ข่าว

สยามสแควร์ โฉมใหม่ “ไร้สาย” กับโครงการนำสายสื่อสารและสายไฟลงใต้ดินภายในปี 2563

สยามสแควร์ โฉมใหม่ “ไร้สาย” กับโครงการนำสายสื่อสารและสายไฟลงใต้ดินภายในปี 2563

“สยามสแควร์” ย่านการค้าใจกลางเมืองกับทัศนียภาพที่สวยงาม พร้อมความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ (PMCU) ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง และบริษัท ทรู อินเตอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด ดำเนินการนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดิน เพื่อทัศนียภาพอันสวยงาม โดยเริ่มนำร่องดำเนินการให้สยามสแควร์เป็นพื้นที่ไร้สายไฟฟ้าและสายสื่อสารอย่างแท้จริง ภายในปี 2563  จากนั้นจะเดินหน้าสานต่อขยายพื้นที่ไร้สายต่อเนื่องไปยังพื้นที่สวนหลวง-สามย่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ภายใต้โครงการ CHULA SMART CITY

รศ.ดร.วิศณุ  ทรัพย์สมพล  รองอธิการบดีด้านการจัดการทรัพย์สิน และกายภาพ จุฬาฯ กล่าวถึงนโยบายที่เปิดให้พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองจุฬาฯ อัจฉริยะ (Chula Smart City) เพื่อร่วมกันศึกษา พัฒนารูปแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในพื้นที่การดูแลของจุฬาฯ และพัฒนาชุมชนเมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้แก่

– การจัดทำโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมด้วยการติดตั้งโครงข่ายเส้นใยแก้วนำแสง Fiber Optic Cable (FOC) ฝังในระดับใต้ดิน เพื่อใช้ทดแทนสายสื่อสารเดิมทั้งหมด โดยบริษัท ทรู อินเตอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด

– นำร่องดำเนินการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่สยามสแควร์ บนเนื้อที่ 63 ไร่ประกอบด้วยอาคารพาณิชย์ อาคารสำนักงาน ตึกสูง และร้านค้าจำนวนมาก สยามสแควร์ถือเป็นแลนมาร์คสำคัญด้านการท่องเที่ยวที่อยู่ใจกลางเมือง เป็นศูนย์กลางการ Shopping แหล่งรวมร้านค้าแฟชั่นที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ในอนาคตจะมีการพัฒนาพื้นที่ให้เป็น  Walking Street ประกอบกับมีการออกแบบลวดลายบนฝาท่อ Fiber Optic Cable ของสยามสแควร์ และนำมาใช้จริงบนพื้นที่สยามสแควร์รวม 11 จุด ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการออกแบบลวดลายบนฝาท่อ ได้แก่ น.ส.ชัญญา ตั้งจิตวินัย นิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

– ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาระบบจ่ายไฟฟ้า โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อรองรับโครงการเมืองจุฬาฯ อัจฉริยะ (Chula Smart City) โดยครอบคลุมทั้งพื้นที่การศึกษาและพื้นที่พาณิชย์  รวม 1,153 ไร่ ล้อมรอบไปด้วยถนนพระราม 4 – ถนนพระราม 1 – ถนนบรรทัดทอง – ถนนอังรีดูนังต์ โดยมีการพัฒนาโครงการต่างๆ ประกอบด้วย

– ปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าเป็นระบบไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เพียงพอ มั่นคง ปลอดภัย มีทัศนียภาพและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จุฬาฯ ให้สวยงามภายในปี 2562 และครอบคลุมทั้งพื้นที่จุฬาฯ ภายในปี 2564 

-พัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ซึ่งในพื้นที่จุฬาฯ มีศักยภาพในการติดตั้ง Solar rooftop ประมาณ 20 เมกะวัตต์  

-ติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (Energy storage System) ขนาด 1.2 เมกะวัตต์ชั่วโมง ที่สถานีไฟฟ้าย่อยปทุมวัน ภายในปี 2563 

-พัฒนาระบบมิเตอร์อัจฉริยะ (AMI) ภายในปี 2564 สามารถเก็บข้อมูลการใช้ไฟฟ้า ซึ่งหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงและบริหารจัดการพลังงาน ในพื้นที่ Smart City 

-พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ภายในปี 2564 ควบคุมและแก้ไขระบบไฟฟ้าขัดข้องอย่างอัตโนมัติ อาทิคุณภาพไฟฟ้า เช่น แรงดันไฟฟ้า ให้อยู่ในมาตรฐานการให้บริการ และผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าได้ในปัจจุบัน

การพัฒนาพื้นที่ภายใต้โครงการ CHULA SMART CITY มีแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่จุฬาฯ ให้เป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบ โดยมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นย่านแห่งนวัตกรรมที่สร้างสรรค์คุณค่าแก่ชุมชนและสังคม ผสานคุณภาพชีวิตและธุรกิจ มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการดำรงชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

SHARE

จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้

ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ค้นหา

X