
สำนักบริหารวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดการประชุมคณะกรรมการวิจัยและนวัตกรรม (สัญจร) ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ณ เรือนจุฬานฤมิต เพื่อเปิดเวทีให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน กล่าวต้อนรับโดย ศ.ดร.บัญชา พูลโภคา ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านงานพัฒนาวิจัย จุฬาฯ จากนั้น ศ.ดร.สมฤกษ์ จันทรอัมพร ประธานคณะกรรมการวิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมคณะกรรมการวิจัยและนวัตกรรม (สัญจร) ครั้งที่ 2/2569 มีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Ecosystem for innovation to commercialization” และกิจกรรม “Innovation Reflection” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายในการนำผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์
ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า สถาบันอุดมศึกษามีบทบาทในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและนิสิตที่เป็นพลังสำคัญ โดยเฉพาะในยุคของ AI เราต้องมุ่งเน้นการพัฒนาคนให้เป็น “ผู้สร้าง” นวัตกรรม ไม่ใช่เป็นเพียง “ผู้ใช้” เทคโนโลยีจากต่างประเทศเท่านั้น ปัจจุบันบทบาทของมหาวิทยาลัยกว้างขึ้นมาก เราต้องเข้าไปมีส่วนร่วมแก้ปัญหาสังคมในทุกมิติ และผลักดันให้เกิด Ecosystem ที่เปลี่ยนทุกพื้นที่ของประเทศให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ พร้อมทั้งส่งเสริมการสื่อสารผลงานวิจัยออกสู่สังคม เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่านักวิชาการไทยไม่ได้มีแค่ทฤษฎี แต่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงและสร้างผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างแท้จริง
ศ.ดร.บัญชา พูลโภคา ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านงานพัฒนาวิจัย จุฬาฯ กล่าวถึงการจัดการประชุมในครั้งนี้ว่าจุฬาฯ ตั้งใจให้เป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนและระดมความคิดเห็นในประเด็นสำคัญด้านการวิจัยและนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่จากรัฐบาลและกระทรวง อว. การสื่อสารระหว่างคนทำงานวิจัยจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก คาดหวังว่างานวิจัยที่คณาจารย์นักวิจัยได้ทุ่มเทพัฒนาจะสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ และเป็นกลไกสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจได้จริง


ศ.ดร.สมฤกษ์ จันทรอัมพร ประธานคณะกรรมการวิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า เครือข่ายวิจัยของเรามีการขยายตัวและเติบโตขึ้นมาก ทั้งในสายวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยทางคณะกรรมการฯ ได้รวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้บริหารงานวิจัย เพื่อเตรียมนำเสนอต่อรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้ ขอยืนยันว่าพวกเราคือ “มือทำงาน” ในภาคปฏิบัติที่พร้อมจะรับนโยบายต่าง ๆ มาสานต่อและผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อวงการวิจัยต่อไป


ในช่วงบ่าย มีการจัดกิจกรรม Workshop ออกแบบอาหารสุขภาพ ที่ The Food School @ Dusit Central Park และ Block 28 โดยมีกิจกรรม Workshop ด้านการออกแบบอาหารสุขภาพ และการนำเสนอโมเดลนวัตกรรมอาหารสุขภาพ “Chula GIN-D” เพื่อเสริมสร้างย่านสุขภาวะเศรษฐกิจ สู่การดำรงชีวิตในสังคมไทยอย่างยั่งยืน สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางด้านอาหารสู่การใช้งานจริง







