
ชมรมดนตรีสากล ชมรมนักร้องประสานเสียง และชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมจัดการแสดงดนตรี “ร้อยบรรเลงเพลงเพื่อแม่” คอนเสิร์ตรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 วัน แห่งการสวรรคต เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 ณ หอประชุมจุฬาฯ โดยมี ศ.ดร. วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นผู้กล่าวต้อนรับ ผู้มาร่วมชมการแสดงดนตรีครั้งนี้กว่า 1,200 คน
การแสดงดนตรี “ร้อยบรรเลงเพลงเพื่อแม่” เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันของนิสิตชมรมดนตรีทั้ง 3 ชมรมที่ตระหนักถึงคุณค่าของเสียงดนตรีในรูปแบบต่าง ๆ ตลอดจนความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยถ่ายทอดบทเพลงที่เกี่ยวกับพระองค์ท่านในรูปแบบการแสดงดนตรีตามที่ทั้ง 3 ชมรมเชี่ยวชาญ รวมถึงการร่วมกันบรรเลงและขับร้องเพลงต่าง ๆ นอกจากนั้นยังได้เชิญชวนผู้นำเชียร์แห่งจุฬาฯ หรือ CU Cheerleader และจุฬาฯคทากร มาร่วมแสดงเพื่อเพิ่มสีสันและขยายขอบเขตแห่งการแสดงความจงรักภักดีในคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วย
นิสิตที่ร่วมการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้กว่า 200 คน จากชมรมดนตรีสากล 57 คน ชมรมนักร้องประสานเสียง 78 คน ชมรมดนตรีไทย 40 คน ผู้นำเชียร์แห่งจุฬาฯ 26 คน และจุฬาฯคทากร 10 คน ร่วมกันทำหน้าที่ในส่วนต่าง ๆ ทั้งนักร้อง นักดนตรี นักแสดง ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายแสงเสียง ฝ่ายประสานงาน ฯลฯ มีอาจารย์ที่ปรึกษาชมรม อาจารย์ผู้ฝึกสอนกว่า 10 คน นับเป็นอีกกิจกรรมครั้งสำคัญของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มีคณาจารย์และนิสิตมารวมตัวกันมากเป็นประวัติการณ์เพื่อจัดแสดงดนตรีร่วมกัน

นางสาวณัชณนนท์ ใจดี รองประธานชมรมดนตรีไทย เผยถึงความรู้สึกและความท้าทายในการทำงานเบื้องหลังว่า “การร่วมแสดงในคอนเสิร์ตครั้งนี้ถือเป็นเกียรติและเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากสำหรับชมรมดนตรีไทย เพราะเราต้องอยากจะแสดงในรูปแบบ ‘สังคีตสัมพันธ์’ หรือการรวมวงระหว่างวงดนตรีไทยและวงดนตรีสากล ซึ่งมีข้อจำกัดทางด้านดนตรี แต่นิสิตทุกคนในชมรมก็พยายามฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อหาจุดสมดุลที่ลงตัวที่สุด เพื่อให้การแสดงออกมาอย่างสง่างามและสมพระเกียรติ”
ณัชณนนท์ยังกล่าวเสริมถึงความตั้งใจในการถ่ายทอดบทเพลงว่า “พวกเรามองว่าภาษาเชื่อมใจทุกคนเข้าด้วยกันได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นดนตรีไทยหรือสากลซึ่งสามารถส่งต่อความจงรักภักดีไปถึงพระองค์ท่านได้เหมือนกัน จึงได้สร้างสรรค์การแสดงชุดพิเศษทั้งเพลงชุดสังคีตนวมินทราชินยานุสรณ์ และ ดุจเดือนเด่นเวหาส ทศมราชชนนี ที่ใช้ทำนองเพลงลาวดวงเดือนมาทำให้ลงตัวทั้งในทางไทยและทางสากล”

