รู้จักจุฬาฯ
การบริหาร
อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
Green University
Sustainability
แจ้งเรื่องร้องเรียนการทุจริต
ติดต่อจุฬาฯ
บริจาคให้จุฬาฯ
หลักสูตร
การสมัครเข้าศึกษา
หน่วยงานการศึกษา
บริการนิสิต
บริการวิชาการ
บริการทางการแพทย์
บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
สารสนเทศและการสื่อสาร
พื้นที่สร้างสรรค์
ข่าวสารและความเคลื่อนไหว
วารสารจุฬาฯ
สาระความรู้
ข่าวสารจุฬาฯ
4 สิงหาคม 2568
ข่าวเด่น, งานวิจัยและนวัตกรรม
ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Innovation Hub) จัดงาน CU Innovation & IP Expo 2025 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ รองอธิการบดีจุฬาฯ เป็นผู้กล่าวรายงาน CU Innovation & IP Expo 2025 เป็นเวทีที่นำเสนอผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยสู่ภาคเอกชนและสังคม เพื่อเปิดโอกาสในการค้นหาเทคโนโลยีที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอด ขยายความร่วมมือ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ในอนาคต
ในงานนี้ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ และ Dr. Anne-Marie Carbonell, Chief Executive Officer, OncoSynergy, Inc. ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการพัฒนายาแอนติบอดี้แบบใหม่ รวมทั้งมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างจุฬาฯ กับบริษัทด้านการส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรม การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “จากห้องทดลองสู่การใช้จริง: บทเรียนจากผู้ประกอบการด้านชีววิทยาศาสตร์มือใหม่” และ “เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และผลกระทบต่ออนาคตของประเทศไทย” และการเสวนาในหัวข้อ “ปลดล็อกทรัพย์สินทางปัญญา: ขับเคลื่อนสตาร์ทอัพด้วยสินทรัพย์นวัตกรรม” นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลงานงานวิจัยต่าง ๆ กว่า 50 ผลงาน ครอบคลุม 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่ม Food & Agriculture กลุ่ม Health & Wellness กลุ่ม Design กลุ่ม Deeptech และ กลุ่ม Environment
ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า บทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปัจจุบันไม่ได้มุ่งแค่การเรียนการสอน และการผลิตงานวิจัยเพื่อใช้ในเชิงวิชาการ แต่มุ่งต่อยอดการผลิตงานวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้ดียิ่งขึ้น จุฬาฯ ต้องการสรรค์สร้าง “Life changing value คุณค่าที่เปลี่ยนชีวิตคน” ซึ่งในวันนี้ คุณค่าดังกล่าวได้เกิดขึ้นแล้ว เราได้สรรค์สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ทำให้ทุกคนได้รู้จักนวัตกรแห่งจุฬาฯ ผู้ศึกษาคิดค้นนวัตกรรมต่าง ๆ ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในระดับโลก
“ที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นผู้ใช้นวัตกรรมของต่างชาติมานาน แต่วันนี้เราไม่ได้เป็นผู้สร้าง User แต่เราสร้าง Creator ซึ่งนวัตกรรมที่ดีนั้น นวัตกรต้องมาก่อน จุฬาฯ ได้สร้างนวัตกรที่มีความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมในระดับนานาชาติ โดยนวัตกรรมที่จุฬาฯได้สร้างสรรคนั้น เป็นนวัตกรรมที่คลอบคลุมด้านต่าง ๆ ทั้งสุขภาพ เกษตร สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยสร้างให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในระดับโลกได้ ดังนั้นงาน CU Innovation & IP Expo 2025 จึงเป็นการประกาศก้องว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีนวัตกรรมที่มีคุณค่า สร้างชื่อเสียง เป็นตัวแทนประเทศไทยที่ช่วยสรรค์สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสู่ประเทศได้”
