CU 2040 Masterplan: ผังแม่บทจุฬาฯ ศตวรรษที่ 2 “ปรับ-เปลี่ยน-เปิด” เพื่อทุกคน

โครงการ CU 2040 Masterplan: CU 2040 ผังแม่บทจุฬาฯ ศตวรรษที่ 2 โดยสำนักบริหารระบบกายภาพ และ ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง(UddC) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดเวทีสาธารณะนำเสนอ “ผลลัพธ์การร่างภาพจุฬาฯ ภายใต้โครงการผังแม่บทจุฬาฯ ศตวรรษที่ 2 : เขตการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ขึ้น ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา

ผังแม่บทจุฬาฯ ศตวรรษที่ 2 เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “ปรับ-เปลี่ยน-เปิด” คือ

  • ปรับ คือ การปรับสิ่งที่มีอยู่ เช่น อาคาร และที่โล่งที่มีการใช้งานน้อยให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ร่วม เพื่อจะได้เกิดแนวคิดใหม่ๆ จากกลุ่มคนที่หลากหลาย
  • เปลี่ยน คือ เปลี่ยนการบริหารจัดการเวลาให้ขยายเวลาปิดประตูและกิจกรรมในมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มช่วงเวลาการทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยให้ยาวนานยิ่งขึ้น
  • เปิด คือ เปิดให้สาธรณชนได้เข้าถึงต้นทุนทางความรู้ของจุฬาฯ ได้ง่ายขึ้น

จากแนวคิด ปรับ-เปลี่ยน-เปิด ดังข้างต้นนี้ก่อเกิดเป็น “5 กลยุทธ์สู่นิเวศการเรียนรู้แห่งอนาคต” คือ

  1. สร้างพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ร่วมทั้งในมหาวิทยาลัยและระดับคณะด้วยการปรับสิ่งที่มีอยู่แล้ว เช่น อาคารและที่โล่งที่ยังใช้งานน้อยให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วม เช่น ลานจักรพงษ์ ห้องแลป Innovation Hub สำหรับเป็นพื้นที่แห่งการพบปะแลกเปลี่ยนจากหลากหลายศาสตร์ โดยออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้ยืดหยุ่น เข้าถึงได้ง่าย มองเห็นได้ชัด
  2. สร้างอัตลักษณ์ให้คณะต่างๆ ที่มีอยู่เดิม ปรับด้วยการสลายรั้วของคณะต่างๆ เปิดเป็นพื้นที่โชว์ผลงานของแต่ละคณะสร้างบรรยากาศคึกคักในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยน โดยฝั่งถนนพญาไทที่เป็นหลังบ้านจะพลิกเป็นหน้าบ้าน เป็นการเปิดให้คนทั่วไปได้สัมผัสและแลกเปลี่ยนความคิดใหม่ๆ ร่วมกันกับประชาคมจุฬาฯ
  3. เชื่อมโยงพื้นที่ส่วนต่างๆ ในมหาวิทยาลัยด้วยการสร้างทางเดินเท้าที่มีโครงสร้างกันแดดกันฝนเชื่อมพื้นที่ต่างๆ และเชื่อมกับจุดให้บริการขนส่งมวลชนร่วมกับรถป๊อปที่มีเส้นทางครอบคลุมทั่วจุฬาฯ
  4. ดูแลด้านความปลอดภัย โดยออกแบบโซนที่มีการใช้งานยามค่ำคืนให้ควบคุมได้ง่ายและมีแสงสว่างทั่วถึง
  5. ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคให้ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นตามแนวคิด Green Infrastructure เช่น ใช้พลังงานทางเลือก ผลิตพลังงานเอง รวมไปถึงการส่งเสริมเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Internet of Things

