รู้จักจุฬาฯ
การบริหาร
อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
Green University
Sustainability
ติดต่อจุฬาฯ
บริจาคให้จุฬาฯ
หลักสูตร
การสมัครเข้าศึกษา
หน่วยงานการศึกษา
บริการนิสิต
บริการวิชาการ
บริการทางการแพทย์
บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
สารสนเทศและการสื่อสาร
พื้นที่สร้างสรรค์
ข่าวสารและความเคลื่อนไหว
วารสารจุฬาฯ
สาระความรู้
ข่าวสารจุฬาฯ
22 มกราคม 2562
ข่าวเด่น
ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 กลายเป็นภาวะวิกฤตสำหรับหลายพื้นที่ในประเทศไทย ท่ามกลางความวิตกกังวลในเรื่องนี้ทำให้ประชาชนหาวิธีการป้องกันตัวด้วยอุปกรณ์ที่คาดว่าจะช่วยให้เราดำเนินชีวิตได้เป็นปกติ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ สาขาวิชาอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤติ ได้ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับประเด็นการใช้ Filter ใส่จมูกว่าจะกรองฝุ่น PM 2.5 ได้จริงหรือไม่?
รศ.นพ.ฉันชาย เปิดเผยว่าในทางการแพทย์มีอุปกรณ์ซึ่งเรียกว่าตัวกรองจมูก (Nasal Filter) มีลักษณะคล้ายแผ่นกรองใส่เข้าไปในรูจมูกทั้งสองข้าง มีคุณสมบัติในการช่วยลดฝุ่น ควันหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าผ่านลมหายใจเข้าไปในจมูกได้ จากข้อมูลทางการแพทย์ จุดประสงค์หลัก ในการใช้อุปกรณ์นี้มุ่งลดการหายใจเอาสารที่ทำให้เกิดภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกาย จากการศึกษาพบว่ากลุ่มคนไข้ซึ่งเป็นโพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง เมื่อใส่อุปกรณ์นี้ในช่วงเวลาซึ่งมีฝุ่นละออง แม้กระทั่งเกสรดอกไม้ คนไข้ส่วนหนึ่งอาจจะมีอาการที่ดีขึ้น ซึ่งอุปกรณ์นี้อาจจะลดปริมาณของฝุ่นหรือสารภูมิแพ้ซึ่งเข้ามาทางจมูกได้ กลไกในการลดจะเกิดขึ้นผ่านการกรองที่ดีขึ้น แต่ขอเน้นย้ำว่าถ้าลม เข้าจมูกได้น้อยลงเราจะหายใจทางปากมากขึ้น
รศ.นพ.ฉันชาย กล่าวว่าปัญหาขณะนี้คือมีการนำอุปกรณ์นี้มาใช้เพราะคิดว่าสามารถจะกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วอุปกรณ์นี้สามารถกรองได้เฉพาะลมหรือสารที่ผ่านเข้ามาทางจมูก ถ้าเราอ้าปากหายใจก็ไม่สามารถกรองได้ ถ้าหวังว่าจะลดสารที่อยู่ในจมูกอย่างเดียวนี้อาจจะพอได้ ถ้าจะทำให้ได้ผลจริงๆ ผู้ใช้จะต้องไม่หายใจทางปากเลย ดังนั้นจากข้อมูลตรงนี้อุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถทดแทนการใช้หน้ากากอนามัยในการลดฝุ่นละอองขนาดจิ๋วหรือ PM 2.5 เมื่อเข้าไปในพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองในปริมาณสูงได้ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่มากพอจะยืนยันการใช้ Nasal Filter ควบคู่กับหน้ากากอนามัย
ในทางการแพทย์ อาจารย์แนะนำว่าควรใช้อุปกรณ์มาตรฐานก่อน เริ่มต้นอย่างแรกควรจะหลีกเลี่ยงพื้นที่เปิดโล่งที่มีความเสี่ยงก่อนและใช้หน้ากากที่เหมาะสม ถ้าเราเตรียมตัวดีเราสามารถป้องกันได้ อย่างแรกเราต้องเข้าใจก่อนว่าตัวเองเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ ถ้าเราเป็นโรคถุงลมโป่งพอง หรือโรคหอบหืด ต่อให้ฝุ่นละอองในอากาศไม่สูงก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยง ทุกคนต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพอากาศว่าเป็นอย่างไร ระดับสารพิษเป็นอย่างไร หลีกเลี่ยงที่ที่มีฝุ่นควันพิษสูง ลดกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้อุปกรณ์ป้องกัน กลุ่มเสี่ยงที่เรามองข้ามไม่ได้เลยคือเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็ก ถ้าได้รับสารหรือฝุ่นอันตรายจะมีผลกระทบอย่างมากทั้งระยะสั้นและระยะยาว อาจจะมีผลต่อพัฒนาการของเด็ก อย่างไรก็ตาม ฝุ่น PM 2.5 ป้องกันได้ ความรุนแรงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดีที่สุดคือพยายามหลี่กเลี่ยงรับสารนี้เข้าไปในร่างกายให้น้อยที่สุด ถ้ารับไปเรื่อยๆ อนาคตมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง โรคหัวใจ สมองเสื่อมมากขึ้น
รศ.นพ.ฉันชาย แนะนำว่า หลายภาคส่วนต้องช่วยกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำคนเดียวไม่ได้ เพราะไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว ต้องเริ่มจากทุกคน ต้องรู้จักป้องกันตัวเอง รู้ตัวเองว่าควรทำอะไร ต้องแก้ไขจากในพื้นที่เพราะแต่ละที่เกิดจากปัจจัยคนละอย่าง เช่น เกิดจากการเผาป่าถางไร่ เกิดจากพฤติกรรมการใช้รถยนต์หรือเกิดจากการเผาไหม้ทางอุตสาหกรรม ถ้ามีต้นไม้ที่ต้นสูงใหญ่ มีใบเยอะ จะช่วยดูดซึมสารพิษโมเลกุลเล็กได้
สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ ปลูกต้นแก้ว เชื่อมสัมพันธ์ไทย-เอเชียกลาง
จุฬาฯ ร่วมกับ WEF แถลง The Global Risks Report 2026 ชี้ความเสี่ยงประเทศไทยเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ โลกกังวลความขัดแย้งและสภาพอากาศ
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เปิดหลักสูตรบริการวิชาการ เรียนรู้ภาษา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และทักษะแห่งอนาคต
จุฬาฯ ผนึกกำลัง ววน. จัด Thailand RISE Fund Forum ปลุกพลังวิจัยไทยเข้าถึงแหล่งทุน พัฒนาวิจัยและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
จุฬาฯ กระชับความร่วมมือทางวิชาการกับ Tsinghua SIGS
จุฬาฯ หารือความร่วมมือทางวิชาการกับ The Chinese University of Hong Kong
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้ ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้
ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้กลุ่มนี้มีความจำเป็นต่อการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น ความปลอดภัย ระบบเครือข่าย และการบันทึกความยินยอม จึงไม่สามารถปิดการใช้งานได้ รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยเข้าใจพฤติกรรมการใช้งาน เช่น จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่ได้รับความนิยม และประสิทธิภาพของเนื้อหา เพื่อใช้ปรับปรุงคุณภาพเว็บไซต์ โดยจะเก็บข้อมูลในลักษณะไม่ระบุตัวตน รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยวิเคราะห์รูปแบบการใช้งาน เช่น การคลิก การเลื่อนหน้า หรือเส้นทางการใช้งาน เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งาน โดยไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง รายละเอียดคุกกี้
ใช้จดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งานเพื่อให้แสดงผลเว็บไซต์ตามภาษาที่เลือก รายละเอียดคุกกี้