ข่าวสารจุฬาฯ

เสวนาออนไลน์ Young MHESI Scholar’s Townhall ครั้งที่ 6 เรื่อง “ภูมิทัศน์ใหม่ของการศึกษาไทยในยุค New Normal”

จากการเสวนาออนไลน์ Young MHESI Scholar’s Townhall  ครั้งที่ 6 เรื่อง“ภูมิทัศน์ใหม่ของการศึกษาไทยในยุค New Normal” โดยกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เมื่อ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย รองอธิการบดีฝ่ายการพัฒนางานใหม่และนวัตกรรม จุฬาฯ ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในโจทย์เรื่อง New Landscape ภูมิทัศน์ทางด้านการศึกษาจะเป็นอย่างไรในยุค New Normal

รศ.ดร.ณัฐชา กล่าวว่าการเรียนการสอนในอนาคตจะต้องมีความสนุก ต้องตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนและสังคม และสร้างคนที่มีความสามารถให้อยู่รอดได้ในระยะยาว โดยอาศัย 3 สิ่งคือ 1. นวัตกรรมองค์กรแบบบูรณาการ (Integrated Innovation Enterprise) เป็นโจทย์หรือ model หลัก ซึ่งก็คือการนำความคาดหวังและความต้องการของสังคมมาบูรณาการเข้ากับหัวใจของมหาวิทยาลัย 2. งานวิจัยและองค์ความรู้ใหม่ๆ (Research) และการสร้างคนที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของอุดมศึกษา รวมไปถึงมุ่งเป้าไปที่ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจหรือความยั่งยืนขององค์กรที่มี่รายได้ และ 3. ประโยชน์ทางด้านสังคม (Education towards Socio-Economic Impacts) เช่นเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ อาทิ การระบาดของโควิด-19 หรือปัญหาฝุ่น PM2.5 มหาวิทยาลัยได้นำองค์ความรู้ไปช่วยเหลือสังคมอย่างไร

 

ทั้งนี้ในอนาคต มหาวิทยาลัยจะต้องเผชิญกับปัญหาการเติบโตของเทคโนโลยี (Growth of Technology) ความเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอนต่างๆ (Uncertainty) และวงจรของนวัตกรรมต่างๆ ที่สั้นลง (Short Innovation Cycle) จนงานวิจัยหรือองค์ความรู้ที่มีอยู่ของมหาวิทยาลัยตามไม่ทัน Keyword ที่สำคัญที่จะให้มหาวิทยาลัยอยู่รอดได้ ประกอบด้วย 3 สิ่ง ได้แก่ Relevancy, Impact และ Speed คือสามารถแปลงความต้องการเหล่านั้นให้ออกมาเป็นวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ตราบใดที่มหาวิทยาลัยยังตอบโจทย์คุณค่าหลักที่ผู้เรียนและสังคมต้องการได้อย่างรวดเร็วและสร้าง Impact  ได้ มหาวิทยาลัยก็จะยังคงอยู่รอด

ตัวช่วยที่จะทำให้ทั้ง 3 Keyword ประสบความสำเร็จก็คือ สมรรถนะหลัก (Core Competency/ Core Value) ขององค์กร ซึ่งมหาวิทยาลัยมีสินทรัพย์ (asset) ที่สำคัญคือ ทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสามารถจำนวนมาก (Entrepreneurial Talents) และองค์ความรู้ใหม่ที่แตกต่างหรือต้นทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) จากงานวิจัยที่เป็นเป้าหมายหลักของมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้เกิดความเกี่ยวข้องและเกิดประโยชน์สู่สังคมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจุฬาฯ ได้พยายามบูรณาการให้สอดคล้องกับ SDGs หรือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ มาใช้ในการสร้างคน และสร้างงานวิจัย ซึ่งเป็นพันธกิจที่สำคัญ

ดังนั้น ภูมิทัศน์ใหม่ทางด้านการศึกษาหลังโควิด-19 จึงมีมากกว่าเรื่องของออนไลน์และดิจิทัล แต่จะต้องผนวกเข้ากับสมรรถนะหลักของมหาวิทยาลัยเพื่อให้เกิดการนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด คือเป็น Global Integrated Relevant and Life-Long Learning ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ที่สำคัญคือ 1. Policy Development (การพัฒนาด้านนโยบาย )2. Innovation (นวัตกรรม) และ 3. Community Engagement (การมีส่วนร่วมกับชุมชน) ซึ่งหากทำทั้งสามผลลัพธ์นี้ได้ดี สิ่งที่ประเทศไทยจะได้ก็คือ Intellectual Impact หรือสังคมอุดมปัญญา เกิดประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมจากการนำ Innovation และ Community Engagement มาใช้ ท้ายที่สุดแล้วเราก็จะได้สังคมที่มีความสุข มั่นคง และยั่งยืน

การเสวนาออนไลน์ Young MHESI Scholar’s Townhall ครั้งที่ 5  ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ จากวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น ม.ขอนแก่น โดยมีผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย ศ.ดร.ทพญ.ศิริวรรณ สืบนุการณ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อ.อธิษฐาน์ คงทรัพย์ รองคณบดีฝ่ายวัฒนธรรมองค์กร คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.พัฒนพล เหรียญโมรา รองคณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และคุณสรวิศ ไพบูลย์รัตนากร ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ Saturday School Foundation

ผู้สนใจสามารถติดตามรับชมย้อนหลังได้ทาง Facebook Live  ของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ https://www.facebook.com/groups/youngmhesischolars/permalink/679718655935482/

อื่นๆ

จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย