Highlights

จุฬาฯ จ้างงานชุมชนสู้พิษเศรษฐกิจ ปลุกสำนึกรักท้องถิ่น สร้างอาชีพและโอกาสวิสาหกิจชุมชน


ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาฯ ภูมิใจโครงการจ้างงานฯ สร้างรายได้ให้บัณฑิตจบใหม่ นักศึกษาและผู้ขาดรายได้จากวิกฤตโควิด-19 ปลุกสำนึกรักบ้านเกิด เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นคู่พัฒนาความรู้สมัยใหม่เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ หวังสร้างวิสาหกิจชุมชนและอาชีพอย่างยั่งยืนในอนาคต


สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบันทำให้หลายคนตกงาน หมดอาชีพและขาดรายได้

บัณฑิตที่เพิ่งจบการศึกษาหางานทำไม่ได้ ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล แต่วิกฤตทางเศรษฐกิจก็อาจเป็นโอกาสสร้างทุนทางสังคมได้เช่นกัน ซึ่งเป็นแนวทางการดำเนินโครงการจ้างงานของศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น

“โครงการที่เราทำไม่เพียงช่วยเหลือคนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ให้มีรายได้ แต่เราอยากให้พวกเขารู้ว่าบ้านและชุมชนของพวกเขามีอะไรดี ให้พวกเขารู้สึกว่าทำงานที่บ้านก็ได้ ไม่ต้องจากบ้านไปหางานที่อื่น เป็นการสร้างจิตสำนึกรักและภูมิใจในท้องถิ่น” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กิตนะ ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงเป้าหมายของโครงการ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กิตนะ
ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาฯ

งานสำรวจชุมชน สร้างสำนึกรักท้องถิ่น

ช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกแรก ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาฯ ได้จ้างงานผู้ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดทั้งสิ้น 138 คนใน 6 จังหวัด ได้แก่ สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี กาญจนบุรี ชลบุรี และจันทบุรี เพื่อทำฐานข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่นตามแนวทางของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (โครงการ อพ.สธ.) ระหว่างเดือนกรกฎาคม- กันยายน 2563

ภายหลังสิ้นสุดโครงการ โครงการได้ถอดบทเรียนการทำงานของชุมชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรีที่สำรวจข้อมูลชุมชนได้ครอบคลุมและสมบูรณ์ที่สุด

“เรานำข้อมูลที่สำรวจมาต่อยอดทำหนังสือทรัพยากรท้องถิ่นในจังหวัด โปสเตอร์ทรัพยากรพืช สัตว์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแจกไปให้กับอบต. ทุกแห่ง และทุกโรงเรียนในจังหวัดสระบุรี เพื่อให้คนในพื้นที่รู้ว่าจังหวัดของพวกเขามีอะไรดี นอกจากนี้ ก็ยังมีการนำข้อมูลไปพัฒนาต่อเป็นบทเรียนในรูปแบบการ์ดเกม บอร์ดเกมว่าด้วยเรื่องทรัพยากรท้องถิ่นด้วย” ผศ.ดร.นพดล เสริมอีกว่าหลังจากเสร็จสิ้นโครงการในระยะนี้ ผู้ได้รับการจ้างงานหลายคนเริ่มเห็นต้นทุนในท้องถิ่นของพวกเขาและเห็นโอกาสที่จะต่อยอดต้นทุนเหล่านั้นในบ้านเกิดของตนเอง  

จุฬาฯ สู่ตำบล จ้างคน 3 กลุ่ม เรียนรู้สานความเข้าใจ

ปี 2564 วิกฤตปากท้องของผู้คนยังไม่จางหาย ซ้ำทวีความหนักหน่วงเมื่อโรคโควิด-19 ระบาดอีกเป็นระลอกที่สามและสี่ กระทรวง อว. จึงไปต่อด้วยโครงการ “มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ (U2T)” โดยสนับสนุนให้เพิ่มระยะเวลาการจ้างงานเป็น 11 เดือน ตั้งแต่กุมภาพันธ์ถึงธันวาคม 2564 และเพิ่มอัตราการจ้างงานมากขึ้น 3,000 ตำบลทั่วประเทศ

หลายหน่วยงานในจุฬาฯ เข้าร่วมโครงการนี้โดยผุดโครงการกิจกรรมต่างๆ เพื่อจ้างงานกลุ่มเป้าหมาย สำหรับศูนย์เครือข่ายฯ จุฬาฯ ก็ยังคงเดินหน้าทำงานต่อเนื่องกับชุมชนในจังหวัดสระบุรี ที่ศูนย์ฯ ตั้งอยู่ โดยรับผิดชอบ 3 ตำบลในอำเภอแก่งคอย ได้แก่ ตำบลห้วยแห้ง ตำบลชำผักแพว และตำบลตาลเดี่ยว