ผังแม่บทจุฬาฯ ศตวรรษที่ 2 นี้ได้รับการผสานแนวคิดการออกแบบของผู้เชี่ยวชาญรวมกับภาพอนาคตจากประชาคมจุฬาฯ และสาธารณชนที่ร่วมกระบวนการร่วมออกแบบวางผังกว่า 60 ครั้งตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา จนนำไปสู่ผลลัพธ์การออกแบบผังแม่บทจุฬาฯ ศตวรรษที่ 2 : เขตการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่จะเป็นการ “ฝังเข็ม” Learning commons ที่หลากหลาย ลงไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วมหาวิทยาลัย ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 โซน ได้แก่

ZONE 1: KNOWLEDGE QUARTER XP

ZONE 2: ONE HEALTH

ZONE 3: SOCIAL DEMO

ZONE 4: 24 HOUR SCHOOL

ZONE 5: BICENTENNIAL AXIS

ZONE 6: PUBLIC SHOWCASE

ZONE 1: KNOWLEDGE QUARTER XP

ประกอบไปด้วยพื้นที่ 3 กลุ่มคณะ กลุ่มศิลป์ (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์) กลุ่มวิทยาศาสตร์กายภาพ (คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์) และกลุ่มสังคมศาสตร์ (คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี คณะเศรษฐศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์) ด้วยการผสมผสานกันของหลากศาสตร์ที่มีศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้เป็นอย่างดี (Engineer x Science x Design x Business)

อีกทั้งในแต่ละคณะก็มีนวัตกรรมที่แอบซ่อนอยู่ พร้อมที่จะนำมาพัฒนาและบูรณาการต่อในอนาคต รวมถึงเป็นที่ตั้งของพื้นที่และอาคารเชิงสัญลักษณ์ที่สะท้อนความเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นหอประชุมจุฬาฯ ศาลาพระเกี้ยว และมีจำนวนนิสิตและบุคลากรหนาแน่นที่สุดในจุฬาฯ ถึง 23,843 คน แต่กลับขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวก (Common Facilities) ที่รองรับกิจกรรมอื่น ๆ นอกเหนือจากการเรียน จากปัญหาข้างต้นนี้ จึงเกิดเป็นแนวคิดและแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่สู่การเป็น “Knowledge Quarter XP” คือ

  • ปรับ การเชื่อมโยงพื้นที่การเรียนรู้ 4 กลุ่มศาสตร์ 3 กลุ่มคณะเข้าด้วยกัน พร้อมสร้างจุดเด่นให้แต่ละกลุ่มศาสตร์ที่สะท้อนถึงตัวตนและพร้อมเปิดรับการบูรณาการต่างกลุ่มศาสตร์
  • เปลี่ยน การใช้สอยให้หลากหลาย ดึงดูด และตอบสนองการใช้งาน
  • เปิด พื้นที่ สร้างความหลากหลายและความเข้มข้นของพื้นที่ The learning commons เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนในระดับคณะ กลุ่มคณะ และมหาวิทยาลัย

ผลจากการปรับเปลี่ยนเปิดพื้นที่ดังกล่าว ทำให้เกิดการใช้พื้นที่ใหม่ๆ ได้แก่

CENTRE OF EXCELLENCE

อาคารศาลาพระเกี้ยว สู่ศูนย์รวมความเป็นเลิศด้านการวิจัยจุฬาฯ พร้อมในบริการเป็นพื้นที่ทำงานเชิงบูรณาการของกลุ่มศาสตร์ พื้นที่อเนกประสงค์ในการจัดนิทรรศการและ การแสดงผลงานให้แก่ประชาคมโลกรับรู้

DIGITAL COMMONS

ลานจักรพงศ์ สู่ห้องสมุด Digital เต็มรูปแบบอ ครบครันไปด้วยทรัพยากรที่ส่งเสริมการเรียนรู้แห่งยุคดิจิทัล

TEACHER UNION

อาคารจุลจักรพงษ์ สู่สโมสรคณาจารย์ที่ครบครันไปด้วยทรัพยากรในการพัฒนาการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับการเรียรรูปแบบใหม่แห่งศตวรรษที่ 21

STUDENT UNION

อาคารเปรมบุรฉัตร สู่สโมสรนิสิตแห่งใหม่ ที่ประกอบไปด้วยพื้นที่การเรียนรู้ พื้นที่พบปะ รูปแบบใหม่

