ข่าวสารจุฬาฯ

จุฬาฯ – สภากาชาดไทย ร่วมมือภาคเอกชนเปิดตัว “SALYWA”  นวัตกรรมน้ำลายเทียมจากสมุนไพรไทยช่วยผู้ป่วยมะเร็งและผู้สูงอายุ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับสภากาชาดไทย และบริษัทสเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด จัดงานแถลงข่าวความร่วมมือการอนุญาตให้ใช้สิทธิในผลงานวิจัยและเปิดตัวนวัตกรรม “SALYWA” (ซาลีวาร์) ผลิตภัณฑ์น้ำลายเทียมจากสมุนไพรไทย เพื่อช่วยบรรเทาภาวะปากแห้งและน้ำลายน้อย โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการฉายรังสีและผู้สูงอายุ พร้อมผลักดันผลงานวิจัยของไทยสู่การใช้ประโยชน์จริงภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเพื่อสังคม”

งานแถลงข่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ณ ห้องรับรอง ชั้น 1 อาคารเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) สภากาชาดไทย โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย และ รศ.ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด ร่วมแถลงถึงเป้าหมายของความร่วมมือในการผลักดันนวัตกรรมไทยสู่สังคม พร้อมทั้งแสดงเจตนารมณ์ในการอนุญาตให้ใช้สิทธิในผลงานวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม

ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “นวัตกรรม ‘น้ำลายเทียม’ จากงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ SALYWA” เพื่อถ่ายทอดแนวคิดและกระบวนการพัฒนานวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานจริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ รศ.นพ.ดร.พิชิต สุวรรณประกร ประธานคณะกรรมการบริหารจัดการระบบศึกษาและวิจัย สภากาชาดไทย รศ.พญ.คนึงนิจ    กิ่งเพชร หัวหน้านักวิจัย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด ดำเนินรายการโดย ทพญ.กิตติลักษณ์ จุลลัษเฐียร

“SALYWA” นวัตกรรม “น้ำลายเทียม” พัฒนาขึ้นจากผลงานวิจัยของ รศ.พญ.คนึงนิจ กิ่งเพชร และคณะ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งได้รับการคุ้มครองภายใต้อนุสิทธิบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสภากาชาดไทย พัฒนาจากสารสกัดสมุนไพรไทย โดยเฉพาะสารสกัดจากขิงที่ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำลายตามธรรมชาติ และออกแบบด้วยแนวคิด Dual-Action ที่ช่วยทั้งเคลือบและเพิ่มความชุ่มชื้นในช่องปาก ทำให้รู้สึกสบายและสดชื่นหลังใช้

ภาวะปากแห้งเรื้อรัง (Xerostomia) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอที่ได้รับการฉายรังสี ซึ่งมากกว่า 70–80% มักประสบภาวะต่อมน้ำลายทำงานลดลง ส่งผลให้เกิดความยากลำบากในการรับประทานอาหาร การกลืน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องปาก ขณะเดียวกันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 13 ล้านคน หรือกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ทำให้ภาวะน้ำลายน้อยและปากแห้งเป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก

ผลิตภัณฑ์ SALYWA ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่ายและปลอดภัย ไม่จัดเป็นยาและไม่มีส่วนผสมน้ำตาล เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมะเร็ง และผู้ที่มีภาวะน้ำลายน้อย โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบ ได้แก่ เจลน้ำลายเทียม ขนาด 50 มิลลิลิตร ราคา 300 บาท และ สเปรย์น้ำลายเทียม ขนาด 30 มิลลิลิตร ราคา 275 บาท ซึ่งสามารถใช้กลั้วหรือฉีดพ่นในช่องปากวันละ 3–4 ครั้งเมื่อมีอาการปากแห้งหรือเมื่อต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นในช่องปาก

ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนแนวคิด “นวัตกรรมเพื่อสังคม” นอกจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในราคามาตรฐานแล้ว ภาคเอกชนยังร่วมสนับสนุนการจัดสรรผลิตภัณฑ์น้ำลายเทียมผ่านกองทุนเพื่อการกุศล เพื่อมอบให้แก่ผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมฝีมือคนไทยได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตอกย้ำบทบาทของความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานด้านสาธารณสุข และภาคอุตสาหกรรม ในการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถร่วมสนับสนุนโครงการได้โดยบริจาคผ่านกองทุน “เงินบริจาคเพื่อสนับสนุนน้ำลายเทียมให้กับผู้ป่วย” ณ ศูนย์รับบริจาค ตึกอำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โทร. 0-2256-4000 ต่อ 4397 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาสในการเข้าถึงนวัตกรรมไทยแก่ผู้ป่วยมะเร็งและผู้สูงอายุทั่วประเทศ

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า งานวิจัยและนวัตกรรมที่แท้จริงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงในห้องปฏิบัติการ แต่ต้องสามารถพัฒนาไปสู่นวัตกรรมที่สร้างประโยชน์และส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน การเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำลายเทียมในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกตัวอย่างสำคัญของการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยไปพัฒนาสู่การใช้งานจริงในสังคม สะท้อนบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำที่มุ่งผลิตองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย  

ศ.ดร.วิเลิศ กล่าวถึง ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์น้ำลายเทียมว่าเกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภากาชาดไทยซึ่งให้การสนับสนุนทุนวิจัย ตลอดจนภาคอุตสาหกรรมที่ร่วมพัฒนาผลงานวิจัยไปสู่กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงผลสัมฤทธิ์ทางธุรกิจเท่านั้น แต่เป็นการร่วมกันสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันงานวิจัยให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเป็นต้นแบบของแนวทางการพัฒนานวัตกรรมในยุคใหม่ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างคุณค่าและแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน.

นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย กล่าวว่า การเปิดตัวนวัตกรรมน้ำลายเทียมในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดันงานวิจัยไทยสู่การพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงกับประชาชน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสภากาชาดไทยในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยสภากาชาดไทยให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศการวิจัยที่เข้มแข็ง ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพนักวิจัยและบุคลากรให้สามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนางานวิจัยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ สภากาชาดไทยมุ่งเน้นการวิจัยที่สร้างประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมและแนวทางการรักษาที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วย ลดระยะเวลาในการรักษา และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน การเปิดตัวนวัตกรรมน้ำลายเทียมในครั้งนี้จึงเป็นหนึ่งในผลลัพธ์ของการกำกับติดตามและผลักดันงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น

รศ.ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด เผยว่าความร่วมมือระหว่างนักวิจัยจุฬาฯ และภาคอุตสาหกรรมนี้สามารถต่อยอดองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่นำไปใช้ได้จริง ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการช่วยบรรเทาภาวะปากแห้งในผู้ป่วยมะเร็งและผู้ป่วยที่มีปัญหาต่อมน้ำลาย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหาร สื่อสารกับผู้อื่น และดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ เป็นการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาพัฒนานวัตกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคม โดยโครงการนี้สร้างคุณค่าเชิงบวกใน 3 มิติ ได้แก่ การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากสารสกัดธรรมชาติที่ปลอดภัย การลดการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาของนักวิจัยไทย พร้อมเปิดโอกาสขยายสู่ตลาดระดับภูมิภาคในราคาที่เหมาะสม ตลอดจนการสร้างต้นแบบความร่วมมือที่ช่วยผลักดันงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้

ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้กลุ่มนี้มีความจำเป็นต่อการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น ความปลอดภัย ระบบเครือข่าย และการบันทึกความยินยอม จึงไม่สามารถปิดการใช้งานได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และสถิติ

    คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยเข้าใจพฤติกรรมการใช้งาน เช่น จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่ได้รับความนิยม และประสิทธิภาพของเนื้อหา เพื่อใช้ปรับปรุงคุณภาพเว็บไซต์ โดยจะเก็บข้อมูลในลักษณะไม่ระบุตัวตน
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้

    คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยวิเคราะห์รูปแบบการใช้งาน เช่น การคลิก การเลื่อนหน้า หรือเส้นทางการใช้งาน เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งาน โดยไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการตั้งค่าการใช้งาน

    ใช้จดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งานเพื่อให้แสดงผลเว็บไซต์ตามภาษาที่เลือก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า