สองนิสิตปริญญาเอกจุฬาฯ คว้าทุนฟุลไบรท์มุ่งมั่นสานฝันงานวิจัยให้สำเร็จ

ทุนฟุลไบรท์ (Fulbright Program) ถือเป็นทุนการศึกษาที่มีเกียรติโดยได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จทางวิชาการ ที่ผ่านมามีนิสิตจุฬาฯ ได้รับทุนฟุลไบร์ทอย่างต่อเนื่อง
ในปีนี้ นายอชิตพล นกแก้ว นิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาชีวเคมีทางการแพทย์ และ สพ.ญ.ธีอนุตรีย์ แต้พัฒนสกล นิสิตระดับบัณฑิตศึกษา หลักสูตรชีวเวชศาสตร์ทางสัตวแพทย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาฯ ได้รับทุน 2026 Fullbright Junior Research Thailand Scholarship (JRS) Program โดยนายอชิตพลได้รับทุนฟุลไบรท์เดินทางไปทำงานวิจัย ณ Mayo Clinic สหรัฐอเมริกา ในขณะที่ สพ.ญ.ธีอนุตรีย์ ได้รับทุนฟุลไบรท์ไปทำงานวิจัย ณ Cornell University สหรัฐอเมริกา

อชิตพล เผยถึงแรงบันดาลใจในการขอทุนฟุลไบร์ทว่า ก่อนหน้านั้นตนได้ทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษกของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติไปทำงานวิจัยที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงอยากเพิ่มระยะเวลาในการรับทุนจากเดิม 6 เดือนให้เป็น 1 ปี การสมัครทุนฟุลไบร์ทจะสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้เพิ่มขึ้น
“งานวิจัยของผมคือการหายีนที่เป็น Target ในการรักษาเกี่ยวกับผู้ป่วยมะเร็งตับ เพราะมะเร็งตับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของทั้งในไทยและในโลก พอรู้ว่ายีนไหนทำให้เกิดมะเร็งได้เราก็สามารถออกแบบยาเพื่อไป Target ยีนนั้น เมื่อยีนนั้นมีการแสดงออกที่มากขึ้นทำให้เกิดมะเร็ง เราก็อาจหายามายับยั้งการทำงานเพื่อลดการเกิดมะเร็งได้”

สพ.ญ.ธีอนุตรีย์ เผยถึงความตั้งใจในการขอทุนดังกล่าวว่ามีมาตั้งแต่ก่อนเข้ามาเรียนปริญญาเอกคืออยากไปทำวิจัยที่ต่างประเทศ เพื่อพัฒนาตัวเองและต่อยอดความรู้ทางด้านงานวิจัย เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในงานทางด้านสัตวแพทย์
“งานวิจัยที่จะนำไปพัฒนาคือการต่อยอดชีววัสดุ หรือ Biomaterial เพื่อนำไปใช้สำหรับฟื้นฟูเนื้อเยื่อปริทันต์ในช่องปากสุนัข โดยเน้นไปที่กระดูกเบ้าฟัน เมื่อได้รับทุนฟุลไบร์ทจะศึกษาเพิ่มเติมว่าเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันจะมีการตอบสนองต่อวัสดุที่ใส่ลงไปอย่างไร เป็นการตรวจสอบความปลอดภัยเบื้องต้นก่อนนำไปใช้ในผู้ป่วยจริง”

สำหรับการเตรียมตัวก่อนสัมภาษณ์ของอชิตพล เริ่มจากการหาอาจารย์ที่ปรึกษาที่สหรัฐอเมริกา เพื่อเขียนข้อเสนอโครงการร่วมกันก่อนยื่นสมัคร ศึกษาเกณฑ์คะแนนภาษาอังกฤษและเตรียมตัวสอบให้ผ่านเกณฑ์ รวมถึงต้องมีความเข้าใจในงานวิจัยที่กำลังจะไปทำอย่างถ่องแท้ เพราะกรรมการจะถามคำถามในเชิงลึก
สพ.ญ.ธีอนุตรีย์ เล่าถึงการเตรียมพร้อมในการขอทุนด้วยการศึกษาข้อมูลทุนจากเพจและเว็บไซต์ล่วงหน้าถึง 2 ปี เพื่อดูคุณสมบัติ เอกสารที่ต้องใช้และระยะเวลาการรับสมัคร การเตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษ ประสานงานกับอาจารย์เพื่อขอให้ช่วยเขียนจดหมายรับรอง ติดต่ออาจารย์ที่ Cornell University เพื่อขอจดหมายตอบรับ และศึกษาคุณสมบัติของผู้รับทุน เพื่อฝึกตอบคำถามโดยเชื่อมโยงเนื้อหางานวิจัยของตนเองให้เข้ากับวัตถุประสงค์ของทุน
เคล็ดลับของสองนิสิตปริญญาเอกในการสอบสัมภาษณ์เพื่อรับทุนคือความมั่นใจว่างานวิจัยสามารถต่อยอดให้วงการแพทย์ได้อย่างไรบ้าง เมื่อเดินทางกลับมาแล้วจะนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างไร
“มีคำถามจากคณะกรรมการว่าเมื่อไปทำวิจัยที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วประเทศเขาจะได้อะไร เป็นคำถามที่ทำให้ผมหยุดคิดไปสักพัก แต่สุดท้ายก็สามารถเรียบเรียงเป็นคำพูดได้และตอบอย่างมั่นใจ” อชิตพล เล่า

สพ.ญ.ธีอนุตรีย์ กล่าวเสริมว่า “ความมั่นใจต้องออกมาจากตัวเรา ถ้าเราไม่มั่นใจ ผู้สัมภาษณ์จะสงสัยว่าถ้าให้ทุนไปแล้วจะเกิดประโยชน์จริงหรือไม่ ถ้าเรามีความมั่นใจและเข้าใจในงานวิจัยก็จะสามารถตอบคำถามของคณะกรรมการได้ทุกคำถามและสื่อสารไปยังผู้อื่นได้อย่างเข้าใจ”
การเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนให้นิสิตทั้งสองได้รับทุน Fulbright JRS ในครั้งนี้ ทั้งสองได้รับการการสนับสนุนและคำแนะนำอย่างดียิ่งจากอาจารย์ที่ปรึกษาหลักปริญญาเอกทั้งสองท่าน ได้แก่ รศ.ดร.ชัยบุตร อริยะเชษฐ และ ผศ.สพ.ญ.ดร.ศิริรัตน์ รัตนภุชพงศ์

ในมุมมองของอชิตพล จุฬาฯ เน้นการสร้างบุคลากรวิจัยที่สามารถสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของทุน Fulbright ที่ต้องการผู้ที่จะกลับมาสร้างความเปลี่ยนแปลงหรือทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยและสายงานของตนเอง
สพ.ญ.ธีอนุตรีย์กล่าวด้วยความภูมิใจว่าจุฬาฯ สนับสนุนทุนมาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีทั้งเรื่องค่าเทอมและทุนการศึกษา ทุน C2F ของจุฬาฯ ทำให้ได้เข้าเรียนในระดับปริญญาเอก ซึ่งหากไม่มีทุนสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ทำงานวิจัยที่สนใจหรือไม่ได้ก้าวมาเป็นนิสิตที่มีศักยภาพพร้อมสำหรับการสมัครทุนระดับนานาชาติ
สองนิสิตผู้ได้รับทุนฟุลไบรท์ JRS Program ปีนี้ ฝากข้อคิดให้นิสิตที่กำลังศึกษาในรั้วจุฬาว่า “ถ้าเราเรียนในสายงานที่ชอบ เราจะรู้สึกสนุกและสามารถเรียนได้โดยไม่เครียด ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จในที่สุด เมื่อมีโอกาสเข้ามาขอให้รีบคว้าไว้และกล้าลงมือทำ แม้ปลายทางอาจไม่สำเร็จ 100% แต่ระหว่างทางจะทำให้เราได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาแน่นอน”







