คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ ส่งเสริมสุขภาพประชาชนเชิงรุกในพื้นที่ จ.น่าน ตรวจคัดกรอง ประเมินสุขภาพ ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และสถาบันโภชนาการ เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพประชาชนเชิงรุก ผ่านโครงการบูรณาการตรวจคัดกรองภาวะเปราะบางและส่งเสริมสุขภาพด้วยวิตามินบี 9 และบี 12 และการให้ความรู้ด้านสุขภาพในประชากรก่อนวัยสูงอายุ (50–59 ปี) และผู้สูงอายุ ระหว่างวันที่ 20–24 สิงหาคม 2569 ที่ ต. ในเวียง และ ต.ผาสิงห์ จังหวัดน่าน

โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการคัดกรองภาวะเปราะบาง ประเมินสุขภาพ และส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในประชากรก่อนวัยสูงอายุและผู้สูงอายุ โดยให้ความสำคัญกับการค้นหาความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้สามารถวางแผนส่งเสริมสุขภาพและป้องกันการเกิดภาวะเจ็บป่วยหรือความเสื่อมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ “งานวิจัยเชิงกลยุทธ์ (Strategic Fund; SF) ประจำปีงบประมาณ 2569” โดยมี อ.ดร.ทนพ.ชนะชัย แซ่ลี้ เป็นหัวหน้าโครงการ


การให้บริการตรวจสุขภาพในโครงการนี้เป็นการเสริมพลังการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่ดำเนินกิจกรรม โดยจัดหน่วยตรวจสุขภาพเคลื่อนที่สำหรับประชากรก่อนวัยสูงอายุและผู้สูงอายุในชุมชน กิจกรรมประกอบด้วย การลงทะเบียนและเก็บข้อมูลสุขภาพพื้นฐาน การตรวจสุขภาพและประเมินปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการเจาะเลือด การตรวจวัดระดับวิตามินและสารชีวเคมีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ การประเมินภาวะเปราะบางและสมรรถภาพทางกาย การประเมินด้านโภชนาการและพฤติกรรมสุขภาพ การให้คำแนะนำด้านสุขภาพและโภชนาการ การส่งเสริมการใช้วิตามินบี 9 และบี 12 ตามแนวทางของโครงการ
หัวใจสำคัญของโครงการคือการบูรณาการองค์ความรู้จากหลากหลายสาขาวิชาชีพ ทีมผู้วิจัยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งด้านชีวโมเลกุล พันธุศาสตร์และ Epigenetics โภชนาการผู้สูงอายุ เวชศาสตร์ฟื้นฟู เวชศาสตร์ชุมชน และระบบข้อมูลสุขภาพ การผสานองค์ความรู้ดังกล่าวเปรียบเสมือนการสร้าง “สะพานเชื่อม” ระหว่างข้อมูลระดับโมเลกุล (Molecular Data) กับข้อมูลระดับคลินิกและพฤติกรรมสุขภาพ (Phenotypic & Lifestyle Data) เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการเสื่อมตามวัยอย่างเป็นองค์รวม นอกจากการค้นหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarker) ที่มีศักยภาพในการคัดกรองและติดตามภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุแล้ว โครงการยังมุ่งพัฒนาแนวทางและเครื่องมือสำหรับการประเมินสุขภาพแบบองค์รวมที่สามารถประยุกต์ใช้ในระดับชุมชน โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากการตรวจทางห้องปฏิบัติการเข้ากับข้อมูลด้านโภชนาการ การดำเนินชีวิต สมรรถภาพทางกาย และสุขภาพจิต แนวทางดังกล่าวจะช่วยเปลี่ยนมุมมองจากการดูแลสุขภาพที่เน้น “การรักษาเมื่อเกิดโรค” ไปสู่ “การป้องกันและการสร้างเสริมสุขภาวะ” ตั้งแต่ก่อนเกิดโรคหรือภาวะเสื่อมที่รุนแรง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคมไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ

การอบรม อสม. ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงการ เนื่องจาก อสม. เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมต่อระหว่างระบบสุขภาพกับประชาชนในพื้นที่ การอบรม อสม.มุ่งให้ อสม. มีความรู้และทักษะในการติดตามสุขภาพ การเฝ้าระวังความเสี่ยง และการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง อสม. จะทำหน้าที่เป็น “กลไกเชื่อมต่อ” ระหว่างประชาชนกับระบบสุขภาพ โดยสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการติดตามสุขภาพผู้สูงอายุ การให้คำแนะนำด้านโภชนาการและการออกกำลังกาย ตลอดจนการเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงและส่งต่อประชาชนเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพเมื่อพบความผิดปกติ การพัฒนาแกนนำในพื้นที่จึงไม่เพียงสร้างผลลัพธ์ในระยะสั้นจากการจัดกิจกรรมอบรม แต่ยังช่วยเสริมความเข้มแข็งให้แก่ระบบสุขภาพปฐมภูมิ และสร้างศักยภาพให้ชุมชนสามารถดูแลและติดตามสุขภาพของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง

โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากทีมแพทย์ พยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ นักวิจัย นักโภชนาการ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ประกอบด้วย ผศ.ดร.ทนพ.เทวิน เทนคำเนาว์ คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ ศ.ดร.สิริชัย อดิศักดิ์วัฒนา ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ ผศ.ดร.ทนพญ. ศิริพร ชื้อชวาลกุล ภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือดและจุลชีววิทยาคลินิก คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ ศ.นพ.ประเสริฐ อัสสันตชัย ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลรศ.พญ.บุษฎี ประทุมวินิจ ภาควิชาพยาธิวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล อ.ดร.อารีย์ ประจันสุวรรณ หลักสูตรโภชนศาสตร์ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พญ.อัญชลี สีกัน แพทย์ชำนาญการพิเศษ หน่วยงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลน่าน

ความร่วมมือระหว่างทีมคณาจารย์ แพทย์ นักเทคนิคการแพทย์ พยาบาล นักโภชนาการและกำหนดอาหาร และบุคลากรจากหน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่ ช่วยให้การประเมินสุขภาพครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ โภชนาการ สมรรถภาพทางกาย ปัจจัยทางสังคม และข้อมูลระดับโมเลกุล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิด Integrated Wellness Approach จากการคัดกรองสู่การสร้าง “Wellness Society” โครงการนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการตรวจค้นหาความผิดปกติ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้และศักยภาพให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสร้างระบบติดตามสุขภาพในชุมชนผ่านความร่วมมือระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ นักวิจัย และ อสม. ในระยะยาว

เพราะการสูงวัยที่มีคุณภาพ ไม่ได้เริ่มต้นเมื่ออายุ 60 ปี แต่เริ่มต้นจากการเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้
คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และสถาบันโภชนาการ ขอขอบคุณหน่วยงานภาคีเครือข่ายและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อน “โครงการบูรณาการตรวจคัดกรองภาวะเปราะบางและส่งเสริมสุขภาพด้วยวิตามินบี 9 และบี 12 และการให้ความรู้ด้านสุขภาพในประชากรก่อนวัยสูงอายุและผู้สูงอายุ” ในพื้นที่จังหวัดน่าน หวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะได้รับการสานต่อและพัฒนาเป็นเครือข่ายสุขภาพที่เข้มแข็ง เพื่อร่วมกันส่งเสริมให้ประชาชนก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีสุขภาพดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักดิ์ศรี และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีส่วนร่วมในสังคมอย่างต่อเนื่อง
































