ข้ามไปยังเนื้อหา

สหเวชศาสตร์ จุฬาฯ เสริมสร้างสุขภาพชุมชนบ้านครัวแบบบูรณาการและยั่งยืน

คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ จัดโครงการ“สหเวชศาสตร์เสริมสร้างสุขภาพชุมชนบ้านครัวแบบบูรณาการและยั่งยืน” เมื่อวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569 ณ ชุมชนบ้านครัว เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพของประชาชนในชุมชนแบบบูรณาการและองค์รวม โดยนำองค์ความรู้และบริการสุขภาพจากหลายสาขาวิชาชีพมาทำงานร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองและประเมินสุขภาพใกล้บ้าน ตระหนักถึงภาวะสุขภาพของตนเอง สามารถค้นหาปัจจัยเสี่ยงหรือความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมจากบุคลากรด้านสุขภาพ

โครงการดังกล่าวมี รศ.ดร.กภ.อนงค์ ตันติสุวัฒน์ รองคณบดีคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ เป็นหัวหน้าโครงการ ดำเนินงานโดยคณาจารย์ บุคลากร และนิสิตจาก 4 สาขาวิชาชีพของคณะสหเวชศาสตร์ ได้แก่ กายภาพบำบัด เทคนิคการแพทย์ รังสีเทคนิคและฟิสิกส์ทางการแพทย์ และโภชนาการและการกำหนดอาหาร ร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์ และคณะจิตวิทยา จุฬาฯ นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากคณะนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 15 (4ส15) สถาบันพระปกเกล้า ในการสนับสนุนอาหารว่างและน้ำดื่มสำหรับประชาชนและผู้เข้าร่วมกิจกรรม ตลอดจนความร่วมมือจากผู้นำและเครือข่ายในชุมชนบ้านครัว

รศ.ดร.กภ.อนงค์ ตันติสุวัฒน์ รองคณบดีคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ หัวหน้าโครงการฯ เปิดเผยว่าโครงการนี้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และการสนับสนุนให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่องนอกจากนี้ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยนำองค์ความรู้และบริการของมหาวิทยาลัยลงสู่ชุมชน รวมทั้งเปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันระหว่างวิชาชีพและเรียนรู้จากสถานการณ์จริงในชุมชน

กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการคือประชาชนในชุมชนบ้านครัวและพื้นที่ใกล้เคียง ครอบคลุมประชาชนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เยาวชน ประชาชนทั่วไป ไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพ มีประชาชนเข้าร่วมงาน 144 คน คณาจารย์และบุคลากร 52 คน และนิสิต 140 คน รวมผู้ปฏิบัติงาน 192 คน มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 336 คน

รศ.ดร.กภ.อนงค์ กล่าวว่าคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ จัดโครงการให้บริการทางสุขภาพที่ชุมชนบ้านครัวอย่างต่อเนื่อง มีทั้งกิจกรรมตรวจสุขภาพแบบบูรณาการสำหรับประชาชนทั่วไป กิจกรรมประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ และกิจกรรมสำหรับเด็กและเยาวชน แนวคิดสำคัญของโครงการมุ่งสร้างความสัมพันธ์และระบบการดูแลสุขภาพร่วมกับชุมชนบ้านครัวในระยะยาว โดยมีการออกแบบกิจกรรมให้ครอบคลุมประชากรทุกช่วงวัยในชุมชน ตามความต้องการและประเด็นสุขภาพที่แตกต่างกัน

