ข่าว

ส่องนวัตกรรมคณะเภสัชฯ จุฬาฯ “Shield+: Protecting Spray” สเปรย์หน้ากากผ้ากรองฝุ่น ป้องกันไวรัส COVID-19

ส่องนวัตกรรมคณะเภสัชฯ จุฬาฯ  “Shield+: Protecting Spray” สเปรย์หน้ากากผ้ากรองฝุ่น ป้องกันไวรัส COVID-19

“หน้ากากอนามัย” เป็นผลิตภัณฑ์ใช้แล้วทิ้งเพื่อสุขลักษณะอนามัยที่ดี แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จะคลี่คลาย แต่หน้ากากอนามัยก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันฝุ่นและมลพิษทางอากาศ ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาฯ (CU Innovation Hub) ร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์  จุฬาฯ  จึงได้คิดค้นสเปรย์เพื่อเปลี่ยนหน้ากากผ้าใช้ซ้ำให้มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่น PM 2.5 ต้านไวรัสและเชื้อโรคเทียบเท่าหน้ากากอนามัย N95 ช่วยลดขยะที่เกิดจากการใช้หน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่ใช้หน้ากากแบบผ้าให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

“ในภาวะวิกฤต COVID-19 เป็นช่วงเวลาที่เราจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการสร้างสรรค์งานนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม สเปรย์ที่พัฒนาขึ้นนี้จะทำให้หน้ากากผ้าธรรมดาสามารถกรองฝุ่นและไวรัสได้ดีขึ้น สามารถใช้ซ้ำได้ ช่วยลดการทิ้งหน้ากากอนามัย เพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงหน้ากากราคาแพงได้ ซึ่งสามารถต่อยอดพัฒนาในระยะยาวได้ และคาดว่าจะขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศได้อีกด้วย” อ.ดร.ศันธยา กิตติโกวิท ผู้ช่วยอธิการบดีจุฬาฯ และผู้อำนวยการศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาฯ (CU Innovation Hub) กล่าว

ผศ.ภญ.ดร.จิตติมา ลัคนากุล ภาควิชาวิทยาการเภสัชกรรมและเภสัชอุตสาหกรรม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงสเปรย์หน้ากากผ้ากรองฝุ่น กันไวรัส “Shield+” ที่พัฒนาขึ้นในช่วงวิกฤต COVID-19 ว่า เป็นผลงานวิจัยในช่วงที่ PM 2.5 กำลังเป็นปัญหาของประเทศ เมื่อเราเห็นหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วทิ้งที่อาจจะเป็นขยะทำลายสิ่งแวดล้อม จึงคิดหาวิธีการเสริมหน้ากากผ้าให้กรองฝุ่นได้ดีขึ้น โดยใช้พอลิเมอร์ในเภสัชภัณฑ์มาประยุกต์เพื่อให้เกิดกลไกที่หลากหลาย ทำให้พอลิเมอร์เข้าไปแทรกตัวและสอดประสานเส้นใยของผ้า ลดช่องว่างระหว่างเส้นใยผ้าให้เล็กลง เพิ่มประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นได้ดีขึ้น ช่วยผลักฝุ่นและเชื้อโรคออกไปได้ด้วย

Shield+: Protecting Spray  ที่ ผศ.ภญ.ดร.จิตติมา ร่วมกับ ภญ.พุทธิมน ศรีบนฟ้า ได้พัฒนาขึ้นนั้นมี 2 ชนิด ได้แก่ Shield (ไม่กันน้ำ) และ  Shield+ (กันน้ำ) เริ่มจากการคลี่มุมพับหรือกางตะเข็บของหน้ากากออกฉีดสเปรย์บริเวณด้านหน้าของหน้ากากผ้าให้ทั่วประมาณ 12-15 ครั้ง จากนั้นนำไปตากให้แห้งสนิทก็สามารถนำไปใช้ได้ ส่วน Shield+กันน้ำจะต้องรีดด้วยเตารีดให้แห้งสนิทก่อนจึงจะเพิ่มประสิทธิภาพในการกันน้ำได้ โดยสเปรย์ 1 ขวดมีปริมาณ 60 มิลลิลิตร สามารถใช้ได้ 24 ครั้งหรือโดยเฉลี่ย 1 เดือน  ซึ่งพอลิเมอร์ที่เคลือบอยู่บนหน้ากากผ้าจะละลายไปในขณะซัก อาจจะมีหลงเหลือบนผ้าบางส่วนสำหรับ Shield+ แต่ก็ยังคงปลอดภัยต่อผู้ใช้เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ที่ใช้ในเภสัชภัณฑ์ยาเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ผศ.ภญ.ดร.จิตติมา กล่าวถึงหน้ากากผ้าที่ได้รับการฉีดสเปรย์ว่า จากการทดสอบด้วยตัวเองไม่ได้รู้สึกหายใจลำบากขึ้น เนื่องจากพอลิเมอร์ที่ใช้คือพอลิเมอร์ในการผลิตยาไม่ใช่พลาสติก เป็นวัสดุกึ่งนาโนเทคโนโลยีจึงต้องใช้ความร้อนทำให้วัสดุยึดติดกับผ้าและสามารถกันน้ำได้ การรีดจึงเป็นการคลายอนุภาคออกให้เคลือบได้ทั่วถึง กลายเป็นฟิล์มเคลือบหน้ากาก ในการฉีดสเปรย์ควรฉีดหน้ากากแค่ด้านนอก ซึ่งสูตรนี้จะมีกลไกในการผลักฝุ่นและไวรัสออกไป มีการทดสอบหลายอย่างกับหน้ากากผ้ามาตรฐานทั่วไป ทั้งการทดสอบคุณสมบัติการกรองอนุภาคด้วยมาตรฐานสากล ASTM (American Society for Testing and Materials) ซึ่งเป็นสมาคมวิชาชีพทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่กำหนดและจัดทำมาตรฐานซึ่งได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ในด้านคุณสมบัติการกรองฝุ่น 0.3 ไมครอนสามารถใช้ได้ดีขึ้น 83% เมื่อเทียบกับหน้ากากที่ไม่ได้ใช้สเปรย์ และมีการทดสอบต่อในคุณสมบัติการกรองเชื้อ 2 ระดับ ทั้งเชื้อในอากาศและเชื้อในน้ำลาย สำหรับในประเทศไทยยังไม่มีศูนย์ทดสอบที่สามารถออกใบรับรองได้ เราจึงปรับเปลี่ยนตามมาตรฐานต่างประเทศที่สามารถทำได้เองในห้องปฏิบัติการ และด้วยความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงเราได้รับความอนุเคราะห์ด้านเครื่องมือในการทดสอบเชื้อที่มากับอากาศ ซึ่งช่วยลดเชื้อในอากาศได้ 140% ส่วนเชื้อในน้ำลายเราทดสอบในน้ำลายอาสาสมัครด้วยการหยอดลงบนหน้ากากและเพิ่มความดันบังคับให้น้ำลายซึมลงผ้า ซึ่งเป็นแรงดันในการทดสอบสูงกว่าการไอ-จามของคนปกติถึง 177 เท่า พบว่าสามารถกันเชื้อได้ถึง 90%

“ข้อควรระวังในการใช้สเปรย์ดังกล่าว ควรเลือกใช้กับหน้ากากผ้าเท่านั้น เนื่องจากสเปรย์มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ส่วนหน้ากากอนามัยทำมาจากเส้นใยสังเคราะห์ซึ่งอาจละลายเมื่อโดนแอลกอฮอล์” ผศ.ภญ.ดร.จิตติมา กล่าว

ผศ.ภญ.ดร.จิตติมา กล่าวเสริมว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคตอาจมีความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในด้านสมุนไพรและสิ่งทอ เพื่อพัฒนาให้สเปรย์มีฟังก์ชันในการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นหรือมีประสิทธิภาพในการกำจัดแบคทีเรียที่ดีขึ้น นอกจากช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้มีอุปกรณ์เสริมในการป้องกันตนเองทั้งจากไวรัสและมลพิษทางอากาศในยามที่หน้ากากอนามัยขาดแคลนและมีราคาสูง

การผลิต Shield+: Protecting Spray  ในขั้นแรกเป็นการเปิดระดมทุนการผลิต 10,000 ขวดแรก เพื่อบริจาคให้กับบุคลากรเบื้องหลังที่อยู่ในโรงพยาบาล ผู้คัดกรองผู้ป่วย คลินิกทันตกรรม หรือบุคลากรที่ไม่สัมผัสผู้ป่วย COVID โดยตรง รวมไปถึงอาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานเก็บขยะ และพนักงานทำความสะอาด ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์หรือต้องการร่วมสมทบทุนสามารถเข้าไปได้ที่เว็บไซต์เทใจดอทคอม

https://taejai.com/th/d/savethailandspraymask/

SHARE

ผลผลิตของจุฬาฯ คือ การผลิตบัณฑิต สร้างคนคุณภาพสู่สังคม

ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ค้นหา

X