MAKER SPACE

อาคารศิลปวัฒนธรรม สู่พื้นที่สร้างสรรค์เต็มรูปแบบ ที่พร้อมเปลี่ยนความคิดและไอเดียสู่ชิ้นงานจริง

MAHACHULA CAFE

พื้นที่ชั้น 1 อาคารมหาจุฬาฯ สู่การเป็น CAFÉ พื้นที่พบปะของนิสิตและคณะจารย์ ภายใต้บรรยากาศอันมีเสนห์ของสถาปัตกกรรม และร่มจามจุรี

ZONE 2: “ONE HEALTH”

พื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยติดถนนพระราม 1 พื้นที่พาณิชยกรรมที่โดดเด่นที่สุดของประเทศไทย ประกอบไปด้วยพื้นที่ 2 กลุ่มคณะ คือ กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพฝั่งตะวันตก (คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา คณะสหเวชศาสตร์ และคณะจิตวิทยา) และกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพฝั่งตะวันออก (คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์) โดยมีนิสิต คณาจารย์ และบุคลากรอยู่ที่ 7,370 คนด้วยกัน แต่ละคณะมีความโดดเด่นทั้งผลงานวิชาการ นวัตกรรมอยู่มาก แต่ถูกซ่อนอยู่ภายในคณะ ขาด"พื้นที่ร่วมเรียนรู้" ในการแลกเปลี่ยนบูรณาการ ผนวกกับกำแพงปิดกั้น ขาดการเชื่อมต่อโครงข่ายและพื้นที่การศึกษาอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม การเรียนการสอน หรือแม้กระทั่งการเชื่อมโยงจาก BTS ทั้งสถานีสยาม และสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ จึงเกิดเป็นแนวคิดและแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่สู่การเป็น “ONE HEALTH” คือ

.

  • "ปรับ" การเชื่อมโยงพื้นที่การเรียนรู้ 2 กลุ่มศาสตร์ เข้าด้วยกัน พร้อมสร้างจุดเด่นให้แต่ละกลุ่มศาสตร์ที่สะท้อนถึงตัวตนและเปิดรับการบูรณาการต่างกลุ่มศาสตร์สู่นวัตกรรมสร้างสรรค์
  • "เปลี่ยน" พื้นที่นำไปสู่พื้นที่การเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ ดึงดูด และตอบสนองการใช้งาน
  • "เปิด" พื้นที่เปิดพื้นที่โดยการสร้างทางเดินยกระดับ (Skywalk) แนวเหนือ-ใต้ เชื่อมจาก BTS สู่พื้นที่การศึกษาด้านใต้ และเชื่อมกลุ่มศาสตร์ทั้งหมดไว้ด้วยกันด้วยทางเดินยกระดับ (Skywalk)

ผลจากการปรับเปลี่ยนเปิดพื้นที่ดังกล่าว ทำให้เกิดการใช้พื้นที่ใหม่ๆ ได้แก่

SPORT SCIENCE CO-LAB

อาคารจุฬาพัฒน์ 8 สู่ SPORT SCIENCE CO-LAB พื้นที่ทดลอง ครบครันไปด้วยเครื่องมือ ทรัพยากรที่พร้อมต่การสร้างสรรค์นวัตกรรมข้ามศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา เช่น Sport Science X Business X Design เพื่อยกระดับนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์

INNOVATION HUB

พื้นที่ลานจอดรถข้างสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สู่ ศูนย์กลางนวัตกรรม หรือ INNOVATION HUB พื้นที่บ่มเพาะนวัตกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างนิสิตเก่าที่มีความพร้อมในการพัฒนาและสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมและนิสิตปัจจุบันทีมีไอเดียในการสร้างสรรค์นวัตกรรม

ONE HEALTH CO-WORKING SPACE

อาคาร Capsule พื้น Co-working space แห่งใหม่ของกลุ่มคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ (คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์) ที่พร้อมช่วยยกระดับงานวิจัย และนวัตกรรมเชิงบูรณาการหลากศาสตร์ ตามเจตคติมหาวิทยาลัยนวัตกรรมแห่งเอเชีย

