดึงดูดใจผู้บริโภคด้วย” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฐิติรัตน์กล่าว 

โครงการนี้ได้จัดทำการสำรวจผู้เข้าร่วมโครงการเบื้องต้นจำนวน 44 คน เพื่อประเมินการรับรู้และพฤติกรรมของลูกค้าเกี่ยวกับเมนูอาหารเพื่อสุขภาพต้นแบบ ครอบคลุมทั้งข้อมูลประชากร ความตระหนักด้านสุขภาพ พฤติกรรมการใช้จ่าย ระดับความพึงพอใจ ความเต็มใจจ่าย และความตั้งใจซื้อในอนาคต ซึ่งผลลัพธ์สะท้อนการยอมรับที่ดีจากผู้บริโภค 

“โดยทั่วไปแล้วผู้ตอบแบบสอบถามชื่นชอบรสชาติ รับรู้ถึงประโยชน์ต่อสุขภาพ และแสดงความเต็มใจที่จะจ่ายในราคาที่สูงขึ้นเล็กน้อยสำหรับอาหารเพื่อสุขภาพ” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฐิติรัตน์กล่าว 

จากการศึกษาพบว่า ปัจจัยความสำเร็จหลักของโครงการอาหารเพื่อสุขภาพที่พบ ได้แก่: 

  • รสชาติและรูปแบบการนำเสนอที่ดึงดูดใจ 
  • ราคาที่สมเหตุสมผล 
  • ประโยชน์ต่อสุขภาพที่ชัดเจน 
  • วัตถุดิบคุณภาพสูง 
  • ความสมดุลทางโภชนาการและความหลากหลายของเมนู 

เมื่อวิเคราะห์สิ่งที่มีอิทธิพลต่อการเลือกของผู้บริโภค พบว่าแรงจูงใจสามอันดับแรกคือ การนำเสนอที่น่ารับประทาน (45.5%) ความสนใจในอาหารสุขภาพ (43.2%) และความอยากลองสิ่งใหม่ (40.9%)  

Perceived Benefits and Ingredient Satisfaction
Comments and Suggestions

ในแง่ของรสชาติ จากการสำรวจพบว่า ผู้บริโภค ราว 38.6% ระบุว่าอาหาร “ดีมาก” และจะกลับมาซื้อซ้ำแน่นอน ขณะที่ 34.1% พึงพอใจและอาจสั่งอีก มีเพียงส่วนน้อยที่ระบุว่าจะไม่สั่งซ้ำ 

“สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าอาหารเพื่อสุขภาพไม่ได้ถูกมองว่าจืดชืดหรือไม่น่ารับประทานอีกต่อไป ซึ่งแต่เดิมเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการยอมรับอาหารเพื่อสุขภาพ ทุกวันนี้ รสชาติ รูปลักษณ์ และการจัดเสิร์ฟมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้ผู้บริโภคเลือกมื้ออาหารที่ดีต่อสุขภาพ” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฐิติรัตน์ กล่าวเสริม 

ชวนสายกิน อิ่มอร่อยกับเมนูสุขภาพจากร้านดัง

ในก้าวต่อไป ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฐิติรัตน์ กล่าวว่า โครงการเชิญชวนผู้รักอาหารเข้าร่วมผ่าน โปรแกรมสมาชิก (Membership) เพื่อสำรวจเมนูที่ออกแบบมาเป็นพิเศษในร้านพันธมิตร โดยผสานสิทธิประโยชน์พิเศษเข้ากับความสะดวกในการเข้าถึง เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนบูรณาการการเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพเข้าสู่ชีวิตประจำวัน 

แผนที่กินดี
แผนที่ร้านอาหาร GIN-D

“ผู้ที่สนใจสามารถสแกนเพื่อเป็นสมาชิก GIN-D และเข้าถึงเมนูที่คัดสรรเป็นพิเศษของเราได้ เมื่อซื้อเมนูครบ 5 เมนูจากร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นร้านเดียวกันหรือต่างกัน จะได้รับส่วนลด 100 บาท ซึ่งสามารถใช้ได้ที่ร้านอาหารใดก็ได้ในโครงการ” และ “แม้ว่าโครงการนี้จะเน้นที่ชุมชนโดยรอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่การเป็นสมาชิกเปิดให้สำหรับทุกคนที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย GIN-D” ผศ. ดร. ฐิติรัตน์ กล่าว 