ศ.ดร.วิเลิศ กล่าวต่อไปว่า งานวิจัยที่นำมาจัดแสดงในงานนี้ล้วนเริ่มจากการศึกษาวิจัยจากความต้องการของชุมชน จนสามารถนำไปใช้ได้จริง ตัวอย่างผลงานที่เป็นไฮไลต์ของงาน คือ ยาแอนติบอดีแบบใหม่ต่อ PD-1 สำหรับใช้ในการรักษาโรคมะเร็งแบบภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งเป็นงานวิจัยที่มีการลงนามถ่ายทอดเทคโนโลยีกับบริษัท OncoSynergy ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการนำยาที่มีเทคโนโลยีสูง ถ่ายทอดไปให้แก่สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีไม่กี่ครั้งนักที่เราจะได้เห็นสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านงานนวัตกรรมประเภทต่าง ๆ มาร่วมมือกับประเทศไทย มาซื้อผลงานของนักวิจัยไทย
“จุฬาฯ ทำให้โลกไม่ได้หมุนเอียงไปทางฝั่งตะวันตกแต่เพียงอย่างเดียว แต่ทำให้โลกหมุนเอียงมาทางประเทศไทย เพื่อสร้างผลงานที่ทำให้ทุกคนหันกลับมามองประเทศไทย ในฐานะ Innovation Center ซึ่งเกิดขึ้นที่ประเทศไทย และทำให้ทุก ๆ คนได้ภาคภูมิใจ เราไม่ได้ก้าวตามนวัตกรรม แต่เราก้าวล้ำนวัตกรรม โดยผลงานของนักวิจัยไทยจะเป็นผลงานแห่งความภาคภูมิใจในระดับโลก เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคน” ศ.ดร.วิเลิศ กล่าวในที่สุด
รศ.ภญ.ดร.จิตติมา ลัคนากุล ผู้อำนวยการศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การลงนามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการพัฒนายาในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่มีบริษัทต่างชาติมาขอทำข้อตกลงถ่ายทอดเทคโนโลยี “ยาชีววัตถุโมเลกุลใหม่” ในประเทศไทย ซึ่ง OncoSynergy เล็งเห็นว่าผลการวิจัยของยาในระดับห้องปฏิบัติการมีศักยภาพสูงมาก เมื่อทำข้อตกลงกันแล้ว ต่อไปจะมีการลงทุนทำวิจัยต่อยอดเพื่อเข้าสู่การทดลองในระดับคลินิก ถือเป็นการนำองค์ความรู้ของ OncoSynergy เข้ามาร่วมทำวิจัยร่วมกับนักวิจัยของจุฬาฯ จึงทำให้เกิดเม็ดเงินจากการทำข้อตกลงดังกล่าวเพื่อนำไปต่อยอดงานวิจัยได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งจุฬาฯ ยังได้รับโนว์ฮาวจากผู้เชี่ยวชาญด้านการขึ้นทะเบียนยาใหม่ ซึ่งช่วยส่งเสริมให้เกิด Real Assets Collaborative Project หรือสินทรัพย์จริงอันเกิดจากการทำโครงการร่วมกัน ถือเป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมยาในไทยไม่เคยมีมาก่อน
ทางด้าน อ.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ นักวิจัยเจ้าของเทคโนโลยีที่จะถ่ายทอด กล่าวว่า ปัจจุบันการรักษามะเร็งนอกจากการผ่าตัด ฉายแสง ให้ยาเคมีแล้ว มีการรักษารูปแบบใหม่คือ การใช้ “ภูมิคุ้มกันบำบัด” เพื่อช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผู้ป่วยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถทำลายเซลล์มะเร็งที่หลบหลีกภูมิคุ้มกันได้อย่างตรงเป้า แต่คนไทยยังเข้าไม่ถึงการรักษารูปแบบดังกล่าวมากนัก ทำให้เสียโอกาสในการรักษา จุฬาฯ จึงทำวิจัยและพัฒนายาเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้ ขณะเดียวกันก็ทำนวัตกรรมควบคู่กันไป