ZONE 3: “SOCIAL DEMO”

พื้นที่ระหว่างศาสตร์ของคณะนิเทศศาสตร์ และคณะนิติศาสตร์ 2 คณะแห่งกลุ่มสังคมศาสตร์ที่มีความโดดเด่นทั้งผลงาน และองค์ความรู้ โดยมีจำนวนนิสิต คณาจารย์ และบุคลากรกว่า 6,358 คน แต่ด้วยตำแหน่งที่ตั้งทำให้ถูกตัดขาดจากคณะในกลุ่มสาขาเดียวกันด้วยรั้วและถนนพญาไท และปัญหาในการใช้พื้นที่ที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน

แนวคิดและแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่สู่พื้นที่ร่วมเรียนรู้ “SOCIAL DEMO” คือ

  • “ปรับ” พื้นที่ร่วมเรียนรู้ 2 คณะเข้าด้วยกัน พร้อมสร้างจุดเด่นให้แต่ละคณะที่สะท้อนถึงตัวตนและเปิดรับการบูรณาการต่างกลุ่มศาสตร์สู่นวัตกรรมสร้างสรรค์
  • “เปลี่ยน” ลานจอดรถ พื้นที่ระหว่างคณะของทั้ง 2 คณะสู่การเป็นพื้นทีร่วมเรียนรู้หลากรูปแบบ เช่น พื้นที่แสดงงาน พื้นที่ทำงาน ลานกิจกรรม และพื้นที่บูรณาการองค์ความรู้ระหว่างคณะ
  • “เปิด” รั้ว เชื่อมพื้นที่ 2 ฝั่งด้วยทางข้ามที่ออกแบบผ่านการสยบการจราจร (Traffic Calming) สู่พื้นที่ KNOWLEDGE QUARTER XP สร้างความต่อเนื่องและเอกภาพ

จากแนวคิดข้างต้นทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใหม่ ได้แก่

OPEN THEATRE

ลานกิจกรรมคณะนิเทศศาสตร์สู่การเป็น พื้นที่แสดงโชว์ผลงานทั้งของนิสิต คณาจารย์ และผู้สนใจ นอกจากนี้แล้วยังเป็นพื้นที่ร่วมเรียนรู้บูรณาการต่างศาสตร์ สร้างสรรค์นวัตกรรม ที่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และจะเป็นพื้นที่ชิคที่สุดแห่งหนึ่งของจุฬาฯ เลยก็ว่าได้

LEARNING GARDEN

ลานจอดรถคณะครุศาสตร์ สู่การเป็นสวนธรรมชาติเพื่อการเรียนรู้ ที่เหมาะสำหรับทุก ๆ คน และ ทุก ๆ กิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่นั่งทำงาน พื้นที่สำหรับการเรียนเสริมพิเศษ ที่จะรายล้อมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์

ZONE 4: “24 HOUR SCHOOL”

พื้นที่รวมแหล่งกิจกรรมนอกเหนือจากการเรียนไม่ว่าจะเป็น Sport Complex ศูนย์กีฬาในร่ม สนามกีฬาแห่งจุฬาฯ สำนักวิทยาทรัพยากรหรือ หอกลาง อาคารจามจุรี 9 และ พื้นที่พักอาศัยหอพักนิสิตจุฬาฯ ทำให้จุฬาฯ เป็นพื้นที่ถูกใช้มากกว่าแค่ช่วงกลางวัน หากแต่บางพื้นที่กลับมีการใช้งานที่เบาบาง และบางพื้นที่หนาแน่น เนื่องจากการกระจายตัวของแต่ละพื้นที่ ขาดแรงดึงดูดให้เกิดการเชื่อมต่อ รวมถึงการแยกจากพื้นที่อื่น ๆ ของมหาวิทยาลัย

แนวคิดและแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่สู่พื้นที่ “24 HOUR SCHOOL” คือ

