รู้จักจุฬาฯ
การบริหาร
อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
Green University
Sustainability
ติดต่อจุฬาฯ
บริจาคให้จุฬาฯ
หลักสูตร
การสมัครเข้าศึกษา
หน่วยงานการศึกษา
บริการนิสิต
บริการวิชาการ
บริการทางการแพทย์
บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
สารสนเทศและการสื่อสาร
พื้นที่สร้างสรรค์
ข่าวสารและความเคลื่อนไหว
วารสารจุฬาฯ
สาระความรู้
ข่าวสารจุฬาฯ
21 พฤษภาคม 2568
ข่าวเด่น, ความภูมิใจของจุฬาฯ, งานวิจัยและนวัตกรรม
การมาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรกของเรือตัดน้ำแข็งสำรวจขั้วโลกใต้จากสาธารณรัฐประชาชนจีน “เสว่ยหลง 2” (Xue Long 2) ระหว่างวันที่ 19 – 23 พฤษภาคม 2568 เป็นโอกาสพิเศษครั้งสำคัญที่ประเทศไทยได้มีโอกาสต้อนรับการมาเยือนของเรือตัดน้ำแข็งสำรวจขั้วโลกใต้จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศไทย – ประเทศจีน เนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา และในวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน ในปี 2568
เรือ “เสว่ยหลง 2” ได้มาเทียบท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อเช้าวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 โดยมี พล.ร.ต.ธำรง สุพรรณพงศ์ ผอ.กทส.ฐท.สส. ผู้แทนฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมด้วย ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ให้การต้อนรับนายเสียว ชื่อหมิง ผู้บังคับการเรือเสว่ยหลง 2 พร้อมด้วยนักวิจัยและคณะลูกเรือ หนึ่งในนั้นคือ ดร.อุดมศักดิ์ ดรุมาศ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ ซึ่งเป็นนักวิจัยไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับคัดเลือกให้ร่วมเดินทางไปกับเรือวิจัยสำรวจขั้วโลกลำที่ 4 ของจีนลำนี้ และเป็นเรือลำแรกของโลกที่มีสมรรถนะสูงในการตัดน้ำแข็งได้ทั้งขณะเดินหน้าและถอยหลัง นับเป็นเรือสำรวจอัจฉริยะที่ทันสมัยที่สุดลำหนึ่งของโลก
ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวว่าการมาเยือนประเทศไทยของเรือเสว่ยหลง 2 ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยไทย รวมถึงเยาวชนและประชาชนชาวไทยจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์โดยตรงกับทีมวิจัยระดับแนวหน้าของจีน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการสำรวจขั้วโลก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษที่จะจัดขึ้นควบคู่กับการมาเยือนของเรือเสว่ยหลง 2 ได้แก่ การจัดนิทรรศการ “Xue Long 2 and See the Unseen in Polar Region” ระหว่างวันที่ 14 – 25 พฤษภาคม 2568 ณ Crystal Court ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน และการเสวนาระหว่างนักวิทยาศาสตร์ผู้มีประสบการณ์เดินทางไปสำรวจขั้วโลกใต้ด้วยเรือเสว่ยหลง 2 กับเยาวชนไทย กิจกรรมเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สู่สาธารณชนของนักวิทยาศาสตร์ไทยและจีนที่เคยเดินทางไปสำรวจขั้วโลกใต้ด้วยเรือเสว่ยหลง 2 รวมทั้งการประชุมวิชาการ “Xuelong 2 and Beyond : Advancing Polar Research and Thailand – China Cooperation in a Changing Climate” “ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดขึ้น ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (อาคารจามจุรี 10) และพิธีอำลาเรือเสว่ยหลง 2 โดยในระหว่างที่เรือจอดเทียบท่าเรือจุกเสม็ด จะมีการนำคณะลูกเรือเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและเยี่ยมชมความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย ณ สวนนงนุช พัทยา อีกด้วย
ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวถึงความร่วมมือในการต้อนรับเรือตัดน้ำแข็งเสว่ยหลง 2 ว่า อพวช.มุ่งมั่นส่งเสริมวิทยาศาสตร์สู่สังคม โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากการวิจัยระดับนานาชาติ ซึ่งในครั้งนี้ อพวช.ได้ร่วมจัดนิทรรศการ “Xue Long 2 and See the Unseen in Polar Region” เพื่อเปิดโลกวิทยาศาสตร์ขั้วโลกให้กว้างขึ้น ผู้ชมจะได้เห็นความสำคัญของการวิจัยขั้วโลกผ่านนักวิจัยไทย และเทคโนโลยีสำรวจอันล้ำสมัยของจีน นิทรรศการนี้จัดที่สยามพารากอน ระหว่างวันที่ 14-25 พฤษภาคม 2568 และท่าเรือจุกเสม็ด ระหว่างวันที่ 20 – 23 พฤษภาคม 2658 จากนั้น อพวช.มีแผนนำนิทรรศการไปจัดแสดงต่อที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีท รัชดา เพื่อให้ประชาชนที่พลาดโอกาสสามารถเข้าถึงความรู้เกี่ยวกับการสำรวจขั้วโลกใต้ นอกจากนี้ อพวช. ยังร่วมกับมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จัดกิจกรรม Research show by Naturalist 2025 หัวข้อ “Miracle of Polar: มหัศจรรย์แห่งขั้วโลก” โดยเชิญนักวิจัยขั้วโลกตามโครงการพระราชดำริฯ มาถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนผ่านงานวิจัยต่าง ๆ กิจกรรมนี้จัดทุกเสาร์ที่ 3 ของเดือน ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงสิ้นปี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย
นายเสียว ชื่อหมิง ผู้บังคับการเรือเสว่ยหลง 2 กล่าวว่า เรือเสว่ยหลง 2 เป็นเรือสำรวจขั้วโลกลำที่ 4 ของจีน และถือเป็นเรือสำรวจขั้วโลกลำแรกของจีนที่สร้างขึ้นเองทั้งหมดภายในประเทศ เป็นเรือตัดน้ำแข็งขนาดกลางที่มีความทันสมัยและมีสมรรถนะสูงที่สุดลำหนึ่งของโลก ด้วยเทคโนโลยีการตัดน้ำแข็ง 2 ทิศทาง ทำให้สามารถตัดน้ำแข็งหนา 1.5 เมตรพร้อมเดินทางด้วยความเร็ว 2-3 น็อต ทำให้เดินทางผ่านแผ่นน้ำแข็งได้หลายทิศทางอย่างคล่องตัว หัวเรือส่วนใต้น้ำถูกออกแบบเป็นพิเศษให้มีความแข็งแรง สามารถชนและไต่ขึ้นบนแผ่นน้ำแข็ง พร้อมแรงกดที่ช่วยแยกน้ำแข็งเพื่อให้เรือสามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้
ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ และรองกรรมการผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาฯ นักวิทยาศาสตร์หญิงไทยที่ไปสำรวจขั้วโลกใต้ร่วมกับคณะสำรวจทวีปแอนตาร์กติกของจีนเมื่อปลายเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เปิดเผยว่าสิ่งที่ท้าทายในการสำรวจขั้วโลกใต้ในปีที่ผ่านมาคือลมที่แรงมาก สภาพแวดล้อมและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อน ปรากฏการณ์น้ำแข็งละลายส่งผลให้เกิดโรคอุบัติใหม่ในสัตว์ทะเล เช่น เชื้อแบคทีเรียแปลกใหม่ หรือพยาธิในตัวปลา รวมถึงประชากรนกเพนกวินลดลงจากการเปลี่ยนแปลงของแหล่งอาหารที่ไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม นอกจากนี้ไมโครพลาสติกยังเป็นปัญหาที่สำคัญ ซึ่งแม้บางจุดเราจะไม่พบไมโครพลาสติกเลย แต่ทีมที่ลงพื้นที่เร็วกว่าเราพบว่ามีไมโครพลาสติกปะปนอยู่ในน้ำแข็ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าขั้วโลกใต้กำลังกลายเป็นจุดสะสมของของเสียจากทั่วโลก
