ข้ามไปยังเนื้อหา

“บทเรียนจากผู้นำหญิงในภาวะวิกฤต: ผู้นำควรรับมือวิกฤตโควิด-19 อย่างไร?”

ในภาวะวิกฤตเช่นสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน หนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการภาวะวิกฤตให้ผ่านพ้นไปได้คือผู้นำองค์กรในระดับต่างๆ ผู้นำในภาวะวิกฤตควรมีลักษณะอย่างไร? เป็นประเด็นที่มีการพูดถึงกันมากตามสื่อต่างๆ

คณาจารย์จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้นำเสนอบทความเรื่อง“บทเรียนจากผู้นำหญิงในภาวะวิกฤต: ผู้นำควรรับมือวิกฤตโควิด-19 อย่างไร

?”

สะท้อนมุมมองและข้อคิดเกี่ยวกับบทบาทความสำคัญของผู้นำที่เป็นผู้หญิงในภาวะวิกฤต ที่คนทุกเพศทุกวัยสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพคณาจารย์จากศศินทร์ได้เผยถึงจุดเด่นของผู้นำหญิง และเหตุผลที่ทำให้ผู้นำหญิงสามารถบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤตได้ดีกว่าผู้ชาย ทั้งในเรื่องของความละเอียดอ่อน ความเข้าอกเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ อีกทั้งลักษณะเด่นโดยปกติของผู้หญิงคือจะมีความอ่อนหวาน เป็นกันเอง แต่เวลาที่ต้องตัดสินใจ ก็จะใช้ทั้งเหตุผลผสมกับอารมณ์ความรู้สึกและตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดในบางเรื่อง ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงยังมีทักษะในการสื่อสารที่ดี ชัดเจน ตรงไปตรงมาและเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในภาวะวิกฤต  โดยมีงานวิจัยหลายชิ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันสนับสนุนสมมุติฐานดังกล่าว เช่นงานวิจัยทางจิตวิทยาสังคมของ George และคณะ (ปี 1998) พบว่า โดยเฉลี่ยผู้หญิงมักจะช่วยแก้ปัญหาของผู้อื่นได้

“ตรงกับความต้องการ”

ของผู้รับการช่วยเหลือมากกว่าผู้ชาย ซึ่งเป็นทักษะที่มีความสำคัญอย่างมากในช่วงวิกฤตในงานวิจัยของ

รศ.ดร.พัฒนาพร ฉัตรจุฑามาส จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศ.ดร.ภรศิษฐ์ จิราภรณ์ จากมหาวิทยาลัย

Penn State ประเทศสหรัฐอเมริกา

(ปี 2019) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะผู้เขียนในบทความนี้  ได้ศึกษาบทบาทและความสำคัญของผู้นำหญิงในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ในปี 2008 หรือวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ถูกเรียกว่า Hamburger Crisis ทางคณะผู้วิจัยได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสัดส่วนกรรมการบริหารที่เป็นผู้หญิงและผลประกอบการของบริษัท พบว่าบริษัทที่มีสัดส่วนกรรมการบริหารที่เป็นผู้หญิงมากกว่า จะมีผลประกอบการของบริษัทที่สูงกว่าทั้งตัวชี้วัดเชิงบัญชี เป็นต้นในสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน น่าจะเป็นบททดสอบที่ท้าทายสำหรับผู้นำ ทั้งในระดับชุมชน ระดับองค์กร และระดับประเทศ บทความของนิตยสาร Forbes (2020) ได้ยกตัวอย่างผู้นำหญิงของประเทศเยอรมนี ไต้หวัน นิวซีแลนด์ ไอซ์แลนด์ ฟินแลนด์ นอร์เวย์และ เดนมาร์ก ว่าเป็นผู้นำหญิงที่มีการบริหารจัดการควบคุมการระบาดของโรคโควิค-19 ที่มีประสิทธิภาพ โดยผู้นำหญิงเหล่านี้ได้ให้ความสำคัญต่อการสื่อสารกับประชาชนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีความละเอียดอ่อน ความเห็นอกเห็นใจ และความเอาใจใส่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของผู้นำต่อความสำเร็จในการบริหารจัดการการระบาดของโรคโควิด-19ส่วนการบริหารจัดการวิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทยนั้นถือได้ว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ได้รับการชื่นชมจากระดับนานาชาติว่ามีการบริหารจัดการที่ดี สามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อ และมีจำนวนผู้ที่ได้รับการรักษาจนหายดีเป็นระดับต้นๆ ของโลก คณะผู้เขียนเห็นว่า

ความเข้าอกเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกคน และเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการบริหารจัดการในภาวะวิกฤติเช่นนี้

จุดเด่นของผู้นำหญิงที่ได้กล่าวไว้ในบทความนี้จึงเป็นสิ่งที่ผู้นำทุกคนสามารถนำมาปฏิบัติได้

อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่

คุณอาจจะชอบ

สาระความรู้และข่าวสาร

“บทเรียนจากผู้นำหญิงในภาวะวิกฤต: ผู้นำควรรับมือวิกฤตโควิด-19 อย่างไร?”