ข้ามไปยังเนื้อหา

“นักเทคนิคการแพทย์กับการดูแลสุขภาพประชาชน” คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ จัด “โครงการเทคนิคการแพทย์ จุฬาฯ ใส่ใจสุขภาพประชาชน 2569”

เนื่องในโอกาสวันเทคนิคการแพทย์ไทย ประจำปี 2569 ภาควิชาเคมีคลินิก ร่วมกับหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคนิคการแพทย์) คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัด “โครงการเทคนิคการแพทย์ จุฬาฯ ใส่ใจสุขภาพประชาชน 2569” เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ ลานกิจกรรม Avenue Zone A ชั้น G ศูนย์การค้า MBK Center เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองสุขภาพและองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

รศ.ดร.ทนพญ.ปาลนี อัมรานนท์ รองอธิการบดี ผู้แทนอธิการบดีจุฬาฯ กล่าวเปิดงาน ผศ.ดร.ทนพ.เทวิน เทนคำเนาว์ คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการฯ
แขกผู้มีเกียรติร่วมในงานประกอบด้วย ทนพญ ภาวิตา สุวรรณวัฒนะ อุปนายกสภาเทคนิคการแพทย์ คนที่ 1 ผู้แทนนายกสภาเทคนิคการแพทย์ รศ.ดร. ทนพญ. ปาหนัน รัฐวงศ์จิรกุล รักษาการนายกสมาคมเทคนิคการแพทย์ แห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ฯ ดร. ทนพ. ฤทธิชัย ศรีวิจารย์ นายกสมาคมนิสิตเก่าสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ และประธานกรรมการบริษัท เอ็มพี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด คุณพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และคุณเอกกร อัมบัส กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ บริษัท เอ็มบีเค เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด


โครงการครั้งนี้ได้รับการตอบรับที่ดีมากโดยมีประชาชนจำนวนมากเข้ารับบริการตรวจสุขภาพ ซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่กำลังเพิ่มขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด และภาวะเมแทบอลิซึมผิดปกติ ผ่านการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการที่มีความสำคัญ ได้แก่

  • HbA1c ประเมินระดับน้ำตาลสะสมและความเสี่ยงโรคเบาหวาน รวมถึงใช้ติดตามการควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน
  • Lipid Profile ประเมินระดับไขมันในเลือด ได้แก่ Total Cholesterol, Triglyceride, HDL และ LDL ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • Vitamin D ประเมินระดับวิตามินดีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกระดูก กล้ามเนื้อ ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพโดยรวม ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมากจนสิทธิ์เต็มอย่างรวดเร็ว
  • Homocysteine ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงภาวะผิดปกติของการเผาผลาญวิตามินบี ซึ่งเป็นการตรวจที่มีมูลค่าสูงและไม่ค่อยมีโอกาสเข้าถึงในการตรวจสุขภาพทั่วไป
    นอกจากการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการแล้ว ประชาชนยังได้รับการอธิบายผลตรวจและคำแนะนำจากนักเทคนิคการแพทย์และคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถนำผลตรวจไปใช้ในการดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งได้รับบริการให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อป้องกันการเกิดโรคในระยะยาว

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือเวทีเสวนาด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ประกอบด้วย

  • บทบาทเทคนิคการแพทย์และการดูแลสุขภาพ โดย รศ.ดร.ทนพญ.ปาหนัน รัฐวงศ์จิรกุล นายกสมาคมเทคนิคการแพทย์ แห่งประเทศไทย อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือดและจุลชีววิทยาคลินิก คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ
  • การดูแลสุขภาพใจ โดย ผศ.ดร.เจนนิเฟอร์ ชวโนวานิช รองคณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาฯ หัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์จิตวิทยาตะวันตก-ตะวันออก และประธานแขนงวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ คณะจิตวิทยา จุฬาฯ
  • ผลตรวจเลือดบอกอะไรเราได้บ้าง เรื่องที่ห้องแล็บอยากให้ทุกคนรู้ โดย ทนพญ.กวินนา นิวัตตกูล นักเทคนิคการแพทย์ รพ.เลิดสิน เจ้าของเพจ The Dark Lab
  • การออกกำลังกาย โดย อ.ดร.ศุภวิชญ์ อิทธินิรันดร คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาฯ

ภายในงานยังได้รับความร่วมมือจากศูนย์สุขภาพเขต 5 ในการให้บริการตรวจสุขภาพช่องปาก การคัดกรองการติดเชื้อ HPV และ HIV (ตามเกณฑ์สิทธิ์) ทำให้การดูแลสุขภาพในครั้งนี้เป็นการดูแลแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งการประเมินสุขภาพ การป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพอย่างแท้จริง
ความสำเร็จของโครงการในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งคณาจารย์ บุคลากร นักเทคนิคการแพทย์ นิสิตหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ และเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพ โดยนิสิตได้มีบทบาทสำคัญในการดำเนินงาน ตั้งแต่การเป็นพิธีกร การต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน การลงทะเบียน การจัดระบบคิว การอำนวยความสะดวก การประสานงาน และการสนับสนุนการให้บริการตรวจสุขภาพตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นประสบการณ์การเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง และสะท้อนจิตอาสาในการรับใช้สังคมของนิสิตจุฬาฯ
“โครงการเทคนิคการแพทย์ จุฬาฯ ใส่ใจสุขภาพประชาชน 2569” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมบริการวิชาการ หากแต่เป็นเวทีที่สะท้อนบทบาทของนักเทคนิคการแพทย์ในการทำงานร่วมกับสหสาขาวิชาชีพ เพื่อขับเคลื่อนระบบสุขภาพเชิงป้องกันของประเทศ จาก “การรักษาเมื่อเกิดโรค” สู่ “การป้องกันก่อนเกิดโรค” พร้อมสร้างความตระหนักให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองและการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

คณะผู้จัดงานขอขอบคุณศูนย์การค้า MBK Center ที่เอื้อเฟื้อสถานที่และอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดียิ่ง รวมถึงผู้สนับสนุนทุกภาคส่วน ได้แก่ MP Group, Sinocare, Bangkok Genomics Innovation, Euroscan, Wincell, GenePlus และห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.เอส. อินเตอร์แล็บ ที่ร่วมสนับสนุนอุปกรณ์ วัสดุ และการดำเนินงาน จนทำให้ประชาชนได้รับบริการตรวจสุขภาพที่มีคุณภาพโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

คุณอาจจะชอบ

สาระความรู้และข่าวสาร

“นักเทคนิคการแพทย์กับการดูแลสุขภาพประชาชน” คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ จัด “โครงการเทคนิคการแพทย์ จุฬาฯ ใส่ใจสุขภาพประชาชน 2569”