  • “ปรับ” กิจกรรม ยืดเวลา เพิ่มการใช้งานที่หลากหลาย เติมเต็ม Campus life ที่สมบูรณ์
  • “เปลี่ยน” พื้นที่ลานจอดรถ ลานโล่ง พื้นที่ระหว่างอาคาร พื้นที่รอบสนามกีฬา สู่การเป็นพื้นที่นันทนาการหลากหลายรูปแบบ เติมเต็มการใช้ชีวิตในจุฬาฯ รวมถึงการเป็นพื้นที่ร่วมเรียนรู้สำหรับทุก ๆ คน
  • “เปิด” รั้ว สร้างโครงข่ายพื้นที่กิจกรรม เชื่อมพื้นที่กับพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของจุฬาฯผ่านการฝังเข็มพื้นที่ ให้เกิดความสะดวกสบาย ดึงดูดการใช้งาน

ผลจากการปรับเปลี่ยนเปิดพื้นที่ดังกล่าว ทำให้เกิดการใช้พื้นที่ใหม่ๆ ได้แก่

STUDEN SPACE

พื้นที่รอบสนามกีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สู่การเป็น STUDENT SPACE พื้นที่ชมรม ที่ปรับให้มีความยืดหยุ่นหลากหลาย และครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และพื้นที่ร่วมสร้างสรรค์ต่างชมรม

STUDENT JOB LINK

พื้นที่ส่วนอาคารใต้สนามกีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสู่การเป็น STUDENT JOB LINK พื้นที่เชื่อมโยงแหล่งงาน และนิสิตเข้าด้วยกัน ร่นเวลา สร้างโอกาสให้แก่นิสิตและแหล่งงานได้เจอบุคลากรและองค์กรที่เหมาะสมกัน

BLACK BOX THEATRE

อาคารสนามกีฬาในร่ม สู่การเป็น BLACK BOX TREATRE พื้นที่ SHOWCASE แห่งใหม่ของจุฬาฯ ที่เปิดเป็นสาธารณะแก่ทุก ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นำไปสู่การต่อยอด สร้างสรรค์นวัตกรรม

CAFÉ & BISTRO

เรือนจุฬานฤมิตร เรือนภรตราชา สู่การเป็น CAFÉ & BISTRO แหล่งพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แหล่งพักผ่อนแห่งใหม่ ท่ามกลางแมกไม้ และความงามของสถาปัตกรรมยุคสมัยรัชการที่ 5

DORM’S COMMON GROUND

พื้นที่ใต้อาหารหอพักสู่การเป็นพื้นที่ร่วมเรียนรู้สำหรับนิสิตหอพัก ที่ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเรียนรู้

DORM’s COMMON

พื้นที่ลานหน้าอาคารอเนกประสงค์ หอพักนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สู่การเป็นพื้นที่เติมเต็ม CAMPUS LIFE ที่สมบูรณ์ ด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่ครัวรวม พื้นที่นั่งทำงาน พื้นที่สร้างสรรค์ผลงานพื้นที่พักผ่อน

ZONE 5: “BICENTENNIAL AXIS”

พื้นที่บริเวณแกนสำคัญของจุฬาฯ จุดเริ่มปฐมศตวรรษสู่ศตวรรษ บริเวณอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ อาคารมหาวชิราวุธ หอประชุมจุฬาฯ พื้นที่สำนักงานจุฬาฯ จนถึงอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ ที่โดดเด่นท่ามกลางต้นจามจุรีและไม้น้อยใหญ่ นำไปสู่ภาพอนาคตศตวรรษที่ 2 ที่พัฒนาปรับปรุงด้วยยุทธวิธี “ฝังเข็ม” ผ่านแนวคิด “ปรับ เปลี่ยน เปิด” ที่เน้นการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อเฟื้อสำหรับทุก ๆ คน และส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมตามวิสัยทัศน์ของจุฬาศตวรรษที่ 2

แนวคิดและแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาภูมิทัศน์“BICENTENNIAL AXIS” คือ

  • ปรับ” ภูมิทัศน์ให้การก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 2 ตามวิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรม ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่สำหรับพบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นของนิสิต คณาจารย์ทุก ๆ ศาสตร์
  • เปลี่ยน” พื้นที่โล่งว่าง พื้นไร้การใช้งานสู่การเป็นพื้นที่สนับสนุนคุณภาพชีวิตนิสิต คณาจารย์ และบุคลากร รวมทั้งส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมท่ามกลางระบบนิเวศที่หลากหลาย
  • เปิด” พื้นที่ และโครงข่าย เพื่อเชื่อมทุกฝั่งพื้นที่จุฬา เข้าด้วยกัน

ผลจากการปรับเปลี่ยนเปิดพื้นที่ดังกล่าว ทำให้เกิดการใช้พื้นที่ใหม่ๆ ได้แก่

TRADITIONAL LANDSCAPE

ตัวอย่างการปรับปรุงภูมิทัศน์และพื้นที่บริเวณ ลานพระบรมรูปสองรัชกาลและบริเวณ หอประชุมจุฬาฯ สู่การเป็นภูมิทัศน์ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สนับสนุนกิจกรรม และการสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่เป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ของการก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 2 ให้เกิดความหลากหลาย

ECOLOGICAL LANDSCAPE

ตัวอย่างการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่โดยรอบแกนสีเขียวของจุฬาฯ สู่การเป็นภูมิทัศน์เชิงนิเวศน์ ที่แฝงเสน่ห์และความหลากหลายของธรรมชาติ ก่อให้เกิดระบบนิเวศน์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ หลากหลายของระบบนิเวศน์

ZONE 6: “PUBLIC SHOWCASE”

หากเปรียบจุฬาฯ เป็นบ้านแล้ว ถนนพญาไทและถนนอังรีดูนังต์ ก็เปรียบได้ว่าเป็นหน้าบ้าน ข้อดีของการมีหน้าบ้านที่เป็นถนนสำคัญที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ต่าง ๆ ของเมืองคือการเข้าถึงที่สะดวกสบาย ความเป็นสาธารณะที่ต้อนรับทุก ๆ คนเข้ามายังพื้นที่มหาวิทยาลัย แต่จุฬาฯ มีรั้วที่เป็นตัวกั้นระหว่างพื้นที่ภายในและพื้นที่ภายนอก รวมถึงกิจกรรมที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เก็บของ และหลังอาคาร จึงทำให้เป็นหน้าบ้านที่ไม่น่าภิรมย์และเชื้อเชิญเท่าที่ควร นำไปสู่การพัฒนาผ่านยุทธศาสตร์ “การฝังเข็ม” ด้วยแนวคิด “ปรับ เปลี่ยน เปิด” เพื่อขับเน้นข้อดี สู่การเปิดพื้นที่แสดงองค์ความรู้ ผลงาน นวัตกรรมนิสิต คณาจารย์แก่สาธารณะ

แนวคิดและแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่สู่ “PUBLIC SHOWCASE” คือ

  • ปรับ” พื้นที่ริมฝั่งหน้าบ้านทั้งฝั่งถนนพญาไท และถนนอังรีดูนังต์ สู่การเป็นพื้นที่แสดงค์ผลงาน นวัตกรรม นิสิต และคณาจารย์
  • เปลี่ยน” การใช้สอยพื้นที่ต่าง ๆ สู่การสนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมตามวิสัยทัศน์จุฬาฯ ศตวรรษที่ 2
  • เปิด” รั้ว เชื่อมพื้นที่จุฬาฯ เข้าด้วยกัน เพื่อส่งเสริมการแสดงผลงาน องค์ความรู้ นวัตกรรม ของจุฬาฯสู่สาธารณะ

ผลจากการปรับเปลี่ยนเปิดพื้นที่ดังกล่าว ทำให้เกิดการใช้พื้นที่ใหม่ๆ ได้แก่

INDUSTRIAL DESIGN GALLERY

พื้นที่ภาควิชาออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สู่การเป็น “ต้นแบบ” ให้การเปิดพื้นที่ คว้านรั้ว เพื่อการส่งเสริมการแสดงผลงานนิสิต รวมถึงพัฒนาความปลอดภัยในเวลากลางคืน