“ตามโจทย์ที่ได้รับมาจากกระทรวง การจ้างงานในระยะนี้เน้นส่วนผสมของคน 3 กลุ่ม คือ บัณฑิตจบใหม่ที่เป็นคนในพื้นที่และไม่ได้รับการจ้างงานใดๆ ประชาชนในท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และนิสิตนักศึกษา เราอยากเห็นคนต่างรุ่นได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีและความคิดเห็นระหว่างกัน” ผศ.ดร.นพดล กล่าวและเสริมว่าสัดส่วนการจ้างงานตำบลละ 20 คน ประกอบด้วยส่วนผสมของบัณฑิตจบใหม่ 10 คน ประชาชนทั่วไปไม่จำกัดวุฒิ 5 คน และนักศึกษาอีก 5 คน

ผสานภูมิปัญญากับความรู้สมัยใหม่ หวังสร้างวิสาหกิจชุมชน

ศูนย์เครือข่ายฯ จุฬาฯ เห็นโอกาสการจ้างงานเพื่อสร้างสำนึกรักบ้านเกิดและความภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงได้จ้างงานกลุ่มเป้าหมายทั้ง 3 กลุ่มให้เข้าร่วมกิจกรรมโรงเรียนหญ้าแฝก ที่ศูนย์เครือข่ายฯ จุฬาฯ  ดำเนินการอยู่ในจังหวัดสระบุรีนั้นเอง  

“พวกเขาจะได้เรียนด้วยกัน ทำงานด้วยกันและช่วยกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับความรู้สมัยใหม่ในเรื่องการออกแบบและการทำการตลาด” ผศ.ดร.นพดล กล่าว

“เราอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการหญ้าแฝก สอนตั้งแต่หญ้าแฝกคืออะไร วิธีปลูกในเชิงอนุรักษ์ การเก็บเกี่ยว การเอามาใช้ประโยชน์ โดยเชิญครูแฝกจากเครือข่ายคนรักษ์แฝก 12 เขตทั่วประเทศมาช่วยอบรมการใช้หญ้าแฝกทำผลิตภัณฑ์หัตถกรรม เชิญอาจารย์ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มาให้ไอเดียการออกแบบหัตถกรรมร่วมสมัยเพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เชิญวิทยากรจากบริษัทเอกชนมาสอนทำการตลาดดิจิทัลหลายรูปแบบ รวมทั้งเชิญทีมงานจากลาซาด้าประเทศไทยมาให้ความรู้เรื่องการเปิดร้านค้าออนไลน์ เป็นต้น”

ผศ.ดร.นพดล คาดหวังว่าชุมชนจะสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หญ้าแฝกที่แตกต่างจากเดิม ไม่ใช่เป็นแค่เครื่องจักรสานอย่างที่เคยคุ้นตา ซึ่งจะเป็นลู่ทางสู่การพัฒนาเป็นธุรกิจหรือวิสาหกิจชุมชนได้ในอนาคต

พัฒนาทักษะ สร้างโอกาสจ้างงานในท้องถิ่น

นอกจากผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องทำงานกับศูนย์เครือข่ายฯ จุฬาฯ ในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากหญ้าแฝกแล้ว ยังจะได้ทำงานที่ได้รับมอบหมายอื่นๆ จากกระทรวง อว. เช่น งานเก็บข้อมูลเชิงชุมชน ประเมินความยากจนของคนในพื้นที่ ข้อมูลประเมินความเสี่ยงในเชิงสาธารณสุข และยังได้รับการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ทักษะภาษาอังกฤษ ทักษะดิจิตอล ทักษะสังคม และทักษะการเงิน ผ่านการอบรมออนไลน์ Thai MOOC ตลาดหลักทรัพย์ SET และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

 “ศูนย์เครือข่ายฯ ส่งบัณฑิตจบใหม่ไปประจำกับหน่วยงานในจังหวัด เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานประกันสังคม สำนักงานที่ดูแลเรื่องทรัพยากรมนุษย์ หลายคนทำงานได้ดีจนวันนี้ได้รับการจ้างงานแบบประจำจากหน่วยงานภาครัฐนั้นๆ แล้ว นี่เป็นหนึ่งในความสำเร็จของเราที่บัณฑิตในโครงการได้งานและรายได้ที่มั่นคง” ผศ.ดร.นพดล กล่าวทิ้งท้ายด้วยความภูมิใจ

แม้โครงการจ้างงานได้สิ้นสุดลงแล้วและกำลังอยู่ในช่วงการสรุปผลการดำเนินงานอย่างเป็นทางการ แต่ชีวิตของผู้คนในชุมชนยังดำเนินต่อไป มีรายได้ มีความรู้ มีทักษะใหม่ ๆ ที่จะสร้างโอกาสในชีวิตและชุมชนของพวกเขา

จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้

ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย