นิทรรศการผลงานวิจัยจิตรกรรม”รักสี”

สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรมร่วมกับสาขาวิชาศิลปศึกษา ภาควิชาศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ขอเชิญชมนิทรรศการผลงานวิจัยจิตรกรรมรักสีจากการคิดค้นวัสดุอุปกรณ์ทดแทนเพื่อการอนุรักษ์และเผยแพร่ “รักสี” ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียนชั้น 1 พิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พิธีเปิดนิทรรศการ: วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 เวลา 17.30 น
ระยะเวลาที่จัดแสดง: วันที่ 18 สิงหาคม – 3 ตุลาคม 2568
เวลาเปิดให้เข้าชม: วันจันทร์–วันศุกร์ เวลา 09.00 – 16.30 น.(ปิดวันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
สอบถามเพิ่มเติมโทร. 02 2183645-6, 02 2183624
แนวความคิดนิทรรศการ “รักสี”
เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม สาขาวิชาศิลปศึกษา ภาควิชาศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยด้านจิตรกรรมรักสี โดยมุ่งเน้นการคิดค้นและพัฒนาวัสดุอุปกรณ์ทดแทนที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพและราคา
“จิตรกรรมรักสี” เป็นศิลปกรรมที่มีรากฐานจากภูมิภาคเอเชีย โดดเด่นด้วยการใช้สีฝุ่นผสมยางรักใส สร้างสรรค์เป็นชั้นสีที่มีคุณสมบัติเหมือนสีน้ำมัน และสามารถตกแต่งเพิ่มเติมด้วยยางรักดำ ผงทองคำ ทองคำเปลว หรือเงินเปลว ผลงานประเภทนี้ต้องอาศัยทักษะสูง โดยเฉพาะในขั้นตอนการขัดผิวงานเพื่อเผยให้เห็นการซ้อนทับของสีที่งดงามและลุ่มลึกแม้จิตรกรรมรักสีจะเป็นศิลปะที่ทรงคุณค่า แต่กลับมีอุปสรรคในการสืบทอดและพัฒนางาน เนื่องจากวัสดุอุปกรณ์ดั้งเดิมมีราคาสูงและหาได้ยาก บางชนิดต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของการเข้าถึงสำหรับผู้เรียนและผู้สร้างสรรค์รุ่นใหม่จากปัญหานี้
ทีมวิจัยได้พัฒนาวัสดุทดแทนที่สามารถใช้ได้จริงและมีศักยภาพเทียบเท่าวัสดุดั้งเดิม พร้อมทั้งสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมกว่า 90 ชิ้นจากการทดลองใช้วัสดุเหล่านี้ นิทรรศการจึงมิใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะ หากแต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ถ่ายทอดกระบวนการทดลอง เทคนิค และองค์ความรู้เกี่ยวกับวัสดุทดแทนให้แก่ผู้ชมนิทรรศการ “รักสี” มีเป้าหมายเพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ด้านเทคนิคจิตรกรรมรักสี ส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทนในการสร้างสรรค์ผลงาน และเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเรียนรู้และการอนุรักษ์ศิลปะรูปแบบนี้ให้สามารถถ่ายทอดต่อไปได้ในอนาคต









