จุฬาฯ ร่วมมือ ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ วิจัยและพัฒนาการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ แก้ปัญหาโลกร้อน

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) ร่วมมือกับบริษัท ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนางานที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คาร์บอนเครดิต การรวบรวมและการประมวลผลข้อมูลด้านคาร์บอนโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งร่วมกันจัดกิจกรรมกับเครือข่ายนักวิจัยในมหาวิทยาลัยและในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยเร่งศักยภาพในการจัดการกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สำเร็จ

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ณ ห้อง 705/2 ชั้น 7 อาคารวิจัยจุฬาฯ โดยมี ศ.ดร.หทัยกานต์ มนัสปิยะ ผู้อำนวยการ PETROMAT ลงนามร่วมกับนายอธิพร ลิ่มเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) ด้วยความมุ่งหมายที่จะยกระดับการจัดการกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อร่วมสร้างอนาคตประเทศไทยให้สอดคล้องกับนานาชาติในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อโลกที่ยั่งยืน


ที่มาของความร่วมมือครั้งนี้เนื่องจากวิกฤตสภาวะโลกร้อนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบให้หลายประเทศกำลังเผชิญกับอากาศร้อนจัด และเสี่ยงมากขึ้นต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นมีสาเหตุส่วนใหญ่จากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงเกิดความตกลงร่วมกันในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สาระส่วนหนึ่งเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในรัฐภาคีดังกล่าว และได้กำหนดว่าจะเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี ค.ศ. 2050 และจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065 นอกจากนี้ทั่วโลกยังมีมาตรการระหว่างประเทศเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงส่งผลให้หลายภาคส่วนของประเทศไทยกำลังเตรียมความพร้อมและเริ่มดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกันบ้างแล้วในปัจจุบัน


ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) เป็นเครือข่ายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในด้านปิโตรเคมีและวัสดุศาสตร์ มีนักวิจัยในมหาวิทยาลัย ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม และผลงานวิจัยจำนวนมากในด้านที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งด้านเชื้อเพลิงชีวภาพ พลังงานสะอาด เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน ตลอดจนด้านวัสดุยั่งยืนเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน และยังให้คำปรึกษาเกี่ยวกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร ในขณะที่บริษัท ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) ทำธุรกิจชั้นนำในกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารและโทรคมนาคม รวมถึงมีบริการส่งเสริมให้ลูกค้าเปลี่ยนผ่านระบบการทำงานเป็นรูปแบบดิจิทัล ทั้งสองฝ่ายเห็นความสำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยพร้อมสนับสนุนนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญและงบประมาณในการศึกษาวิจัยและพัฒนา








