ข้ามไปยังเนื้อหา

อนาคตประเทศไทยบนปากเหว? เมื่อวิกฤต “คนไร้คู่” กำลังสั่นคลอนทุกยุทธศาสตร์ชาติ

ขณะที่หน่วยงานของรัฐกำลังมุ่งมั่นผลักดัน “4 วาระพลิกโฉมประเทศ” ตั้งแต่การสร้างคนทักษะสูง การผลิตแพทย์ การแก้ปัญหาความยากจน ไปจนถึงการวางรากฐานเทคโนโลยีแห่งอนาคต ถือเป็นทิศทางที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง แต่ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่สวยหรูเหล่านี้ เราอาจกำลังมองข้าม “ฐานราก” ที่เปราะบางที่สุดซึ่งกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง นั่นคือ  วิกฤตประชากร

จากการคาดประมาณประชากรอย่างเป็นระบบ ประเทศไทยกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่น่าใจหาย ประชากรของเราอาจลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 33 ล้านคน ภายในปี 2626

ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ รากของปัญหาได้เปลี่ยนไปแล้ว วิกฤตประชากรไทยในวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่อง “คู่รักมีลูกน้อยลง” แต่ได้ลุกลามไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าและซับซ้อนกว่า นั่นคือ  “วิกฤตการมีคู่รักน้อยลง”  คนหนุ่มสาวยุคใหม่จำนวนมากยังคงต้องการมีครอบครัวและมีบุตร แต่กลับต้องเผชิญอุปสรรคใหญ่หลวงตั้งแต่ด่านแรก คือการสร้างความสัมพันธ์และการหาคู่ในสภาวะแวดล้อมทางสังคมและเศรษฐกิจที่บีบคั้น

วิกฤตเชิงโครงสร้างนี้ กำลังทำหน้าที่เป็น “ลมต้าน” ที่พัดสวนทุกความพยายามในการพัฒนาประเทศ และนี่คือเหตุผลที่ยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 4 อาจล้มเหลวไม่เป็นท่า หากเราไม่หันมาแก้ไขที่ต้นตอ

 1. วาระสร้างคนทักษะสูง: จะสร้างจากใคร?

เราพูดถึง Sandbox, อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และการสร้างบุคลากรแห่งอนาคต แต่เรากำลังพยายามหา “คนเก่ง” จาก “บ่อ” ที่กำลังเหือดแห้ง ปัญหาที่แท้จริงคือ “เครื่องจักรผลิตคน” หรือ “ครอบครัว” กำลังไม่ถูกสร้างขึ้นในอัตราที่ควรจะเป็น เมื่อไม่มีครอบครัวใหม่เกิดขึ้น ก็ย่อมไม่มี “วัตถุดิบ” หรือเด็กเกิดใหม่ที่จะป้อนเข้าสู่ระบบการศึกษาในอีก 18-20 ปีข้างหน้า ต่อให้หลักสูตรดีเพียงใด ก็ไร้ความหมายหากไม่มีนักศึกษาที่มีคุณภาพในจำนวนที่เพียงพอ

 2. วาระผลิตแพทย์เพิ่ม: เพียงพอจริงหรือ?

เป้าหมายการผลิตแพทย์ 22,200 คน เพื่อลดสัดส่วนแพทย์ต่อประชากร อาจเป็นภาพลวงตาทางสถิติ เพราะในขณะที่ “ตัวหาร” (ประชากร) กำลังลดลง แต่โครงสร้างประชากรกลับบิดเบี้ยว สัดส่วนผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลทางการแพทย์สูงกว่าคนวัยอื่น 3-5 เท่า กลับพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในวันที่ประชากรไทยเหลือ 33 ล้านคน แต่มีผู้สูงอายุถึง 40-50% ภาระงานของแพทย์หนึ่งคนจะมหาศาลเกินกว่าที่ตัวเลขสัดส่วนจะบอกได้ วิกฤตที่แท้จริงไม่ใช่แค่การขาดแคลนแพทย์ แต่คือการขาดแคลนแพทย์ที่ต้องดูแลสังคมที่เต็มไปด้วยผู้สูงอายุ

 3. วาระแก้จนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ: ใครจะซื้อ ใครจะผลิต?

ทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องการสองสิ่งสำคัญคือ “ผู้ผลิต” (กำลังแรงงาน) และ “ผู้บริโภค” (ตลาดในประเทศ) แต่วิกฤต “การมีคู่รักน้อยลง” กำลังทำให้ “หน่วยเศรษฐกิจที่เล็กที่สุดแต่สำคัญที่สุด” อย่าง “ครัวเรือน” ไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้ เมื่อไม่มีครัวเรือนใหม่ ตลาดในประเทศก็ไม่ได้แค่หดตัว แต่กำลังจะหายไปจากรากฐาน การลงทุนเพื่อสร้างเกษตรกรอัจฉริยะ หรือปั้น SME ให้เป็นยูนิคอร์น จะไร้ความหมายหากในอนาคตไม่มีผู้บริโภคที่จะซื้อสินค้า และไม่มีคนรุ่นใหม่มาสืบทอดกิจการ

 4. วาระผู้นำเทคโนโลยีแห่งอนาคต: จะนำใคร?