ด้วยโครงการนี้ ผู้บริโภค GIN-D จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศอาหารที่เชื่อมโยงเกษตรกร เชฟ นักวิจัย และชุมชนเข้าด้วยกัน แปรทุกมื้ออาหารให้เป็นประสบการณ์ที่อร่อย มีความหมาย และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม 

ซื้อเมนูรวม 5 เมนูจากร้านอาหารที่ร่วมรายการ ไม่ว่าจะเป็นร้านเดียวกันหรือต่างกัน ก็รับส่วนลด 100 บาท
เพียงสแกนเพื่อเป็นสมาชิก GIN-D และเข้าถึงเมนูพิเศษที่เราคัดสรรมา
การพลิกโฉมข้าวแกง: แนวทางสร้างสรรค์ของจุฬาฯ สู่อาหารไทยเพื่อสุขภาพ

เมนู GIN-D จำนวนมากไม่ใช่การประดิษฐ์ขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการดัดแปลงอาหารไทยที่คุ้นเคยและเป็นที่รัก หนึ่งในตัวอย่างเด่นคือ ข้าวแกง

ตามที่ได้รับเชิญให้ร่วมงาน Khao Gaeng Thai Curry Rice Championship 2025” สุดยอดแชมป์ข้าวแกงแห่งประเทศไทย ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้า Phenix ประตูน้ำ ชั้น 4 ทีมนักวิจัยโครงการกินดี จุฬาฯ ได้นำเสนอต้นแบบที่สร้างสรรค์ ตีความมื้ออาหารในชีวิตประจำวันนี้ใหม่ผ่านมุมมองด้านสุขภาพ วัฒนธรรม และการออกแบบ จึงเป็นโอกาสในการนำเสนอในรูปแบบใหม่ สร้างแบบจำลองใหม่ของการกินอาหารไทยเพื่อสุขภาพ กลายเป็นต้นแบบแรกภายใต้โครงการ GIN-D ที่พัฒนาร่วมกับนักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์และนักวิจัยสายมนุษยศาสตร์ โดยมุ่งให้สอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพยุคใหม่ ทั้งโปรตีนสูง โซเดียมต่ำ ลดน้ำตาล และวัตถุดิบต้านการอักเสบ ในขณะที่ยังคงอัตลักษณ์อาหารไทยไว้

แกงเคียง

 

จุดเด่นด้านนวัตกรรมคือการใช้วัตถุดิบเชิงหน้าที่ (Functional Ingredients) ที่พัฒนาผ่านงานวิจัย เช่น ใบไชยา พืชที่อุดมด้วยโปรตีน แมกนีเซียม และโพแทสเซียม โดยนำมาใช้เพิ่มรสอูมามิตามธรรมชาติ ช่วยลดการใช้เกลือ น้ำปลา หรือผงชูรส ทำให้อาหารดีต่อสุขภาพขึ้นโดยไม่เสียรสชาติ  

ในขณะเดียวกัน โครงการนี้ยังได้รับแรงบันดาลใจจากการดึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาใช้อย่างลึกซึ้งเชิงความหมาย วัตถุดิบถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนถึงมรดกและที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ข้าวและปลาดุกที่ได้จากความร่วมมือด้านการวิจัยและชุมชนเกษตรกรในท้องถิ่นเป็นพื้นฐานของอาหารจานนี้ แนวคิดนี้ยังรวมถึงองค์ประกอบเชิงสัญลักษณ์ เช่น กุหลาบจุฬาลงกรณ์และดอกบัว (ปทุม) ซึ่งสะท้อนถึงที่ตั้งของมหาวิทยาลัยในอำเภอปทุมวัน พร้อมใช้สีธรรมชาติจากบีทรูทสร้าง “ข้าวสีชมพู” อันเป็นเอกลักษณ์ โดยหลีกเลี่ยงสีสังเคราะห์ เสริมด้วยกะทิสด น้ำตาลมะพร้าวพรีไบโอติกลดน้ำตาล และวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างปลาดุก ทำเป็นท็อปปิ้งกรอบเพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสและโปรตีน 

หนึ่งในคุณลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของนวัตกรรมนี้คือ การนำเสนอ แทนที่จะเสิร์ฟแกงบนข้าวในจานแบบดั้งเดิม อาหารจานนี้ได้รับการออกแบบให้รับประทานบนกลีบดอกบัว สร้างประสบการณ์ใหม่ทั้งด้านประสาทสัมผัสและวัฒนธรรม อกบัวนั้นสามารถรับประทานได้ ให้รสชาติอ่อนๆ ขมเล็กน้อย ในขณะเดียวกันก็ตอกย้ำความมุ่งมั่นของโครงการในการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและยั่งยืน 