นายรุ่งคุณ รังสินารา ประธานชมรมนักร้องประสานเสียง กล่าวหลังการแสดงว่า “ตนเองและเพื่อน ๆ ดีใจที่ได้มีโอกาสร่วมในการแสดงครั้งสำคัญนี้ ถือเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตนิสิตที่จะได้ทำกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ ถึงจะมีเวลาซ้อมน้อยแต่ทุกคนก็ตั้งใจกันมาก แม้จะประสบมีปัญหาบ้าง แต่ทุกคนก็พยายามทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด
เมื่อถามถึงการเลือกเพลงที่มาแสดงในคอนเสิร์ตนี้ รุ่งคุณเล่าต่อด้วยเรื่องราวเบื้องหลังของทุกเพลงที่เลือกขึ้นมาว่า “ทุกชมรมต่างเลือกเพลงที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เช่น CU Chorus เลือกเพลงพระราชนิพนธ์ ‘แว่ว’ เพราะเพลงนี้รุ่นพี่ที่ชมรมเคยร้องถวายหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อปี 2548 และเล่าถึงความประทับใจส่งต่อรุ่นน้อง ๆ กันเรื่อยมา การที่นำเพลง ‘แว่ว’ กลับมาขับขานอีกครั้งในรอบหลายสิบปี จึงเหมือนเป็นการสานต่อความทรงจำและส่งผ่านความจงรักภักดีจากรุ่นสู่รุ่น”
สำหรับบทเพลงที่ได้เลือกมาขับร้องและบรรเลงในคอนเสิร์ตครั้งนี้ประกอบไปด้วยเพลงพระราชนิพนธ์อันทรงคุณค่า ได้แก่ มหาจุฬาลงกรณ์ทางไทย Still on my mind Somewhere Somehow-เพลินภูพิงค์ แว่ว รัก เทวาพาคู่ฝัน ความฝันอันสูงสุด แผ่นดินของเรา และเกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย นอกจากนี้ยังมีบทเพลงเทิดพระเกียรติที่ตราตรึงใจอย่าง ร่มบารมี อิสริยมหาราชินี สดุดีพระแม่ไทย และค่าน้ำนม ตลอดจนการแสดงชุดพิเศษที่ชาวจุฬาฯร่วมกันร้อยดวงใจรังสรรค์เพื่อเทิดพระเกียรติ เช่น เพลงชุดสังคีตนวมินทราชินยานุสรณ์ การแสดงประกอบเพลงแม่ของคนไทย และเพลงดุจเดือนเด่นเวหาส ทศมราชชนนี

นายปัณณ์นวัช เสริฐสุวรรณกุล ประธานชมรมดนตรีสากล กล่าวถึงความตื่นเต้นและการเตรียมตัวในส่วนของวงดนตรีสากลว่า “สำหรับ CU Band การได้ร่วมแสดงในคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นโอกาสที่พิเศษมากครับ ความท้าทายคือการทำให้แนวดนตรีที่ดูทันสมัยเข้ากันได้ดีกับเพลงทางไทยและเพลงประสานเสียง ในการซ้อมพวกเราจึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้จังหวะของวงสากลช่วยขับเน้นทำนองเพลงให้ดูมีพลัง แต่ยังคงความนุ่มนวลและทำให้บทเพลงออกมาไพเราะที่สุดครับ”
นายปัณณ์นวัช เล่าถึงความรู้สึกในระหว่างการแสดงว่า “การได้เห็นนิสิตจากหลายชมรมที่มีสไตล์ต่างกันมาเล่นดนตรีด้วยกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน เป็นภาพที่ประทับใจมากครับ โดยปกติทั้ง 3 ชมรม มีห้องชมรมอยู่ใกล้ ๆ กัน เดินผ่านกันทุกวัน แต่ไม่เคยมาร่วมกันแสดง พอได้มาทำงานด้วยกันก็สนุกมากครับ และได้รู้จักเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นเยอะมากครับ”
นอกจากนิสิตจากชมรมดนตรีแล้ว ในการแสดงครั้งนี้ยังมีกลุ่มนิสิตอีก 2 กลุ่ม คือ ผู้นำเชียร์แห่งจุฬาฯ หรือ CU Cheerleader และจุฬาฯคทากร มาร่วมเติมเต็มชุดการแสดงต่าง ๆ อีกด้วย

น.ส.ชญานิศ ตันติเมธ ผู้แทนผู้นำเชียร์แห่งจุฬาฯ ให้สัมภาษณ์ว่า “ดีใจที่ได้ร่วมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เป็นประสบการณ์ที่พิเศษมาก เพราะได้เห็นศักยภาพของทุกชมรมและความสามัคคีของทุกคนบนเวที เป็นความทรงจำที่น่าประทับใจมาก ๆ ค่ะ”

