งาน “Chula Care Day จุฬาฯ ห่วงใย ใกล้ชิดประชาชน” เนื่องในวันสากลแห่งการดูแลตัวเอง และครบรอบ 8 ปี “บ้านสุขภาพ จุฬาฯ” สร้างสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยบ้านสุขภาพ จุฬาฯ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาฯ ร่วมกับคณะและหน่วยงาน ต่าง ๆ และหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จัดงาน “Chula Care Day จุฬาฯ ห่วงใย ใกล้ชิดประชาชน” เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และนำกล่าวปฏิญาณในการดูแลสุขภาพตนเอง




งาน “Chula Care Day จุฬาฯ ห่วงใย ใกล้ชิดประชาชน” ณ อุทยาน 100 ปีจุฬาฯ จัดขึ้นเนื่องในวันสากลแห่งการดูแลตัวเอง (Self-Care Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 24 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพตนเองทั้งร่างกายและจิตใจ และในโอกาสครบรอบ 8 ปี “บ้านสุขภาพ จุฬาฯ” นวัตกรรมชุมชนเมืองแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งได้ให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนในทุกกลุ่มวัยกว่า 8,200 ราย ด้วยความตระหนักว่าการดูแลสุขภาพตนเองเป็นรากฐานสำคัญของการมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม
งาน “Chula Care Day จุฬาฯ ห่วงใย ใกล้ชิดประชาชน” เริ่มด้วยการแสดงต้อนรับในชุด “กลองยาว สำราญใจ” โดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวเปิดงานและเป็นประธานนำผู้บริหารมหาวิทยาลัย นิสิตจุฬาฯ ผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตัวแทนผู้เช่าพื้นที่จุฬาฯ และประชาชนกล่าวปฏิญาณร่วมกันในการดูแลสุขภาพตนเอง โดยเริ่มต้นการดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้ และทุก ๆ วันเพื่อสุขภาพที่ดีของตนเอง ครอบครัว และสังคมโดยรวม






กิจกรรมต่าง ๆ ในงาน มีการให้บริการตรวจสุขภาพฟรีแก่ประชาชน กิจกรรมเสริมความสุขครอบคลุม 4 มิติ ทั้งกาย ใจ งาน และเงิน เพื่อชีวิตที่สมดุลและยั่งยืน ส่งเสริมความรู้ ทักษะ และแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว





ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เปิดเผยว่า ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากพลังของเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวัน ความท้าทายที่แท้จริงจึงไม่ใช่เพียงการปรับตัวต่อเทคโนโลยี แต่เป็นการกลับมาดูแลตัวเองทั้งในมิติของสุขภาพกายและสุขภาพใจ ที่เปรียบเสมือนรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมให้น่าอยู่และยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตระหนักดีว่าเรื่องของสุขภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมและสังคมรอบตัว ดังนั้นบ้านสุขภาพ จุฬาฯ จึงถือกำเนิดขึ้นในพื้นที่การดูแลของมหาวิทยาลัย เป็นพื้นที่ให้คณาจารย์ นิสิต และภาคีเครือข่าย ทั้งจากภาครัฐและเอกชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อดูแลสุขภาพกายและใจของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการตรวจสุขภาพ การส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพจิต หรือการเชื่อมโยงมาตรฐานการดูแลสุขภาพกับระดับสากล ด้วยความเชื่อมั่นว่าหากคนในชุมชนมีสุขภาพที่ดี สังคมก็จะเข้มแข็ง และเป็นรากฐานของชุมชนที่น่าอยู่อย่างแท้จริง

อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า บ้านสุขภาพ จุฬาฯ สะท้อนถึงบทบาทมหาวิทยาลัยในการใช้ความรู้ทางวิชาการเป็นพลังขับเคลื่อนในการพัฒนาสุขภาพของผู้คนอย่างยั่งยืน รวมทั้งยังเป็นโครงการต้นแบบที่สำคัญในการดูแลคนในพื้นที่ให้มีสุขภาพที่ดี การดูแลสุขภาพทางวิชาการของมหาวิทยาลัยจะเป็นอีกหนึ่งบทบาทของสถาบันการศึกษาที่ทำให้สุขภาพของชุมชนดีขึ้น โดยอาศัยความรู้จากการปฏิบัติจริงของคณาจารย์และนิสิตจุฬาฯ