กิจกรรมตรวจสุขภาพแบบบูรณาการสำหรับประชาชนทั่วไปจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 ณ ชุมชนบ้านครัวตะวันตก โดยบูรณาการบริการสุขภาพจาก 4 สาขาวิชาชีพของคณะสหเวชศาสตร์ ร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ นอกจากนี้ยังมีการดำเนินกิจกรรมเฉพาะกลุ่มอย่างต่อเนื่อง เช่น กิจกรรมประเมินสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการตามแนวทาง ICOPE (Integrated Care for Older People) เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 เพื่อประเมินสุขภาพและค้นหาความเสี่ยงของผู้สูงอายุอย่างเป็นองค์รวม และกิจกรรมอบรมเยาวชน “นักสหเวชศาสตร์รุ่นเยาว์” (Young Allied Health Scientist Camp) ระหว่างวันที่ 9–16 เมษายน 2569 เพื่อสร้างความรู้และทักษะด้านสุขภาพแก่เด็กและเยาวชนผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 มีกิจกรรมการตรวจสุขภาพแบบบูรณาการสำหรับประชาชนในชุมชนอีกครั้ง โดยขยายความร่วมมือเพิ่มเติมจากคณะจิตวิทยา จุฬาฯ ทำให้การดูแลสุขภาพครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ โภชนาการ การป้องกันโรค และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น นับเป็นการทำงานกับชุมชนบ้านครัวในลักษณะต่อเนื่องและระยะยาว โดยใช้กิจกรรมที่หลากหลายและเหมาะสมกับประชากรแต่ละกลุ่ม เพื่อให้เกิดการส่งเสริมสุขภาพที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย และนำไปสู่การสร้างระบบการดูแลสุขภาพร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

การให้บริการในวันดังกล่าวมีการตรวจคัดกรองและประเมินสุขภาพแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพกาย โภชนาการ และสุขภาวะทางใจ

  • สาขาวิชากายภาพบำบัด ให้บริการตรวจและประเมินการทรงตัว เพื่อประเมินความสามารถในการควบคุมการทรงตัวและคัดกรองความเสี่ยงต่อการหกล้ม รวมถึงตรวจแรงบีบมือ (Hand Grip Strength) เพื่อประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและสมรรถภาพทางกาย
  • สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ ให้บริการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ การตรวจระดับวิตามิน D ในเลือด เพื่อประเมินภาวะขาดวิตามินดี การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count: CBC) เพื่อคัดกรองความผิดปกติของเม็ดเลือด และการตรวจระดับ Homocysteine ในเลือด เพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • สาขาวิชารังสีเทคนิคและฟิสิกส์ทางการแพทย์ ให้บริการตรวจมวลกระดูก เพื่อประเมินความหนาแน่นของกระดูกและคัดกรองความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน ขณะที่ สาขาวิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร ให้บริการตรวจองค์ประกอบร่างกายด้วยเครื่อง BIA (Bioelectrical Impedance Analysis) เพื่อประเมินมวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน และปริมาณน้ำในร่างกาย พร้อมให้คำแนะนำด้านโภชนาการที่เหมาะสมกับภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมให้บริการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น พร้อมจัดกิจกรรม “Care จิต Care ใจ” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และ คณะจิตวิทยา จุฬาฯ จัดกิจกรรม “Mind Fullness – Workshop ดอกไม้ใจดี” เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางใจและการตระหนักรู้อย่างมีสติ

การบูรณาการบริการจากหลากหลายสาขาวิชาชีพในครั้งนี้ สะท้อนแนวคิดสำคัญของโครงการที่มุ่งดูแลประชาชนอย่างเป็นองค์รวม ไม่เพียงแต่ค้นหาปัจจัยเสี่ยงหรือความผิดปกติทางสุขภาพเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับ การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม

รศ.ดร.กภ.อนงค์ เผยถึงผลการดำเนินโครงการที่ผ่านมาว่า ประชาชนในชุมชนจำนวนหนึ่งมีปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่ควรได้รับการติดตามและส่งเสริมการดูแลอย่างต่อเนื่อง พบผู้ที่มีความเสี่ยงด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ซึ่งได้รับคำแนะนำเฉพาะรายและแนวทางในการดูแลสุขภาพต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การประเมินสุขภาพยังครอบคลุมประเด็นสำคัญที่ควรเฝ้าระวังในประชาชนและผู้สูงอายุ เช่น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทรงตัวและความเสี่ยงต่อการหกล้ม ความเสี่ยงด้านสุขภาพกระดูก องค์ประกอบร่างกายและภาวะโภชนาการ ตลอดจนปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ผลการประเมินยังพบว่าประชาชนประมาณ ร้อยละ 70 รายงานว่ามีความรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น และประมาณ ร้อยละ 75 รายงานว่ามีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น หลังเข้าร่วมโครงการ

