
ตั้งแต่ภาคการศึกษาต้น ปีการศึกษา 2561 นิสิตสามารถจ่ายผ่าน KBank เพื่อรับสิทธิประโยชน์มากมาย โดยที่นิสิตจำเป็นต้องเปิดบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกสิกรไทย และ เปิดบริการ K PLUS ซึ่งมีเงื่อนไขการดำเนินการ ดังนี้
- กรณีที่นิสิตมีบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารกสิกรไทย (สาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล) อยู่แล้วสามารถใช้บัญชีเดิมได้
- กรณีที่นิสิตมีบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารกสิกรไทย (สาขานอกพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล) อยู่แล้วสามารถใช้บัญชีเดิมได้ แต่หากนิสิตทำบัตรเดบิตประจำตัวนิสิตใหม่และผูกกับบัญชีนี้ เมื่อนิสิตนำบัตรเดบิตประจำตัวนิสิตไปใช้บริการที่ตู้ ATM ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล จะมีค่าธรรมเนียมการใช้บริการตามที่ธนาคารกำหนด
- กรณีนิสิตไม่มีบัญชีธนาคารกสิกรไทย หรือ อยากเปิดบัญชีใหม่ สามารถเปิดบัญชีแบบไม่มีเงินฝากขั้นต่ำ พร้อมเปิดบริการ K PLUS ได้ที่บูธธนาคารกสิกรไทยบริเวณสำนักงานวิทยทรัพยากร (หอสมุดกลาง) และ อาคารจามจุรี 9 ระหว่างวันที่ 2 – 12 พ.ค. 2561 เวลา 12.00 – 20.00 น. ยกเว้นวันอาทิตย์ หรือ ธนาคารกสิกรไทย สาขาสยามสแควร์ สาขาจามจุรีสแควร์ สาขาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ระหว่างวันที่ 2 พ.ค. – 31 ธ.ค 2561
- กรณีนิสิตไม่สะดวกเปิดบัญชีตามสถานที่ข้างต้น นิสิตสามารถเปิดบัญชี พร้อมเปิดบริการ K PLUS ที่ธนาคารกสิกรไทยสาขาใดก็ได้ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ซึ่งเงื่อนไขการเปิดบัญชีจะเป็นไปตามปกติที่ธนาคารกำหนด (เงินฝากขั้นต่ำ 500 บาท)
- การเปิดบริการ K PLUS กรณีนิสิตมีบัญชีธนาคารกสิกรไทยอยู่แล้ว ตามข้อ 1 และ 2 สามารถนำบัญชีมาเปิดบริการ K PLUS ได้ที่บูธธนาคารกสิกรไทย ตามสถานที่ และ ระยะเวลาที่กำหนดในข้างต้น หรือ ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา
- การเปิดบริการ K PLUS กรณีนิสิตมีบัญชีธนาคารกสิกรไทย และ มีบัตรเดบิตอยู่แล้ว นิสิตสามารถเปิดใช้บริการ K PLUS ได้ด้วยตนเอง ตามขั้นตอนดังนี้
o ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น K PLUSo กรอกหมายเลขบัตรเดบิตo กรอกรหัสบัตรเดบิตo กรอกข้อมูลส่วนตัวo ตั้งรหัสผ่านและเริ่มใช้บริการทันทีo ทำรายการผ่านสัญญาณอินเตอร์เน็ต 3G/4G เท่านั้น และหากต้องการใช้งาน K PLUS ผ่านสัญญาณ Wi-Fi สามารถทำได้โดย เข้าเมนู “ตั้งค่า” และเลือกเปิด “ใช้งานเต็มรูปแบบผ่าน Wi-Fi”
- นิสิตสามารถดูวิธีการเปิดบริการ K PLUS เพิ่มเติมได้ที่ www.kasikornbank.com/th/Apply/KPLUS
คำถามที่พบบ่อย FAQ ภายใต้โครงการ CU NEX (โครงการความร่วมมือระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ ธนาคารกสิกรไทย)
- ในกรณีที่มีบัญชีธนาคารกสิกรไทยอยู่แล้ว สามารถใช้บัญชีเดิมเพื่อเปิดบริการ K PLUS และทำธุรกรรมต่างๆได้หรือไม่
ตอบ
ในกรณีที่นิสิตมีบัญชีธนาคารกสิกรไทยอยู่แล้ว สามารถเปิดบริการ K PLUS และ ทำธุรกรรมของธนาคารได้โดยไม่ต้องเปิดบัญชีใหม่ แนะนำว่าควรเป็นบัญชีที่เปิดในสาขาธนาคารกสิกรไทยที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพราะหากบัญชีเดิมที่นิสิตมีเป็นบัญชีที่อยู่นอกพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล เมื่อนำบัตรประจำตัวนิสิต (Debit card) ไปกดเงินผ่านตู้ ATM ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล จะเสียค่าธรรมเนียมการกดเงินต่างพื้นที่ตามอัตราและเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
- สามารถเปิดบัญชี และ เปิดบริการ K PLUS ที่ไหนได้บ้าง
ตอบ
นิสิตสามารถเปิดบัญชี และ สมัครบริการ K PLUS ได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และ ธนาคารมาอำนวยความสะดวกให้นิสิตเพิ่มเติมโดยจะไปออกบูธเปิดบัญชีและเปิดบริการ K PLUS บริเวณสำนักงานวิทยทรัพยกร(หอสมุดกลาง) และ อาคารจามจุรี 9 ในวันที่ 2-12 พ.ค. 2561 เวลา 12.00 – 20.00 น. (ยกเว้นวันอาทิตย์)
- การเปิดบัญชี และ เปิดบริการ K PLUS มีค่าธรรมเนียมหรือไม่
ตอบ
