ข้ามไปยังเนื้อหา

จุฬาฯ ได้รับการขึ้นทะเบียนกักเก็บก๊าซเรือนกระจกต่อไร่สูงสุดของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย จาก “โครงการป่าปลูกเพื่อการเรียนรู้คาร์บอนเครดิต จุฬาฯ สระบุรี”

ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้พัฒนาพื้นที่จุฬาฯ สระบุรี จำนวน 42.2 ไร่ สู่การเป็นผู้นำด้านการพัฒนาพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืนจาก “โครงการป่าปลูกเพื่อการเรียนรู้คาร์บอนเครดิต จุฬาฯ สระบุรี” โดยได้รับการขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Standard T-VER) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568

ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาฯ ได้ริเริ่ม โครงการปลูกป่าเพื่อการเรียนรู้คาร์บอนเครดิต จุฬาฯ สระบุรี และดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2567 เป็นความร่วมมือทั้งจากผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิตจุฬาฯ และนิสิตเก่า รวมถึงภาคประชาชน และภาคเอกชน ที่ร่วมแรงร่วมใจในกิจกรรมปลูกฟื้นฟูป่า ณ พื้นที่จุฬาฯ ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยมุ่งสร้างพื้นที่สีเขียว ปลูกป่าเพื่อทดแทนพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ตลอดจนสร้างแหล่งเรียนรู้ และชุมชนแห่งการเรียนรู้ด้านระบบนิเวศป่าไม้ คาร์บอนเครดิต และความหลากหลายทางชีวภาพแก่เด็ก เยาวชน และนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การได้รับการรับรองขึ้นทะเบียนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครั้งนี้มี รศ.ดร.พงษ์ชัย ดำรงโรจน์วัฒนา รองผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค เป็นหัวหน้าโครงการ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจาก รศ.ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รองอธิการบดี ผศ. ดร.ธนสิน ชุตินธรานนท์ ผู้ช่วยอธิการบดีด้านพันธกิจสัมพันธ์เพื่อสังคม และ ผศ.ดร.นพดล กิตนะ ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์พันธกิจสัมพันธ์เพื่อสังคมของจุฬาฯ “Chula Social Engagement” ที่มุ่งสร้าง “Impactful Growth” สู่สังคมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้พื้นที่ 42.2 ไร่ ของจุฬาฯ คาดว่าจะสามารถลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 217 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ซึ่งนับว่ามีอัตราการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกต่อไร่สูงสุดของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย

คุณอาจจะชอบ

สาระความรู้และข่าวสาร

จุฬาฯ ได้รับการขึ้นทะเบียนกักเก็บก๊าซเรือนกระจกต่อไร่สูงสุดของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย จาก “โครงการป่าปลูกเพื่อการเรียนรู้คาร์บอนเครดิต จุฬาฯ สระบุรี”