แกงเคียง-โครงการกินดี

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นมากกว่าแค่เพียงมื้ออาหาร แต่คือรูปแบบของนวัตกรรมทางสังคมและการทำอาหาร ที่ผสานการเล่าเรื่อง สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ แปลงให้เป็น “ข้าวแกง” เชิงประสบการณ์ที่กระตุ้นทั้งร่างกายและจินตนาการ และวางรากฐานสู่โครงการ GIN-D ในภาพกว้างต่อไป ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีผ่านอาหาร 

ข้อมูลเกี่ยวกับ GIN-D โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

GIN-D โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มที่ใหญ่กว่า: การพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ “GIN-D” เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตในเมืองอย่างยั่งยืนและการประเมินผลกระทบทางสังคม ภายใต้ชุดโครงการต้นแบบนวัตกรรมอาหารสุขภาพ“GIN-D”เสริมสร้างพื้นที่สุขภาวะ เศรษฐกิจ สู่การดำรงชีวิตในสังคมไทยอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์หลัก

1. พัฒนาและออกแบบเมนูอาหารเพื่อสุขภาพอย่างสร้างสรรค์ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของเชฟ เจ้าของร้านอาหาร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง

2. ดำเนินการทดสอบอาหารในเมนูที่ออกแบบไว้เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย มาตรฐานโภชนาการและจัดทำฉลากโภชนาการ

3. เพื่อสร้างดัชนีการรับรู้ทางประสาทสัมผัสสำหรับใช้ในการออกแบบเมนู

4. เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคที่มีต่ออาหารเพื่อสุขภาพ

5. เพื่อพัฒนาเครื่องมือและตัวชี้วัดสำหรับการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพและสังคมจากกระบวนการของโครงการอย่างเป็นระบบ

โครงการ Gin-D เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ในการเข้าร่วมการแข่งขันข้าวแกงไทยชิงแชมป์ 2025 ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับประเทศที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองและส่งเสริมอาหารริมทางที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดอย่างหนึ่งของไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) ร่วมกับสมาคมร้านอาหารไทย โครงการนี้ได้รังสรรค์เมนูเด่นคือ “แกงเคียงเพียงคำ” ซึ่งเป็นอาหารจานเดียวที่ปรุงอย่างพิถีพิถันเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการในฐานะทางเลือกอาหารเพื่อสุขภาพ

Reinventing Khao Gaeng: Chulalongkorn’s Creative Approach to Healthy Thai Cuisine

Reinventing Khao Gaeng: Chulalongkorn’s Creative Approach to Healthy Thai Cuisine

Reinventing Khao Gaeng: Chulalongkorn’s Creative Approach to Healthy Thai Cuisine

จากแรงบันดาลใจนี้ นักวิจัยจากโครงการ GIN-D ได้รับการยอมรับในเวลาต่อมาว่าเป็นหนึ่งใน 100 นักวิจัยด้านนวัตกรรมอาหารชั้นนำโดย FoodX ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือที่เชื่อมโยงนักวิจัยจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัย (RUN) กับผู้นำในอุตสาหกรรมและพันธมิตรภาคเอกชนตลอดห่วงโซ่อุปทานและคุณค่าของอาหาร โดยเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและนวัตกรรมให้เป็นผลกระทบทางอุตสาหกรรมที่แท้จริงเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เนื่องจากมีการบูรณาการวิทยาศาสตร์นวัตกรรมอาหารและมรดกทางวัฒนธรรมอย่างโดดเด่นในการพัฒนาเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่เน้นคุณค่า

นอกจากนี้ โครงการยังได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์ต้นแบบและให้คำปรึกษาด้านนวัตกรรมอาหารแก่ผู้ประกอบการในงาน FoodX-Premiumization Day 2025 ซึ่งจัดโดยเครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัย (RUN) และสำนักวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เมนูอาหารเพื่อสุขภาพของ GIN-D ยังคงให้บริการในงานต่างๆ รวมถึงการสัมมนา การประชุมกลุ่มเป้าหมาย และการประชุมที่จัดขึ้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณอาจจะชอบ

สาระความรู้และข่าวสาร

GIN-D by Chula: จากงานวิจัยและนวัตกรรม สู่เมนูสุขภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตและความยั่งยืนของเมือง