ข่าวสารจุฬาฯ

การตรวจสอบชุด PPE ที่มีคุณภาพ เพื่อใช้ในหัตถการ ICU-COVID-19

ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทุกคนต่างส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์อย่างล้นหลาม ในฐานะผู้เสียสละในสถานการณ์โรคระบาดเช่นนี้ นอกจากส่งกำลังใจแล้ว หลายคนยังส่งกำลังทรัพย์ สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์เพื่อช่วยป้องกันโรค เช่น หน้ากากอนามัย รวมไปถึงชุด Personal Protective Equipment หรือ PPE

            ชุด PPE ที่มีคุณภาพมีความจำเป็นในการใช้งานของบุคลากรทางการแพทย์ในห้องผู้ป่วย ICU หรือห้องที่มีการทำหัตถการ ในขณะที่อุปกรณ์ทางการแพทย์ขาดแคลน อาจมีตัวแทนจำหน่ายหรือผู้ค้ารายย่อยที่ฉวยโอกาสเพิ่มราคาสินค้าไม่ตรงตามคุณภาพให้กับผู้ที่ต้องการซื้อเพื่อบริจาคให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และเราจะทราบได้อย่างไรว่าชุด PPE ที่มีคุณภาพตรวจสอบได้จากอะไรบ้าง

          

รศ.ดร.อนงค์นาฏ สมหวังธนโรจน์ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ  เป็นตัวแทนทีมทดสอบ “การตรวจสอบชุด PPE ที่มีคุณภาพเพื่อใช้ในหัตถการ ICU” เปิดเผยถึงการตรวจสอบคุณภาพชุด PPE ในส่วนของจุฬาฯ ว่ามีที่มาจากสภากาชาดไทยได้เชิญคณบดีและทีมงานเข้าร่วมประชุมเรื่องปัญหาชุดและหน้ากากอนามัยที่ได้รับบริจาคมาไม่สามารถปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ได้ ทีมจุฬาฯ จึงรับทดสอบทั้งชุดและหน้ากาก โดยทำงานร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการทดสอบคุณภาพชุด PPE  มีภาคเอกชน นักวิจัยที่กำลังทำงานพัฒนาและเทคโนโลยีในแต่ละอุตสาหกรรมร่วมพูดคุย ก่อให้เกิดผลงานใหม่และนำมาทดสอบ เพื่อพัฒนาไปถึงกระบวนการตัดเย็บต่อไป

            World Health Organization (WHO) ได้แนะนำคุณภาพของชุดcoverall ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Personal Protective Equipment (PPE) จากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบล่า เมื่อปี 2014 โดยมีมาตรการในการทดสอบเรียกว่า “EN 14126” ซึ่งมีมาตรฐานย่อยอีก  5 มาตรฐาน ประกอบด้วย

  1. มาตรฐาน ISO 16603: การตรวจสอบความต้านทานแรงดันของเลือดเทียม
  2. มาตรฐาน ISO 16604: การตรวจสอบความต้านทานแรงดันของเลือดเทียมที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส
  3. มาตรฐาน ISO 22610: การตรวจสอบความต้านทานของเหลวที่ปนเปื้อนแบคทีเรีย
  4. มาตรฐาน ISO 22611: การตรวจสอบการป้องกันละอองของของเหลวที่ปนเปื้อนแบคทีเรียในอากาศ
  5. มาตรฐาน ISO 22612: การตรวจสอบความต้านทานอนุภาคปนเปื้อน

นอกจากนี้ยังตรวจสอบไปถึงลักษณะทางกายภาพอื่นๆ ของชุด ได้แก่ การทนแรงดึง การทนต่อแรงฉีก การทนต่อการเจาะ การทนการขีดข่วน นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบความแข็งแรงของตะเข็บในการตัดเย็บและสมรรถนะของชุด

“ในการทดลองจะจำลองสถานการณ์ในขณะที่แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์อยู่ในห้องผ่าตัด มีการสอดท่อ มีเลือดพุ่งออกมาใส่ชุดบุคลากร เราจึงเตรียมเลือดสังเคราะห์ที่มีสมบัติต่าง ๆ ทั้งความตึงผิว ความหนืด ค่ากรด-ด่าง ความหนาแน่น และการนำไฟฟ้า ให้ใกล้เคียงกับเลือดจริงตามค่ามาตรฐาน และทดสอบอัดความดันในแต่ละระดับเพื่อทดสอบการป้องกันของผ้า หากผ่านขั้นตอนนี้ไปก็จะส่งไปที่คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ โดยมี ผศ.ภญ.ดร.จิตติมา ลัคนากุล ทดสอบเลือดเทียมผสมเชื้อไวรัสที่ไม่ก่อโรค โดยไวรัสต้องไม่สามารถผ่านชุดได้ จึงจะไปสู่กระบวนการต่อไป

“การทดสอบนี้เป็นการคัดแยกเกรดที่เหมาะกับการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ อย่างน้อยการทดสอบจะทำให้รู้ว่า‘ชุดป้องกันเลือดได้มากเท่าใดในสภาวะห้องผ่าตัด’ บุคลากรทางการแพทย์ใกล้ชิดกับคนไข้ได้หรือไม่? ‘ชุดนี้สามารถป้องกันบุคลากรได้มากน้อยเพียงใด เป็นเกณฑ์คัดได้ว่าชุดไหนผ่านเกณฑ์และสามารถทำให้บุคลากรมั่นใจในการใกล้ชิดกับคนไข้ ส่วนชุดที่มีคุณภาพต่ำก็สามารถนำไปใช้ในงานอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงต่ำได้” รศ.ดร.อนงค์นาฏ กล่าว

ในด้านกำลังการผลิต  ประเทศไทยยังไม่มีการพัฒนาวัสดุในการตัดเย็บ ส่วนใหญ่จึงเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศและยังคงอยู่ในสภาวะขาดแคลนเนื่องจากชุดและวัสดุเป็นที่ต้องการจากทั่วโลก การทดสอบคุณภาพของชุด PPE ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยนับเป็น “โอกาสในวิกฤต” ที่ทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาและผลิตวัสดุจนสามารถตัดเย็บชุด PPE ที่มีคุณภาพส่งต่อให้บุคลากรทางการแพทย์ของไทยได้ทำหน้าที่ได้อย่างมั่นใจ และลดปัญหาการขาดแคลนได้ในระดับหนึ่ง

            สำหรับผู้ที่สนใจ ต้องการสั่งซื้อชุด PPE เพื่อบริจาคให้กับแพทย์และมีความประสงค์จะส่งตรวจสอบ รศ.ดร.อนงค์นาฏ ให้คำแนะนำว่า “ถ้าเป็นชุด PPE ล็อตใหญ่เรารับทดสอบได้ เนื่องจากเราต้องนำชุดมาตัดเพื่อแยกการทดสอบ โดยจะสุ่มชุดตัวอย่างมาใช้ทดสอบ ดังนั้นการส่งตรวจสอบจำนวนน้อยจะทำให้สิ้นเปลืองชุด ซึ่งเป็นสิ่งที่สภากาชาดไทยเล็งเห็นและเปิดรับบริจาคเงิน เพื่อจะได้นำเงินไปซื้อชุดล็อตใหญ่และทดสอบให้ผ่านคุณภาพ เพื่อแจกจ่ายต่อไป แต่ถ้าอยากบริจาคเป็นชุดและต้องการคำปรึกษาก็สามารถติดต่อมาได้ เราจะดูเบื้องต้นตามสเปกในใบรับรองว่าชุดอยู่ในขั้นไหน และนำมาทดสอบว่าถูกต้องตามที่ใบรับรองแจ้งไว้หรือไม่ ขอแนะนำให้บริจาคผ่านสภากาชาดไทยโดยตรง หรือโรงพยาบาลใหญ่ๆ เพื่อรวมเงินไปซื้อชุดล็อตใหญ่ น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า”

ช่องทางการส่งตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์เพื่อสนับสนุนการป้องกันเชื้อไวรัส COVID-19 (หน้ากากสำหรับประชาชน เจล/น้ำยาฆ่าเชื้อ หน้ากาก N95 และชุด PPE) สามารถลงทะเบียนผ่าน http://www.dss.go.th/homecovid/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 0-2201-7124 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ

จุฬาฯ สนับสนุนให้อาจารย์ทำงานวิจัย นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากต่อทั้งอาจารย์ นิสิต รวมถึงภาคประชาสังคม

รองศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้ท่านสามารถใช้เว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ ท่านไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน โดยมีจุดประสงค์คือนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราอาจไม่สามารถวัดผลเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า