ข่าวสารจุฬาฯ

จุฬาฯ จัดทำซุ้มเฉลิมพระเกียรติ เฉลิมฉลองโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

 

 

ผศ.พงศกร ยิ้มสวัสดิ์ และ ผศ.นภัส ขวัญเมือง สาขาวิชาสถาปัตยกรรมไทย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ออกแบบซุ้มเฉลิมพระเกียรติบริเวณ สระน้ำจุฬาฯ เปิดเผยว่า ซุ้มเฉลิมพระเกียรตินี้เป็นสัญลักษณ์อันเป็นรูปธรรมซึ่งทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดสร้างขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในการออกแบบได้นำเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมที่สำคัญซึ่งตั้งอยู่ในแนวแกนหลักของมหาวิทยาลัย คือ หอประชุมจุฬาฯ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์และอาคารมหาวชิราวุธ เป็นแนวคิดหลัก

ผศ.พงศกร อธิบายว่า “ซุ้มเฉลิมพระเกียรติเปรียบได้กับแบบจำลองของหอประชุมจุฬาฯ ลักษณะของซุ้มจะดูคล้ายกับเคลื่อนเอามุขด้านหน้าของหอประชุมจุฬาฯ ยื่นออกมา มีหลังคาของหอประชุมและหมู่อาคารเทวาลัยซ้อนอยู่เป็นพื้นหลัง แม้จะตั้งอยู่ในตำแหน่งที่บดบังหอประชุม แต่ได้ทำการหยิบยืมรูปแบบและบรรยากาศจากหอประชุมด้านหลังมาใช้ในการออกแบบซุ้ม ใช้ประเด็นเรื่องขนาดสัดส่วนนำไปจนถึงบรรยากาศการประดับตกแต่ง เชื่อมโยงของที่อยู่คนละระนาบเข้าด้วยกัน กรอบพระบรมฉายาลักษณ์แลดูคล้ายกับมีหอประชุมเป็นฉากหลัง เปรียบได้กับพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาลที่มีอาคารหอประชุมเป็นฉากหลัง พื้นที่ตรงกลางของซุ้มเฉลิมพระเกียรติเป็นการนำเส้นโค้งที่เป็นกรอบของมุขด้านหน้าของหอประชุมจุฬาฯ ที่มีสัญลักษณ์พระเกี้ยว มาใช้เป็นกรอบประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ ลวดลายต่างๆ ได้แนวคิดมาจากกรอบลวดลายท่อนพวงมาลัยของเวทีหอประชุมจุฬาฯ ด้านล่างเป็นตัวอักษร “ทรงพระเจริญ” ส่วนปีกทั้งสองข้างของซุ้มเฉลิมพระเกียรติ เปรียบได้กับปีกด้านข้างของหอประชุมจุฬาฯ ที่ต่อเป็นเฉลียงออกมา ด้านบนเป็นพนัก ประดับด้วยเสาโคมดวงประทีปลดหลั่นลงมา ด้านล่างสุดเป็นพนักลูกกรงซึ่งเป็นองค์ประกอบที่พบได้ทั้งที่หอประชุมจุฬาฯ และหมู่อาคารเทวาลัย”

โครงสร้างของซุ้มเฉลิมพระเกียรติเป็นเหล็กที่มั่นคงแข็งแรง รูปลักษณ์ภายนอกใช้วัสดุสังเคราะห์แทนไม้อัด มีการเขียนลวดลายต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ และใช้เครื่องเลเซอร์ยิงเป็นลวดลาย สีที่ใช้เป็นสี ซึ่งสอดคล้องกับหอประชุมจุฬาฯ เน้นกรอบพระบรมฉายาลักษณ์เป็นสีทอง แสดงถึงความเรียบง่ายสง่างาม

“การออกแบบซุ้มเฉลิมพระเกียรติฯ มีเรื่องราวทรงคุณค่าที่แทรกอยู่ในประวัติศาสตร์และความภาคภูมิใจของจุฬาฯ ซุ้มเฉลิมพระเกียรตินี้สามารถนำมาปรับใช้ในโอกาสต่าง ๆ ได้”  ผศ.พงศกร กล่าว

ด้านการออกแบบตัวอักษรในซุ้มเฉลิมพระเกียรติ  ผศ.นภัส เผยว่า ตัวอักษร “ทรงพระเจริญ” มีการออกแบบให้มีลักษณะเฉพาะที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของจุฬาฯ  โดยพัฒนาจากสัดส่วน ความกว้างและความสูงของช่องระหว่างเสามุขหน้าอาคารหอประชุม ส่วนความกว้างของตัวอักษรได้มาจากความกว้างของเสามุขนั้นเช่นกัน นอกจากนี้ส่วนโค้งต่าง ๆ ของตัวอักษรก็พัฒนามาจากส่วนโค้งของรวยระกา การขมวดหัวของตัวอักษรก็ประดิษฐ์จากจากวิธีการขมวดของลวดลายของอาคารหอประชุมจุฬาฯ

“ย้อนไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วเมื่อผมเป็นนิสิตสาขาสถาปัตยกรรมไทยรุ่นแรก รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี และ อ.เผ่า สุวรรณศักดิ์ศรี อาจารย์ผู้สอนทางด้านสถาปัตยกรรมไทย (ปัจจุบันทั้งสองท่านเป็นศิลปินแห่งชาติ) ได้ให้โจทย์แก่นิสิตในการออกแบบซุ้มเฉลิมพระเกียรติในโอกาสงานเฉลิม    พระชนมพรรษา เพื่อติดตั้งบริเวณหน้าสระน้ำจุฬาฯ จากวันนั้นจนถึงวันนี้  ผมไม่นึกว่าจะมีโอกาสได้ทำหน้าที่ออกแบบซุ้มเฉลิมพระเกียรติอีกครั้ง เป็นความรู้สึกภาคภูมิใจมากที่ได้ใช้วิชาความรู้ในการทำงานตอบแทนสถาบันที่ได้ร่ำเรียนมา” ผศ.นภัส กล่าว

นอกจากนั้นยังได้มีการชวนนิสิตลงไปดูการติดตั้งโครงสร้างและการประกอบชิ้นส่วน ซึ่งผลพลอยได้จากการออกแบบซุ้มเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้คือ เป็นอุปกรณ์ในการเรียนการสอน อาจารย์ก็ได้นำประสบการณ์จากการทำงานจริงให้กับมหาวิทยาลัยมาให้คำแนะนำในการวิจารณ์งานของนิสิตสาขาวิชาสถาปัตยกรรมไทยด้วย เพื่อนำประสบการณ์นี้ไปใช้ในการประกอบวิชาชีพจริง

อื่นๆ

ผลผลิตของจุฬาฯ คือ การผลิตบัณฑิต สร้างคนคุณภาพสู่สังคม

ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย