ข้ามไปยังเนื้อหา

จุฬาฯ ลงนามความร่วมมือกับ TCMA ผนึกกำลังพันธมิตรไทย – แคนาดา ขับเคลื่อนนวัตกรรมดักจับคาร์บอน วางรากฐานสู่ Net Zero

จุฬาฯ ลงนามความร่วมมือกับ TCMA ผนึกกำลังพันธมิตรไทย -แคนาดา ขับเคลื่อนนวัตกรรมดักจับคาร์บอน วางรากฐานสู่ Net Zero

            จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อน “นวัตกรรมการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ระดับนำร่อง” และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของไทยสู่เป้าหมายการปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)  เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 ณ ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายสุรชัย นิ่มละออ นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) กล่าวถึงความร่วมมือและร่วมลงนาม MOU ในครั้งนี้

            ในโอกาสนี้ คุณปิง กิดนิกร เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พาณิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคุณธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวแสดงความยินดี โดยมี ศ.ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมในพิธีลงนามความร่วมมือครั้งนี้ด้วย

            ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการผลักดันองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนา “Mobile Carbon Capture Unit” หรือระบบดักจับคาร์บอนเคลื่อนที่ต้นแบบ ที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยในอนาคต

            ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะ Strategic Knowledge Partner ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การใช้งานจริง พร้อมพัฒนา “Green Talent” รองรับการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรม

            “จุฬาฯ มุ่งให้ความร่วมมือนี้เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างฐานองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี คาร์บอนต่ำ ควบคู่การพัฒนากำลังคน เพื่อยกระดับขีดความสามารถให้สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนผ่าน และสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวในระยะยาว” อธิการบดีจุฬาฯ กล่าว

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ
ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ

            อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ ในการรับมือกับหนึ่งในความท้าทายระดับโลกที่สำคัญที่สุดในยุคของเรา นั่นคือวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนาแนวทางที่ยั่งยืน ผ่านงานวิจัยและนวัตกรรม ในฐานะหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย เรามีความพร้อมและมุ่งมั่นที่จะนำศักยภาพด้านการวิจัยและระบบนิเวศนวัตกรรมของเรา มาสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำและการดักจับคาร์บอนอย่างเต็มที่

            ทั้งนี้ พันธกิจของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การให้การศึกษาเท่านั้น แต่เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างบัณฑิตให้เป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ ผู้ซึ่งพร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายต่อสังคม ผมเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่าความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในครั้งนี้ จะเป็นต้นแบบของการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ที่ไม่เพียงแต่สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ แต่ยังสามารถแปลงผลการวิจัยไปสู่การประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนของประเทศไทยในระยะยาว

คุณสุรชัย นิ่มละออ นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย
คุณสุรชัย นิ่มละออ นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย

            คุณสุรชัย นิ่มละออ นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทเชิงรุกของภาคอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อน Climate Commitment ผ่านกลไก Public–Private Partnership (PPP) ที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาการ ภาครัฐ และพันธมิตรระหว่างประเทศ ได้แก่ ECCC, UNIDO และ GCCA เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำตามแนวทาง Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap

            “ความร่วมมือกับจุฬาฯ เป็นการยกระดับสู่แพลตฟอร์มระยะยาว ตั้งแต่การพัฒนาองค์ความรู้ การเตรียมบุคลากร ไปจนถึงการทดลองเทคโนโลยีในระดับนำร่อง โดยต่อยอดผ่านผู้เชี่ยวชาญแคนาดา และ การทดสอบจริงในสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งจะเป็นพื้นที่เรียนรู้เพื่อพัฒนาแนวทางที่ขยายผลได้ในระดับ อุตสาหกรรม” นายสุรชัย กล่าว

คุณปิง กิดนิกร เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย
คุณปิง กิดนิกร เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย

            คุณปิง กิดนิกร เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย กล่าวว่า แคนาดายินดีสนับสนุนความร่วมมือครั้งนี้ซึ่งสะท้อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในระดับนานาชาติและความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 65 ปีระหว่างสองประเทศ