“ยาแอนติบอดีแบบใหม่ต่อ PD-1 สำหรับใช้ในการรักษาโรคมะเร็งแบบภูมิคุ้มกันบำบัด” เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและภาครัฐ ปัจจุบันผ่านการทดลองในหนูแล้วปรากฏผลเป็นที่น่าพอใจ ทำให้ก้อนมะเร็งยุบตัวได้ดีมาก OncoSynergy บริษัทเอกชนที่พัฒนาภูมิคุ้มกันบำบัดสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งจากประเทศสหรัฐอเมริกาเห็นถึงศักยภาพนี้ จึงติดต่อขอลงนามเซ็นสัญญาการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดร่วมกับยาแอนติบอดีตัวใหม่อีกตัวให้เกิดเป็นสูตรยาใหม่ในรูปแบบการบำบัดแบบผสมผสาน (combination therapy)”
อ.นพ.ไตรรักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตัวยาดังกล่าวคาดการณ์ว่าจะให้ประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งสูงขึ้นมากกว่ายาเดี่ยว ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนอีกมาก โดยทางจุฬาฯ ให้การสนับสนุนทางวิชาการ ภายใต้เงื่อนไขว่าเมื่อสำเร็จจนจดทะเบียนเป็นยาตัวใหม่แล้วจะต้องให้ไทยเข้าถึงยาได้ และเมื่อการวิจัยต่อยอดเป็นผลสำเร็จแล้ว คนไทยจะต้องเข้าถึงยาได้ในราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งเป็นเป้าหมายของการทำวิจัยเพื่อให้คนไทยเข้าถึงได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามนโยบายของจุฬาฯ ในการผลักดันงานวิจัยสู่ภายนอก
นักเรียนสาธิตจุฬาฯ คว้า 3 เหรียญทอง 4 รางวัล Special Award เวทีประกวดนวัตกรรมโลก “WGC 2026” ที่ญี่ปุ่น
สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ จัดงาน “Siam Dialogue” ครั้งที่ 2 ต้อนรับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีใหม่แห่งทาจิกิสถาน
กิจกรรม Smart Shopping โครงการ Eat Smart Move Strong เรียนรู้เทคนิคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารให้สุขภาพดี
จุฬาฯ ร่วมสถานเอกอัครราชทูตอินเดีย จัด “วันโยคะสากล ครั้งที่ 12”
21 มิถุนายน 2569 เวลา 06.00–07.30 น. ลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราชและสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า
เชิญร่วมเรียนรายวิชาศึกษาทั่วไป “MC2 GenEd” สานพลังความร่วมมือ จุฬาฯ มหิดล และ มช.
จุฬาฯ เปิดหลักสูตร “ZEN Marketing 2026” ถอดรหัสแนวคิดธุรกิจญี่ปุ่น สู่การสร้างแบรนด์ให้สำเร็จยั่งยืนเกิน 100 ปี
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้ ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้
ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้กลุ่มนี้มีความจำเป็นต่อการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น ความปลอดภัย ระบบเครือข่าย และการบันทึกความยินยอม จึงไม่สามารถปิดการใช้งานได้ รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยเข้าใจพฤติกรรมการใช้งาน เช่น จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่ได้รับความนิยม และประสิทธิภาพของเนื้อหา เพื่อใช้ปรับปรุงคุณภาพเว็บไซต์ โดยจะเก็บข้อมูลในลักษณะไม่ระบุตัวตน รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยวิเคราะห์รูปแบบการใช้งาน เช่น การคลิก การเลื่อนหน้า หรือเส้นทางการใช้งาน เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งาน โดยไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง รายละเอียดคุกกี้
ใช้จดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งานเพื่อให้แสดงผลเว็บไซต์ตามภาษาที่เลือก รายละเอียดคุกกี้