การมีเทคโนโลยีควอนตัมหรือ AI ที่ล้ำสมัยเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถทำให้ไทยเป็น “ผู้นำ” ในภูมิภาคได้ “พลังของชาติ” (National Power) ในเวทีโลกนั้น มีมิติทางประชากรเป็นส่วนประกอบสำคัญ ประเทศที่มีประชากรหดตัว โครงสร้างกลวงโบ๋ และคนหนุ่มสาวไม่สามารถสร้างครอบครัวได้ จะขาดพลังขับเคลื่อนจากคนรุ่นใหม่ และลดทอนความเชื่อมั่นในสายตานานาชาติ เราจะเป็นผู้นำในภูมิภาคที่เพื่อนบ้านอย่างเวียดนามหรือฟิลิปปินส์มีประชากรหนุ่มสาวมากกว่าเราหลายเท่าได้อย่างไร?

 ข้อเสนอสู่ทางรอด: ผลักดัน “วาระที่ 0 สร้างชาติด้วยการสร้างครอบครัว”

ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยและผู้กำหนดนโยบายต้องยอมรับความจริงว่า “นโยบายสร้างครอบครัว คือนโยบายเศรษฐกิจและความมั่นคงที่สำคัญที่สุด”  เราจำเป็นต้องผลักดัน “วาระที่ 0” ที่มุ่ง “สร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อให้คนหนุ่มสาวได้พบปะ สร้างความสัมพันธ์ และกล้าที่จะสร้างครอบครัว”

นี่ไม่ใช่แค่การแจกเงินอุดหนุน แต่คือการออกแบบนโยบายในทุกมิติ ตั้งแต่การพัฒนาเมือง การสร้างชุมชน การออกแบบพื้นที่สาธารณะและกิจกรรมในมหาวิทยาลัยให้เอื้อต่อปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีอย่าง AI มาช่วยสร้างโอกาสให้คนได้พบปะกันอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์

บ้านที่สวยงามและแข็งแรง ต้องตั้งอยู่บนเสาเข็มและรากฐานที่มั่นคง ยุทธศาสตร์ชาติที่ยอดเยี่ยมก็เช่นกัน หากรากฐานทางประชากรกำลังจะพังทลายลง การก่อสร้างใดๆ บนนั้นก็มีแต่จะรอวันทรุดตัวลงมา การลงทุนเพื่อให้คนไทยกล้าที่จะสร้างครอบครัว คือการลงทุนเพื่อสร้าง “ผู้บริโภค” “ผู้ผลิต” “ผู้เสียภาษี” และ “พลเมือง” สำหรับอนาคตของประเทศ ซึ่งให้ผลตอบแทนที่ยั่งยืนกว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใด ๆ ทั้งสิ้น

บทความโดย ศ.ดร.เกื้อ วงศ์บุญสิน อดีตผู้บริหารวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาฯ และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ฯ

อ้างอิง (บางส่วน)
1.จะเป็นอย่างไรหากสังคมไทยตายมากกว่าเกิด ไปเรื่อยๆ ตอน 1.
สืบค้นจาก https://www.chula.ac.th/news/124866/

  1. จะเป็นอย่างไรหากสังคมไทยตายมากกว่าเกิด ไปเรื่อยๆ ตอน 2.
    สืบค้นจาก https://www.chula.ac.th/news/141978/
  2. ต้องทำอย่างไรหากไม่ต้องการให้ประชากรไทยเหลือเพียงครึ่งประเทศ
    สืบค้นจาก https://www.chula.ac.th/news/146193/
  3. สังคมไทย “ตายมากกว่าเกิด”: สิ่งนี้เป็นโอกาสหรือวิกฤตต่อความยั่งยืน
    สืบค้นจาก https://www.chula.ac.th/news/238662/
  4. วิกฤตการตายมากกว่าการเกิดของไทย: จากวิกฤตที่คู่รักมีลูกน้อยลง เป็นวิกฤตที่มีคู่รักน้อยลง
    https://www.chula.ac.th/news/411613/

คุณอาจจะชอบ

สาระความรู้และข่าวสาร

อนาคตประเทศไทยบนปากเหว? เมื่อวิกฤต “คนไร้คู่” กำลังสั่นคลอนทุกยุทธศาสตร์ชาติ