SCIENCE GALLERY

คณะวิทยาศาสตร์เป็นคณะที่มีพิพิธภัณฑ์อยู่ค่อนข้างมาก แต่ขาดการเชื่อมโยง เชื่อมต่อ จึงทำให้เกิดการใช้งานที่ไม่เต็มศักยภาพมากนัก จึงนำมาสู่การฝังเข็ม โดยแนวคิด ปรับ เปลี่ยน เปิด นำมาสู่พื้นที่แสดงผลงาน นวัตกรรม ที่สามรถใช้งานได้ เชื่อมโยงกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งต่อยอดในการพัฒนานวัตกรรมจากผลงานของนิสิต และคณาจารย์

ARCHITECTURE GALLERY

พื้นที่ด้านหน้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สู่การเป็น “ต้นแบบ” ในการ “ปรับ เปลี่ยน เปิด” อาคารที่เป็นมิตรกับสาธารณะให้ได้เห็นวิธีการเรียนการสอน การแสดงผลงาน ที่สนับสนุนให้เกิดการต่อยอด การแลกเปลี่ยนความคิดข้ามศาสตร์ อันเป็นหัวใจหลักในการสร้างนวัตกรรม ซึ่งสามารถปรับประยุกต์ใช้ได้กับทุก ๆ อาคารของจุฬาฯ ได้เช่นกัน

BIZ CUBE

พื้นที่ลานคณะพาณิชศาสตร์และการบัญชี สู่การเป็น BIZ CUBE ศูนย์พัฒนาธุรกิจสำหรับนิสิตและคนทั่วไปที่พร้อมจะเริ่มต้นธุรกิจให้สามารถเกิดขึ้นได้จริง ที่เชื่อมโยงกับห้องเรียนบริษัทจำลองและห้องเรียนตลาดหลักทรัพย์จำลอง เพื่อพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ที่สามารถปรับประยุกต์ได้จริงในโลกความจริง รวมถึงการเปิดรั้วจุฬาฯ เพื่อเชื่อมประสานกับสาธารณะ

FINE AND APPLIED ART GALLERY

พื้นที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ อีกหนึ่งตัวอย่างได้รับการ “ฝังเข็ม” ผ่านแนวคิด “ปรับ เปลี่ยน เปิด” จนนำมาสู่การเปิดพื้นที่ทั้งกิจกรรมการเรียนการสอน การแสดงผลงาน ให้สามารถเข้าถึงผ่านการมองเห็นได้ นำไปสู่การต่อยอดการพัฒนาผลงานนิสิต

SMALL ANIMAL HOSPITAL

พื้นที่โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ ที่มีประชาชนมาใช้สอยอย่างคับคั่ง หากแต่เข้าถึงยาก จึงนำไปสู่การปรับปรุงการเข้าถึง และการพื้นที่ลานจอดรถสู่การเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อให้บริการกับชุมชน

HERB PATCHES

พื้นที่คณะเภสัชศาสตร์ สู่การเป็นพื้นที่สนับสนุนการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาจากสมุนไพร ต่อยอดองค์ความรู้สู่นวัตกรรมสร้างสรรค์ เพื่อบริการสังคมต่อไป

ท่านสามารถรับชมที่มาของโครงการ และแนวคิดการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เขตการศึกษา จุฬาฯ ได้ที่  https://bit.ly/2CBDqIC  หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ของโครงการได้ที่ https://www.facebook.com/cu2040masterplan/

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการได้ที่

ฝ่ายสื่อสารองค์กร ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC)

388 อามิโก้ทาวเวอร์ ชั้น 9 ถ.สี่พระยา

แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

โทรศัพท์ 02 234 0293, 090 972 7087 โทรสาร 02 234 0294

E-mail chayakorn.k@uddc.net

Website www.uddc.net

จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
X