ศ.ดร.สุชนา กล่าวว่าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่เดินทางไปยังแอนตาร์กติก สำหรับนักวิทยาศาสตร์ไทยคนแรกที่เดินทางไปสำรวจวิจัยในแอนตาร์กติกคือ ศ.ดร.วรณพ วิยกาญจน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ สำหรับการคัดเลือกนักวิจัยไทยไปร่วมภารกิจสำรวจขั้วโลกในครั้งนั้นเกิดจากโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้นจึงเกิดโครงการส่งนักวิจัยไทยไปสำรวจสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงที่ขั้วโลกโดยความร่วมมือกับประเทศจีน โดยประเทศไทยมีโควตาส่งนักวิจัยเข้าร่วมปีละประมาณ 2 คน ซึ่งต้องผ่านเกณฑ์คัดเลือกที่เข้มงวด ทั้งด้านวิชาการ ความสอดคล้องกับทิศทางการวิจัยของประเทศเจ้าภาพ ซึ่งการไปแอนตาร์กติกไม่ใช่แค่ความพร้อมทางร่างกาย แต่ต้องมีสุขภาพใจที่เข้มแข็งด้วย เพราะนักวิจัยต้องอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นเป็นเวลานานหลายเดือน
อย่างไรก็ตาม ภารกิจสำรวจแอนตาร์กติกาไม่ใช่แค่การเก็บตัวอย่างเท่านั้น แต่เป็นการสร้างองค์ความรู้ระดับโลก ศ.ดร.สุชนาเปรียบเทียบว่างานวิจัยที่นักวิจัยไทยเก็บตัวอย่างจากขั้วโลกมาศึกษาและประมวลผลนั้น เปรียบเสมือนการนำจิ๊กซอว์ชิ้นเล็ก ๆ มาประกอบกันทำให้เห็นเป็นภาพรวมแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์โลกในด้านสิ่งแวดล้อมและภูมิอากาศของโลกในปัจจุบันเป็นอย่างไร การส่งนักวิจัยไทยไปศึกษาวิจัยขั้วโลกในโครงการตามแนวพระราชดำริฯ มีงานวิจัยด้านต่าง ๆ นอกจากสมุทรศาสตร์แล้วยังมีงานวิจัยหลากหลาย เช่น ธรณีวิทยาและฟอสซิล ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ ฯลฯ
ดร.อุดมศักดิ์ ดรุมาศ นักวิจัยอาวุโส จากสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ หนึ่งในนักวิจัยผู้ร่วมเดินทางกับเรือ “เสว่ยหลง 2” ได้เล่าถึงภารกิจบนเรือสำรวจขั้วโลกใต้ลำนี้ว่า ได้ทำหน้าที่สำรวจไมโครพลาสติกในทะเลลึก ตะกอนดิน สิ่งมีชีวิต และผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ธรรมชาติ ณ ขั้วโลกใต้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่สุดของโลกที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบของสิ่งแวดล้อม กระบวนการเก็บตัวอย่างไมโครพลาสติกจากน่านน้ำบริเวณขั้วโลกใต้เริ่มจากนอกเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศนิวซีแลนด์ ไปจนถึงน่านน้ำของทวีปแอนตาร์กติกา โดยใช้เครื่องมือ 2 ชนิดหลัก ได้แก่ ระบบกรองน้ำความดันสูงบนเรือ และเครื่อง CTD ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดคุณสมบัติน้ำทะเลในระดับความลึกสูงสุดกว่า 4,000 เมตร โดยการเก็บตัวอย่างนี้ช่วยให้นักวิจัยสามารถวิเคราะห์ระดับการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกและศึกษาลักษณะทางกายภาพของน้ำทะเลได้อย่างละเอียด ซึ่งได้มีการเก็บตัวอย่างตะกอนดินทะเลด้วยการหย่อนอุปกรณ์ลงไปยังระดับความลึกต่าง ๆ โดยจะนำกลับมาวิเคราะห์ในห้องแล็บของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยต่อไป
