ข่าว

สัตวแพทย์ จุฬาฯ แนะข่าว “โควิด-19 ในเสือโคร่ง” ควรตระหนัก แต่อย่าตระหนก ยังไม่พบหลักฐานการติดต่อจาก “สัตว์สู่คน”

สัตวแพทย์ จุฬาฯ แนะข่าว “โควิด-19 ในเสือโคร่ง”  ควรตระหนัก แต่อย่าตระหนก ยังไม่พบหลักฐานการติดต่อจาก “สัตว์สู่คน”

จากรายงานข่าวที่มีการพบเชื้อโควิด-19 ในสัตว์หลายชนิดในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว และล่าสุด เสือโคร่ง จนก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์และปศุสัตว์  ศ.สพ.ญ.ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอดีตนายกสมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์แห่งประเทศไทย ได้อธิบายถึงข่าวดังกล่าวว่า ยังไม่มีหลักฐานยืนยันการติดต่อจาก “สัตว์เลี้ยงสู่คน” ดังนั้นผู้ที่ใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงและ  ปศุสัตว์ จึงควร “ตระหนัก” ในการดูแลสัตว์เลี้ยงของตนให้ปลอดภัย แต่ไม่ควร “ตระหนก” กับข่าวที่เกิดขึ้น

“การตรวจพบเชื้อในเสือโคร่ง ซึ่งเป็นสัตว์ตระกูลแมวที่แสดงอาการทางระบบหายใจในสวนสัตว์ที่เมืองนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกานั้น เป็นการติดเชื้อจากพนักงานดูแลสัตว์ ซึ่งมีผลเลือดเป็นบวกต่อเชื้อโควิด -19 โดยไม่แสดงอาการ ทำให้ยังคงปฏิบัติงานอยู่  หลังจากนั้นทางสวนสัตว์ได้ปิดทำการ โดยสัตว์ในกลุ่มนี้แสดงอาการทางระบบหายใจในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ถัดมา การตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในเสือโคร่ง  จึงอนุมานได้ว่าติดมาจากพนักงานดูแลสัตว์ที่ทำหน้าที่ให้อาหารและทำความสะอาดกรงเลี้ยงในช่วงเวลาก่อนหน้านี้” ศ.สพ.ญ.ดร.เกวลี อธิบายถึงที่มาของข่าวดังกล่าว

นอกจากนี้ ศ.สพ.ญ.ดร.เกวลียังได้อธิบายเพิ่มเติมว่าข่าวการเกิดโรคโควิด-19 ในสัตว์เลี้ยง ที่สร้างความตื่นตระหนกในเวลานี้มาจากงานเขียนที่ถูกเผยแพร่ก่อนได้รับการพิจารณารับรองตามหลักวิชาการ (อ้างอิง 1) และงานวิจัยเรื่องการติดต่อของเชื้อไวรัสก่อโรค SARS ในแมวและตัวเฟอเร็ทที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ ปี 2003 (อ้างอิง 2) ซึ่งเป็นเพียงการศึกษาในห้องทดลองเท่านั้น ทางสมาคมสัตวแพทย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (The American Veterinary Medical Association) ได้ออกมาสรุปว่าข้อมูลดังกล่าวทำให้เกิดความสับสนและเกิดความตระหนกเกินไปในกลุ่มเสี่ยง ซึ่งอาจนำไปสู่การปล่อยสัตว์เลี้ยงทิ้งในที่สาธารณะ จึงให้คำแนะนำว่าหากสัตว์เลี้ยงมีอาการทางระบบทางเดินหายใจร่วมกับระบบทางเดินอาหาร ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการหาสาเหตุของโรค และยังไม่มีความจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อในสัตว์เลี้ยงทุกตัว

สำหรับคนทั่วไปก็ยังคงเลี้ยงสัตว์ได้ แต่ต้อง “ตระหนัก” และเฝ้าระวังอย่างมีสติ การปฏิบัติตามสุขอนามัยที่ดี ได้แก่ การล้างมือบ่อย ๆ ก่อนและหลังสัมผัสสัตว์เลี้ยง เป็นสิ่งที่พึงปฏิบัติอย่างยิ่งในเวลานี้  แต่สำหรับผู้ป่วยและคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงนั้น นอกจากจะต้องกักตัวและหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดคนแล้ว ยังควรอยู่ห่างไกลจากสัตว์เลี้ยงซึ่งเปรียบเสมือนสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลแมว” รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว

ที่มาของข้อมูล:

1. SARS-CoV-2 in animals, including pets. American Veterinary Medical Association (AVMA), https://www.avma.org/: updated on April 5, 2020.

2. Martina et al. 2003. SARS virus infection of cats and ferrets. Nature 425, 915.

SHARE

จุฬาฯ สนับสนุนให้อาจารย์ทำงานวิจัย นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากต่อทั้งอาจารย์ นิสิต รวมถึงภาคประชาสังคม

รองศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ค้นหา

X