            “ความร่วมมือนี้ครอบคลุมการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญและการพัฒนาบุคลากร เพื่อเชื่อมโยงสู่การทดลองและใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม โดยเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างนวัตกรรมและการใช้งาน เพื่อ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” เอกอัครราชทูตปิง กล่าว

ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

            ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์เป็นภาคส่วนสำคัญต่อการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่ Net Zero 2050 ควบคู่กับการเสริมสร้าง Climate Resilience

            “ความร่วมมือนี้เป็นกลไกเชิงนโยบายในการเชื่อมโครงการสู่ระดับประเทศ โดยใช้สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เป็นฐานทดลองและพัฒนา เพื่อให้ผลลัพธ์สามารถต่อยอดสู่การกำหนดนโยบายและขยายผลได้อย่างมี ประสิทธิภาพ” ดร.พิรุณ กล่าว

คุณธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม
คุณธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม

            คุณธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับนโยบาย “One MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ที่บูรณาการการกำกับดูแลควบคู่การส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว

            “กรมโรงงานอุตสาหกรรมพร้อมสนับสนุนให้ความร่วมมือนี้พัฒนาเป็นต้นแบบที่ขยายผลได้ในระดับอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” นายธีรทัศน์ กล่าว

จุฬาฯ ลงนามความร่วมมือกับ TCMA ผนึกกำลังพันธมิตรไทย -แคนาดา ขับเคลื่อนนวัตกรรมดักจับคาร์บอน วางรากฐานสู่ Net Zero

            ดร.ชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์ TCMA และประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (AFCM) กล่าวว่า ความร่วมมือนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่ “ต้นแบบของภูมิภาค” ด้านการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม

            “การบูรณาการความร่วมมือผ่าน PPP ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้ากับการพัฒนาเทคโนโลยี องค์ความรู้ และกำลังคน ตั้งแต่นโยบายถึงการทดลองจริง จะเป็นรากฐานของ Low-Carbon Industrial Ecosystem และยกระดับสู่ต้นแบบเชิงระบบที่สามารถขยายผลได้” ดร.ชนะ กล่าว

            ศ.ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬา กล่าวว่า การสร้างผลกระทบที่แท้จริงจากงานวิจัยนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือเป็นพื้นฐาน และวันนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา อุตสาหกรรม และภาครัฐ คือกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนงานวิจัยไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมต่อทั้งในด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการลงไปทำงานในพื้นที่จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มโรงงานในจังหวัดสระบุรี ซึ่งผมเชื่อว่าในระยะสั้นเราจะเห็นผลสำเร็จที่จับต้องได้อย่างแน่นอน และในระยะยาว ความร่วมมือนี้ยังช่วยจุดประกายให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจและเข้าใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญของสถาบันอุดมศึกษาในการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพให้กับสังคม

            “ในด้านการเตรียมความพร้อมของคณะวิทยาศาสตร์นั้น นอกจากงานวิจัยด้านนวัตกรรมการดักจับคาร์บอนแล้ว เรายังมีการศึกษาวิจัยด้านนวัตกรรมพืช เพื่อนำกลไกทางธรรมชาติมาช่วยลดปริมาณคาร์บอนให้ได้มากที่สุด ควบคู่ไปกับการพัฒนาหลักสูตรใหม่ที่มุ่งสร้างนักวิทยาศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากประเทศไทยยังขาดแคลนบุคลากรและข้อมูลในเรื่องนี้อยู่มาก การมีกำลังคนที่มีความสามารถในการวัดและประเมินผลได้อย่างแม่นยำจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน” คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวเพิ่มเติม

            โครงการความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่มีการปล่อยคาร์บอนในระดับสูง พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียว การพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศไทย ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในบริบทเศรษฐกิจโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

คุณอาจจะชอบ

สาระความรู้และข่าวสาร

จุฬาฯ ลงนามความร่วมมือกับ TCMA ผนึกกำลังพันธมิตรไทย – แคนาดา ขับเคลื่อนนวัตกรรมดักจับคาร์บอน วางรากฐานสู่ Net Zero