
นิสิตจุฬาฯ และนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลจำนวน 40 คนที่ผ่านการเรียนวิชา “ชุมชนสัมพันธ์และความยั่งยืนทางวัฒนธรรม” และวิชา “ชุมชนศึกษาเพื่อความยั่งยืน” รายวิชาศึกษาทั่วไปในภาคการศึกษาปลาย ปีการศึกษา 2568 ในโครงการความร่วมมือพันธกิจเพื่อสังคม : คติชนน่าน ได้เข้ารับมอบเกียรติบัตรจากอธิการบดีจุฬาฯ และอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจจากโครงการความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดลในด้านพันธกิจเพื่อสังคม โดย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ มอบเกียรติบัตรให้นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล และ ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลมอบเกียรติบัตรให้นิสิตจุฬาฯ โดยมี รศ.ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รองอธิการบดี จุฬาฯ เป็นผู้กล่าวรายงาน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล ขับเคลื่อนงานวิจัย “คติชนน่าน” ตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 โดยได้นำองค์ความรู้จากการวิจัยมาพัฒนาเป็นรายวิชาศึกษาทั่วไปใหม่ด้านพันธกิจเพื่อสังคม โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้พัฒนาวิชาชุมชนสัมพันธ์และความยั่งยืนทางวัฒนธรรม (0294475) รับนิสิตจำนวน 20 คน และมหาวิทยาลัยมหิดลได้พัฒนารายวิชาชุมชนศึกษาเพื่อความยั่งยืน (MUGE110) รับนักศึกษาจำนวน 20 คน ซึ่งทั้งสองรายวิชานี้มุ่งจัดการศึกษาแบบการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ (experiential learning) โดยกำหนดการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคสนามในพื้นที่ชุมชนคลองมหาสวัสดิ์ จังหวัดนครปฐม และ อ.บ่อเกลือ และ อ.นาน้อย จ.น่าน โดยมีระยะเวลาการเรียนรู้แบบโมดูลระหว่างวันที่ 10 มกราคม – 10 มีนาคม 2569 ทั้งนี้นิสิตนักศึกษาได้ร่วมกันจัดนิทรรศการ และนำเสนอผลงานการศึกษาจากการลงชุมชนเพื่อผลิตนวัตกรรมทางสังคม และได้เข้าร่วมพิธีมอบเกียรติบัตร รุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุม 101 อาคารประชุมสุข อาชวอำรุง คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ

ทั้งนี้ในรุ่นที่ 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดลได้ขยายความร่วมมือการจัดการเรียนการสอนรายวิชาศึกษาทั่วไปด้านพันธกิจเพื่อสังคม ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากการลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการไตรภาคี เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ภายใต้แนวคิด MC2 เพื่อสังคมไทยที่เติบโต โปร่งใส และยั่งยืน โดยคาดว่าจะเริ่มจัดการเรียนการสอนรายวิชาศึกษาทั่วไปด้านพันธกิจเพื่อสังคมเรียนร่วมสามสถาบันในปีการศึกษา 2569 ต่อไป
การพัฒนารายวิชาศึกษาทั่วไปด้านพันธกิจเพื่อสังคม มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เติบโตรอบทิศมีนิสิตเป็นศูนย์กลาง ของ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี และเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ CHULA Social Engagement ของ รศ.ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รองอธิการบดี ซึ่งเชื่อมโยงพันธกิจเพื่อสังคมกับพันธกิจการจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษา ทั้งนี้รายวิชาชุมชนสัมพันธ์และความยั่งยืนทางวัฒนธรรม ริเริ่มและจัดการเรียนการสอนโดย ผศ.ดร.ธนสิน ชุตินธรานนท์ ผู้ช่วยอธิการบดีด้านพันธกิจเพื่อสังคม ผศ.ดร.ดวงกมล บางชวด ผศ.ดร.อุบลวรรณ หงษ์วิทยากร และ อ.ดร.สิริน ฉกามานนท์ โดยได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์และนักวิจัยจากคณะอักษรศาสตร์ คณะครุศาสตร์ สถาบันวิจัยสังคม สถาบันไทยศึกษา ศูนย์ศึกษาทั่วไป และศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการจัดการเรียนการสอนรุ่นที่ 1 ให้สำเร็จลุล่วงอย่างราบรื่น


ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า วิชาศึกษาทั่วไปในโครงการความร่วมมือพันธกิจเพื่อสังคม “คติชนน่าน” ที่นิสิตจุฬาฯ และนักศึกษามหิดลได้เรียนนี้ นิสิตนักศึกษาได้ลงพื้นที่จริงและเห็นแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และยกระดับเศรษฐกิจในชุมชน นับเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจของนิสิตนักศึกษาทั้งสองสถาบัน และเพิ่มเป็นสามสถาบันในอนาคต ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้แบบข้ามสถาบัน ข้ามภูมิภาคแล้ว ยังเป็นการเรียนรู้ที่จะก่อให้เกิดสายสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างนิสิตนักศึกษาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งของการทำงานในโลกปัจจุบันและอนาคต การที่นิสิตนักศึกษาได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาชุมชน นับเป็นมิติใหม่ในการพัฒนาเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม
ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงพันธกิจเพื่อสังคมของมหาวิทยาลัยว่า “มหาวิทยาลัยมหิดลมุ่งหวังที่จะปลูกฝังให้นิสิตนักศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของชุมชน โดยส่งเสริมให้มีโอกาสออกไปสัมผัสสภาพสังคมในชนบท ศึกษาศิลปวัฒนธรรม และความเชื่อที่หลากหลายในท้องถิ่น เพื่อให้เห็นถึงประโยชน์ของมรดกทางวัฒนธรรมเหล่านั้น นิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมและความเชื่อของคนชนบท และสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ที่สำคัญคือการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์อันดีระหว่างนิสิตและอาจารย์ของทั้งสองมหาวิทยาลัย”

นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นนักศึกษารุ่นแรกของรายวิชาศึกษาทั่วไปในโครงการความร่วมมือพันธกิจเพื่อสังคม “คติชนน่าน” ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การเรียนรู้จากการลงพื้นที่จริงผ่านการให้สัมภาษณ์ถึงมุมมองและความประทับใจจากการเรียนรู้แบบบูรณาการกับชุมชน สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ (Experiential Learning) ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อการพัฒนาสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน พร้อมทั้งเสริมสร้างทักษะการทำงานร่วมกันระหว่างนิสิตนักศึกษาจากต่างสถาบัน ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาการเรียนรู้เชิงสังคมในระดับอุดมศึกษา
ภัครดา มณีสุวรรณ นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงการเรียนรายวิชาคติชนน่านว่า “ได้ลงพื้นที่ชุมชนเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่สามารถสะท้อน เอกลักษณ์ของชุมชน เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่นหากไม่ได้ลงวิชานี้ เพราะได้ข้อมูลเชิงลึกมาก เช่น การได้ไปพูดคุยกับคนทรง ซึ่งนักท่องเที่ยวทั่วไปมักจะไม่มีโอกาสได้สัมผัส ประทับใจในความน่ารักของชาวบ้านที่ให้ข้อมูลอย่างเป็นกันเอง รวมถึงมิตรภาพระหว่างสถาบันคือจุฬาฯ และมหิดล ที่เกิดขึ้นระหว่างการร่วมโครงการ”
สิริฤกษ์ เอกภาพวาสนา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า “การเรียนวิชานี้ทำให้ได้รับข้อมูลด้านคติชนวิทยาจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญพาไปดูสถานที่จริง ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวในรูปแบบที่หาไม่ได้จากที่อื่น สามารถนำข้อมูลเรื่องประเพณี ความเชื่อเรื่องผี หรือลายผ้าต่าง ๆ ไปบอกเล่าต่อให้คนอื่นฟังได้ เพื่อให้เห็นว่าจังหวัดน่านไม่ใช่มีเพียงความสวยงาม แต่มีประวัติศาสตร์ เรื่องเล่า และสิ่งที่คนท้องถิ่นนับถือซ่อนอยู่ รู้สึกประทับใจในความใจดีของแม่อุ๊ย พ่ออุ๊ย รวมถึงความน่ารักของเพื่อนใหม่ในโครงการที่ได้เรียนรู้การปรับตัวเข้ากับสังคมร่วมกัน”
ศรราม สูงใหญ่ นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า “ได้ศึกษาศิลปะวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นแบบครบองค์ประกอบวัฒนธรรม ทั้งเรื่องผ้า ผี ดนตรี และยา มีความสนใจส่วนตัวในด้านศิลปะแบบล้านนาและเชียงแสนอยู่แล้ว เนื่องจากเรียนด้านศิลปะ จึงอยากนำสิ่งที่เห็นจากการลงพื้นที่ไปใช้ในการดูงานศิลปะของน่านและล้านนาเพื่อนำมาต่อยอดในการเรียนและการทำงานด้านศิลปะของตนเอง วิชานี้สนุกมาก เหมาะสำหรับคนที่ชอบศิลปกรรมและการลงพื้นที่ชุมชน อาจารย์จะพาไปหาข้อมูลถึงแหล่งความรู้โดยตรง ซึ่งถือเป็นโอกาสพิเศษที่น้อยคนนักจะได้รับ”
ไอศูรย์ ทับเกษมปิติโสภา นักศึกษาชั้นปีที่ 2 หลักสูตรบัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี เปิดเผยว่า “ได้ลงพื้นที่จริงในชุมชนทั้งพื้นที่น่านเหนือและน่านใต้ เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตและระบบเศรษฐกิจในชุมชน รวมถึงที่มาของวัฒนธรรมต่าง ๆ เพื่อนำมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ได้จริง ในฐานะนักศึกษาบัญชี ผมได้เห็นแง่มุมการจัดการภายในชุมชน ทั้งระบบการจัดการด้านการเงินและเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดความรู้ต่อไปได้ นอกจากนี้ยังได้ทำงานร่วมกับเพื่อนจากจุฬาฯ เป็นการทำงานที่เกื้อหนุนกันในสายวิชาที่แตกต่างกัน”









