งานวิจัยที่นำไปใช้และเกิดประโยชน์แก่สังคม

โครงการการศึกษาวิเคราะห์ระดับสินทรัพย์การออมขั้นต่ำที่ผู้เกษียณอายุพึงมีสำหรับการประกันคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐาน (วัยสูงอายุ)

ดำเนินการโดย:

  1. รศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล
  2. อ.ดร.รุ่งเกียรติ รัตนบานชื่น
  3. อ.ดร.รัฐชัย ศีลาเจริญ
  4. อ.ณรงค์ฤทธิ์ อัศวเรืองพิภพ
  5. ผศ.ดร.อนิรุต พิเสฎฐศลาศัย
  6. ผศ.ดร.สุนทรี เหล่าพัดจัน
  7. อ.ณัฐวุฒิ ทรัพย์สมบัติ
  8. อ.นพเก้า เรืองสมบัติ
  9. อ.ดร.สิทธิเดช บำรุงทรัพย์

ร่วมมือกับ:

  1. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)
  2. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
  3. ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย

เกี่ยวกับโครงการ: งานวิจัยฉบับนี้ศึกษาความเพียงพอของการออมเงินเพื่อเกษียณอายุของประชากรในแต่ละกลุ่มอาชีพ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้น ผู้วิจัยได้ลงพื้นที่สำรวจระดับค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานของผู้เกษียณอายุใน  แต่ละระดับอายุ และแต่ละอาชีพ แล้วนำมาคำนวณเป้าหมายเงินก้อนขั้นต่ำพึงมี ณ วันเกษียณอายุ ผ่านตัวแบบทางการเงินที่มีการคำนึงถึงอัตราการเสียชีพวิตในแต่ละกลุ่มอายุ จากการใช้ค่ามัธยฐานของระดับค่าใช้จ่ายในแต่ละกลุ่มอาชีพ พบว่าเงินก้อนพึงมี ณ วันเกษียณอายุมีค่าอยู่ระหว่าง 3 ล้านบาท ถึง 11 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับปีที่เกษียณอายุ ระดัลสุขภาพ และรับค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ ได้มีการจัดสัมมนาให้ความรู้แก่กลุ่มตัวอย่างเรื่องการออมเพื่อเกษียณ เพื่อเป็นการสร้างฐานความรู้ในการออมอย่างถูกต้อง และเป็นการชี้แจงตัวเลขเงินก้อนขั้นต่ำพึงมีฯ สำหรับเป็นเป้าหมายในการออม จากการสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีอัตราการสะสมของเงินเดือนที่ลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ที่ร้อยละ 4.4 การกระจายตัวของอัตราการสะสมอยู่ระหว่างร้อยละ 3 ถึง ร้อยละ 8.99 ของเงินเดือนการกระจายตัวของยอดเงินล่าสุดในบัญชีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของผู้เข้าร่วมสัมมนาส่วนใหญ่ (ร้อยละ 69.5)ไม่เกิน 160,000 บาท

เมื่อประเมินความสัมฤทธิผลด้านความเพียงพอของการการสะสมเงินออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยประเมินร่วมกับค่าประมาณการเงินบำนาญจากกองทุนประกันสังคม ค่าประมาณการเงินบำเหน็จจากนายจ้าง และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากรัฐบาล ด้วยแบบจำลอง Monte Carlo Simulation พบว่ามีเพียงร้อยละ 26 ของกลุ่มตัวอย่าง ที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเพียงพอ ความเพียงพอวัดจากการมีความน่าจะเป็นเกินร้อยละ 95 ที่เงินออม ณ   วันเกษียณอายุของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีค่ามากกว่าเงินก้อนขั้นต่ำพึงมี ณ วันเกษียณอายุ

จากการวิเคราะห์คุณลักษณะของกลุ่มตัวอย่างที่ออมไม่เพียงพอด้วย Binary Logistic Regression พบว่า จะมีคุณลักษณะบ่งชี้ 4 ประการที่มีนัยสำคัญ ได้แก่
1) ไม่ได้รับเงินบำเหน็จจากนายจ้างเมื่อเกษียณอายุ
2) เงินเดือนปัจจุบันไม่เกิน 30,190 บาท 3) ประมาณการอัตราการขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยในอนาคตต่ำกว่าร้อยละ 5.5   ต่อปี
4) อัตราการสมทบจากนายจ้างในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่ำกว่าร้อยละ 5.4 ของเงินเดือน

นอกจากนี้ เพื่อให้ตัวแบบทางการเงินที่งานวิจัยนี้คิดค้นมีการใช้ประโยชน์ในวงกว้าง จึงได้มีการพัฒนาเวปไซต์ WWW.retirement-checkup.com เพื่อเป็นช่องทางในการให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความเพียงพอของการออมเพื่อเกษียณอายุ โดยจะให้คำแนะนำที่ตรงตามลักษณะเฉพาะของผู้ใช้งาน เช่นการแนะนำอัตราการออม และแผนการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้มีเงินออมเพียงพอต่อการใช้จ่ายในแต่ระดับความสะดวกสบาย

ผลผลิตของจุฬาฯ คือ การผลิตบัณฑิต สร้างคนคุณภาพสู่สังคม

ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

X