น.ส. พิมพ์ชนก ทักษิณ และนายณัชพล แซ่ลี้ 2 นิสิตจากจุฬาฯคทากร กล่าวว่า “รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงร่วมกับทั้ง 3 ชมรม และผู้นำเชียร์แห่งจุฬาฯ พวกเราได้มีโอกาสเป็นทั้งผู้แสดงและผู้ชม ก็ได้เห็นเพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกคนทุ่มเทตั้งใจฝึกซ้อมกันมาเป็นระยะ จนออกมาเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่ทุกท่านได้ชมไป ก็อยากจะขอฝากทุกท่านติดตามผลงานในอนาคตของทั้ง 3 ชมรม และ CU Cheerleader กับ จุฬาฯคทากร ต่อไปด้วย”

นอกจากภาพความยิ่งใหญ่ของการแสดงแล้ว อีกมุมหนึ่งของเวที เราจะพบนิสิตชาวไนจีเรียร่วมขับร้องเพลงประสานเสียงด้วย น.ส.อานูโอลูวาโป อคินนิรันเย หรือ เมอร์ซี จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวถึงความประทับใจจากการขึ้นแสดงคอนเสิร์ตร่วมกับวงดนตรีของสโมสรนิสิตจุฬาฯ เป็นครั้งแรกว่า “สำหรับฉันการแสดงครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและมีความหมายอย่างมาก แม้ว่าการขับร้องเพลงภาษาไทยจะยากมาก ต้องออกเสียงพยัญชนะที่คล้ายคลึงกันให้แตกต่างกัน แต่ฉันก็ประทับใจในท่วงทำนองของบทเพลงที่สง่างาม ซึ่งแตกต่างจากแนวเพลงที่ฉันเคยร้องมาก่อน นอกจากความสวยงามลงตัวของดนตรีไทยและดนตรีสากลแล้ว สิ่งสำคัญที่สุด คือ ความอบอุ่นและแรงสนับสนุนจากเพื่อนในวงที่คอยผลักดันให้ฉันก้าวข้ามความกลัว และร่วมถ่ายทอดบทเพลงในครั้งนี้ได้อย่างภาคภูมิใจ”
บทเพลงที่นำมาขับขานและบรรเลงในคอนเสิร์ตครั้งนี้ประกอบไปด้วยเพลงพระราชนิพนธ์อันทรงคุณค่า ได้แก่ มหาจุฬาลงกรณ์ทางไทย Still on my mind Somewhere Somehow-เพลินภูพิงค์ แว่ว รัก เทวาพาคู่ฝัน ความฝันอันสูงสุด และแผ่นดินของเรา นอกจากนี้ยังมีบทเพลงเทิดพระเกียรติที่ตราตรึงใจ ได้แก่ ร่มบารมี อิสริยมหาราชินี สดุดีพระแม่ไทย เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย และค่าน้ำนม ตลอดจนการแสดงชุดพิเศษที่ชาวจุฬาฯร่วมกันร้อยดวงใจรังสรรค์เพื่อเทิดพระเกียรติ เช่น เพลงชุดสังคีตนวมินทราชินยานุสรณ์ การแสดงประกอบเพลงแม่ของคนไทย และเพลงดุจเดือนเด่นเวหาส ทศมราชชนนี

รศ.ดร.สุกัญญา สมไพบูลย์ รองอธิการบดีจุฬาฯ หนึ่งในผู้ผลักดันและขับเคลื่อนการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ กล่าวว่า “คอนเสิร์ตครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่สำคัญยิ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณผ่านเสียงดนตรี สิ่งที่เราได้รับฟังไม่ใช่เพียงแค่ความไพเราะของบทเพลง หรือได้ชมความอลังการยิ่งใหญ่ของการแสดง แต่คือพลังแห่งความสามัคคีของนิสิตทุกคนที่ร่วมกันสร้างสรรค์ชุดการแสดงขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การที่นิสิตได้สืบสานพระราชปณิธานผ่านการลงมือปฏิบัติจริงและทำงานร่วมกันคือ ประสบการณ์การเรียนรู้ที่อยู่นอกเหนือจากตำราเรียน และเป็นความสง่างามของเกียรติภูมิจุฬาฯ ที่เรามุ่งหวังให้ดำรงอยู่สืบไป”
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถชมบันทึกการแสดงย้อนหลังได้ที่ Facebook Fanpage หรือ YouTube Channel ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย https://www.youtube.com/live/fhBOltJum7s?si=rCYXeP90tUUoAl25