นอกจากนี้ ดร.อุดมศักดิ์ ยังได้เล่าถึงความท้าทายในการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจกับเรือเสว่ยหลง 2 ว่า การทำงานวิจัยในแอนตาร์กติกาเต็มไปด้วยความยากลำบาก ท่ามกลางอุณหภูมิติดลบกว่า 25 องศาเซลเซียส บวกกับลมความเร็วสูง 60–80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะใส่ชุดกันหนาวครบถ้วน แต่เนื่องจากลมที่แรงทำให้ไม่สามารถยืนกลางแจ้งได้นาน หิมะพัดแรงจนหิมะเกาะตามหน้ากากและจมูก กลายเป็นน้ำแข็งทันที อากาศแห้งมาก หายใจลำบาก เหนื่อยง่ายและเสียน้ำโดยไม่รู้ตัว ต้องดูแลตัวเองอย่างดีตลอดเวลา ถึงแม้สภาพแวดล้อมจะท้าทาย แต่ทีมงานทุกคนบนเรือกลับมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีผู้ใดป่วย ขอบคุณกัปตันเรือและลูกเรือทุกคนที่เป็นพี่น้องทำงานร่วมกันในสภาพอากาศที่หนาวเย็นเป็นน้ำแข็ง ทำงานทั้งกลางวันกลางคืน ทั้งนี้บนเรือมีระบบความปลอดภัยที่สูงมาก
เรือเสว่ยหลง 2 มีความยาว 122.5 เมตร ความกว้าง 22.3 เมตร กินน้ำลึก 12 เมตร และมีระวางขับน้ำ 13,990 ตัน สามารถรองรับลูกเรือได้ 40 นาย และนักวิจัยได้อีก 50 นาย รวมทั้งสิ้น 90 ชีวิต ภารกิจหลักของเสว่ยหลง 2 คือการสนับสนุนการสำรวจวิจัยขั้วโลกในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก ธารน้ำแข็งวิทยา วิทยาศาสตร์ทางทะเล วิทยาศาสตร์บรรยากาศ ธรณีวิทยาและธรณีฟิสิกส์ นิเวศวิทยาและชีววิทยา รวมถึงการศึกษาสิ่งแวดล้อม ทั้งในแผนงานระยะสั้นและระยะยาว นอกจากนี้ เรือยังมีบทบาทสำคัญในการรับส่งนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงการขนส่งเสบียง อาหาร เชื้อเพลิง และอุปกรณ์ก่อสร้างสำหรับสถานีวิจัยของจีนทั้งที่ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ เสว่ยหลง 2 เป็นเรือที่ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดหลายชนิด ครอบคลุมการสำรวจที่หลากหลาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยสำหรับการประมวลผลข้อมูลทั้งด้านปฏิบัติการและการวิจัย นอกจากนี้ เรือยังถูกออกแบบมาพร้อมเทคโนโลยีสะอาด SCR (Selective Catalytic Reduction) เพื่อลดการปล่อยมลพิษในเขตขั้วโลกที่อยู่ในระดับสูงกว่ามาตรฐานทั่วไป
งานมุทิตาจิต “จามจุรีศรีสภาฯ 2568” แด่สมาชิกและอดีตสมาชิกสภาคณาจารย์ จุฬาฯ ที่เกษียณอายุ
กิจกรรม “บุญสุนทาน” ตักบาตรพระสงฆ์ เดือนสิงหาคม ณ เรือนไทยจุฬาฯ
จุฬาฯ เชิญร่วมงาน “วันที่ระลึกวันทรงดนตรี” เสาร์ที่ 20 กันยายนนี้ ที่หอประชุมจุฬาฯ ชมฟรี และเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล
หลักสูตรวิศวกรรมนาโน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับการรับรองคุณภาพหลักสูตรได้มาตรฐานสากลจาก ABET
จุฬาฯ–PMCU ร่วมกับ LINE MAN จัดอบรมโต๊ะกลมครั้งที่ 6 “แชร์แพสชั่น ดันลูกค้าสู่การเติบโต” ผ่าน Delivery
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ GLSBI 2025 สร้างเวทีความร่วมมือด้านวิชาการและนวัตกรรม ผลักดันสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้ ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้
ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
ประเภทของคุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้ท่านสามารถใช้เว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ ท่านไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน โดยมีจุดประสงค์คือนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราอาจไม่สามารถวัดผลเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้ รายละเอียดคุกกี้