
ภาควิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการ “การให้บริการกายภาพบำบัดแก่ประชาชนในชุมชน ครั้งที่ 9” เพื่อให้นิสิตกายภาพบำบัด ชั้นปีที่ 4 ภาคการศึกษาต้น ปีการศึกษา 2568 และคณาจารย์ ออกให้บริการประชาชนในชุมชน ในพื้นที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
การปฏิบัติงานครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม 2568 (เสาร์ – อาทิตย์) มีนิสิตกายภาพบำบัดจำนวน 14 คน คณาจารย์กายภาพบำบัด 3 คน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 9 คน ให้บริการแก่ผู้ป่วยทางกายภาพบำบัดจำนวนกว่า 140 คน

รศ.กภ.สมนึก กุลสถิตพร ภาควิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า การให้บริการกายภาพบำบัดแก่ประชาชนในชุมชน ครั้งที่ 9 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้นิสิตภาควิชากายภาพบำบัดได้สัมผัสผู้ป่วยจริงในชุมชนที่ไม่สามารถเดินทางมาโรงพยาบาลได้ การลงพื้นที่ช่วยให้นิสิตเห็นสภาพที่อยู่อาศัย ความเป็นอยู่ของผู้ป่วย และได้ฝึกการทำงานจริง ทำให้วิเคราะห์โรคได้แม่นยำกว่าการรักษาในคลินิก”
“นิสิตจะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม. ซึ่งช่วยให้นิสิตได้ฝึกทักษะการสื่อสาร โดยต้องเปลี่ยนจากภาษาทางวิชาการหรือภาษาอังกฤษ มาเป็นภาษาชาวบ้านที่เข้าใจง่าย เพื่อให้การรักษาได้ผลดีที่สุด” รศ.กภ.สมนึก กล่าว

อ.กภ.ดร. สุดารัตน์ บริสุทธิ์ ภาควิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัญหาสุขภาพของผู้ป่วยที่พบในชุมชน ได้แก่ ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ และกลุ่มออฟฟิศซินโดรม ปวดคอ บ่า หลังในวัยทำงาน ระบบประสาท ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก นิสิตได้ลงพื้นที่สำรวจ ตรวจอาการ และทำการรักษาผู้ป่วย 2-3 ครั้ง นอกจากนี้นิสิตยังมีการสอนโปรแกรมให้ผู้ป่วยรู้จักออกกำลังกายและปรับสภาพสิ่งแวดล้อมในบ้านเพื่อความยั่งยืนของการรักษา”
“นิสิตยังได้ประดิษฐ์อุปกรณ์สำหรับการกายภาพจากวัสดุหาง่ายเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น โฟมฝึกการทรงตัว (Balance Foam) สำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาการทรงตัว สายรัดแก้เท้าตก (Foot Drop) ช่วยพยุงข้อเท้าผู้ป่วยอัมพาตให้เดินได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องลากเท้า อุปกรณ์เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ เช่น ดัมเบลประดิษฐ์ ทำให้ผู้ป่วยสามารถบริหารร่างกายได้จากที่บ้าน” อ.กภ.ดร.สุดารัตน์ กล่าว
ศ.กภ. สมนึก กล่าวเสริมว่า “ผลที่เห็นได้ชัดเจนคือผู้ป่วยที่นั่งรถเข็นและไม่ได้เดินมา 3-4 ปี เนื่องจากกระดูกสะโพกหักและมีความกลัว แต่เมื่อนิสิตเข้าไปช่วยตรวจกำลังกล้ามเนื้อและฝึกเดินก็สามารถกลับมาลุกยืนและเดินได้อีกครั้ง”
ด้านความคุ้มค่าและประโยชน์ของโครงการนี้ ศ.กภ.สมนึกเผยว่า จากการคำนวณจากอัตราค่าบริการกายภาพบำบัดของกระทรวงสาธารณสุข ค่าบริการครั้งละ 650 บาท หากดูแลผู้ป่วย 42 ราย รายละ 5 ครั้งจะมีมูลค่า 136,500 บาท แต่โครงการใช้งบประมาณเพียง 46,484.90 บาท ซึ่งคุ้มค่ากว่าเงินที่ลงไปเกือบ 3 เท่า
ปัจจุบันนักกายภาพบำบัดส่วนใหญ่มักเลือกทำงานในคลินิกหรือตามวอร์ดในโรงพยาบาลเนื่องจากมีความสะดวกสบายมากกว่า ขณะที่การทำงานในชุมชนถือเป็นงานเชิงรุกที่ต้องเดินทางลงพื้นที่ไปหาชาวบ้าน ซึ่งต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนหรือฝนตก ทำให้มีนักกายภาพบำบัดที่ลงพื้นที่ทำงานในชุมชนจริงค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตาม การลงชุมชนช่วยให้นักกายภาพบำบัดได้เจอผู้ป่วย หากเข้าไปช่วยป้องกันได้ทันจะช่วยลดอาการที่รุนแรงจนต้องไปโรงพยาบาล
โครงการ “การให้บริการกายภาพบำบัดแก่ประชาชนในชุมชน ครั้งที่ 9” ไม่เพียงช่วยยกระดับการเรียนรู้ของนิสิตคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ ผ่านประสบการณ์จริง แต่ยังช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการกายภาพบำบัด ลดความรุนแรงของอาการเจ็บป่วยและลดความแออัดของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล สะท้อนบทบาทของจุฬาฯ ในการสร้างบุคลากรในด้านการดูแลสุขภาพที่มีทั้งความรู้ ความเข้าใจชุมชน และจิตสำนึกในการดูแลสังคมอย่างยั่งยืน