แนวทางของโครงการคือ “ตรวจ รู้ความเสี่ยง ให้คำแนะนำ และนำไปสู่การดูแลต่อเนื่อง” หากพบความผิดปกติหรือความเสี่ยงที่ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม จะให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการติดตามและเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่จะช่วยให้คณะและภาคีเครือข่ายเห็นภาพปัญหาและความต้องการด้านสุขภาพของประชาชน สามารถนำไปใช้ประกอบการออกแบบกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในชุมชนครั้งต่อ ๆ ไปให้ตรงกับความต้องการของพื้นที่มากขึ้น

 “หัวใจสำคัญของโครงการนี้ไม่ใช่เพียงการนำบริการตรวจสุขภาพลงไปสู่ชุมชน แต่คือการทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง เราต้องการให้ประชาชนรู้ภาวะสุขภาพและความเสี่ยงของตนเองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม และมีความรู้ที่จะนำไปดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวได้ในระยะยาว ความร่วมมือของคณะสหเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะจิตวิทยา รวมถึงภาคีเครือข่ายและชุมชน ทำให้เราสามารถมองสุขภาพของประชาชนได้อย่างเป็นองค์รวม ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ โภชนาการ และการป้องกันโรค ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างสุขภาวะของชุมชนอย่างยั่งยืน” รศ.ดร.กภ.อนงค์กล่าวทิ้งท้าย

นายยรรยง อามีน อายุ 62 ปี อิหม่ามประจำมัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ (บ้านครัว) กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่มีการจัดกิจกรรมให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนในชุมชน และเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะต่อผู้สูงอายุและผู้ที่มีข้อจำกัดในการเดินทางไปโรงพยาบาล เพราะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการตรวจและดูแลสุขภาพได้ถึงพื้นที่ชุมชน พร้อมทั้งอยากให้มีการกลับมาจัดกิจกรรมและให้บริการในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง

นางมีนา มุหมัดอารี อายุ 57 ปี อาสาสมัครสาธารณสุข กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่คณะสหเวชศาสตร์เข้ามาจัดกิจกรรมดูแลสุขภาพในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประชาชนทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัวและผู้ที่ต้องการตรวจสุขภาพให้ความสนใจเข้าร่วม

กิจกรรมในแต่ละครั้งมีบริการตรวจประเมินที่หลากหลายและไม่ซ้ำกัน ทำให้ประชาชนสามารถเลือกรับบริการให้เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพของตนเองได้ พร้อมเสนอให้จัดกิจกรรมเป็นประจำทุกปี และเพิ่มการตรวจสุขภาพทั่วไป รวมถึงการคัดกรองโรคหรือภาวะสุขภาพที่ยังไม่ครอบคลุมในการให้บริการตามปกติของหน่วยบริการปฐมภูมิ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนเข้าถึงการตรวจสุขภาพได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น

นางสาวอภิญญา คัดสันเที๊ยะ อายุ 46 ปี ชาวชุมชนบ้านครัวใต้ กล่าวว่า การเข้าร่วมกิจกรรมทำให้ได้ทราบข้อมูลและประเมินภาวะสุขภาพของตนเองมากขึ้น พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่และนิสิตผู้ให้บริการว่ามีความน่ารัก เป็นกันเอง และให้การดูแลอย่างดีตลอดกิจกรรม

คุณอาจจะชอบ

สาระความรู้และข่าวสาร

สหเวชศาสตร์ จุฬาฯ เสริมสร้างสุขภาพชุมชนบ้านครัวแบบบูรณาการและยั่งยืน