สำหรับการเปิดบัญชี และ เปิดบริการ K PLUS ไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ แต่ในการเปิดบัญชีนิสิตจะต้องฝากเงินขั้นต่ำ 500 บาท สำหรับไปเปิดบัญชีที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขาหากนิสิตเปิดบัญชี ที่บูธ บริเวณสำนักงานวิทยทรัพยกร(หอสมุดกลาง) และ อาคารจามจุรี 9 ในวันที่ 2-12 พ.ค. 2561 หรือ ธนาคารกสิกรไทย สาขาสยามสแควร์ สาขาจามจุรีสแควร์ สาขาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ระหว่างวันที่ 2 พ.ค. – 31 ธ.ค 2561 ธนาคารจะยกเว้นเงินฝากขั้นต่ำให้กับนิสิต (เปิดบัญชีโดยไม่ต้องฝากเงินขั้นต่ำ 500 บาท) เพียงนิสิตแสดง บัตรประชาชน และ บัตรนิสิต*ในกรณีที่เป็นนิสิตต่างชาติ นิสิตต้องแสดง หนังสือเดินทาง บัตรนิสิต และ หนังสือรับรองจากสำนักทะเบียน จุฬาฯ
- เมื่อมีบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารกสิกรไทย แล้ว จะต้องจ่ายค่าเล่าเรียนได้อย่างไร
ตอบ
ตั้งแต่ภาคการศึกษาต้น ปีการศึกษา 2561 นิสิตต้องชำระค่าเล่าเรียนผ่านแอปพลิเคชั่น CU NEX ซึ่งสามารถดาวน์โหลดแอปได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2561 เป็นต้นไป ซึ่งนิสิตสามารถชำระค่าเล่าเรียนได้ 3 วิธี(1) ชำระผ่านบริการตัดบัญชีอัตโนมัติที่ผูกกับบัญชีของนิสิต(2) ชำระผ่าน K PLUS ซึ่งสามารถเลือกจ่ายได้ทั้ง K PLUS ของนิสิตหรือ K PLUS ของผู้อื่น เพียงกรอกหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับบริการ K PLUS ที่ต้องการให้ชำระค่าเล่าเรียนแทน(3) ชำระผ่านสาขาของธนาคารกสิกรไทย เพียงนำบาร์โค้ดที่ได้จากแอปพลิเคชั่น CU NEX หรือ ใบแจ้งชำระเงินจากกิจการนิสิตไปชำระที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา เพื่อชำระค่าเล่าเรียนทั้งนี้ นิสิตสามารถเริ่มชำระค่าเล่าเรียนผ่านแอปพลิเคชั่น CU NEX และทุกสาขาของธนาคารกสิกรไทย ได้ในเดือน ก.ค. นี้
- นิสิตจำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทยหรือไม่
ตอบ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแนะนำอยากให้มีบัญชีธนาคารกสิกรไทย เนื่องจากนิสิตจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมายผ่านโครงการ CU NEX ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนหลักจากธนาคารกสิกรไทยโดยตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2561 นี้ นิสิตสามารถออกบัตรประจำตัวนิสิตใหม่ ได้ผ่านแอปพลิเคชั่น CU NEX โดยบัตรนี้เป็นทั้งบัตรเดบิตและบัตรนิสิตในใบเดียวกัน ซึ่งนิสิตสามารถออกบัตรเดบิตประจำตัวนิสิตที่ไหนก็ได้ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น CU NEX เลือกฟังก์ชั่นการออกบัตรประจำตัวนิสิต และสามารถเลือกให้จัดส่งบัตรที่ใดก็ได้ที่สะดวก หรือสาขาสยามสแควร์ โดยบัตรเดบิตประจำตัวนิสิตมีสิทธิประโยชน์มากมายดังต่อไปนี้
- ไม่มีค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตทั้งค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดการเป็นนิสิตจุฬาฯ
- ดูหนังทุกเรื่องทุกรอบ 100 บาท ที่ Major Cineplex และ SF Cinema City ทุกสาขา
- อิ่มคุ้มที่แมคโดนัลด์ 100 บาท เมื่อซื้อแมคฟิชหรือซามูไรเบอร์เกอร์ ขนาดกลาง หรือ ชุดแมคไก่ทอดใหญ่เผ็ด 3
- ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ Lazada รับส่วนลด 15% ตลอดทั้งปี
- นั่ง Grab ครั้งแรก ฟรี 100 บาท หรือลด 10% เมื่อจ่ายด้วย Grab Pay และจองที่พักกับ Expedia ลดสูงสุด 60%
และอื่นๆ อีกมากมายในเดือน ก.ค. นี้นิสิตสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้ผ่านแอปพลิเคชั่น CU NEX ซึ่งสามารถเลือกจ่ายได้ 3 วิธีดังรายละเอียดในข้อ 4. อย่างไรก็ตาม สำหรับนิสิตที่ไม่บัญชีธนาคารกสิกรไทย นิสิตก็ยังสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้โดยนำบาร์โค้ดที่ได้จากแอปพลิเคชั่น CU NEX ไปชำระค่าเล่าเรียนได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา
- ถ้าเปิดบัญชีไม่ทันกำหนดเวลาชำระค่าเล่าเรียน ต้องทำอย่างไร
ตอบ
สำหรับนิสิตที่ไม่มีบัญชีธนาคารกสิกรไทย นิสิตสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้โดยการนำบาร์โค้ดที่ได้จากแอปพลิเคชั่น CU NEX ไปชำระค่าเล่าเรียนได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา แต่หากนิสิตชำระค่าเล่าเรียนล่าช้านิสิตต้องเสียค่าปรับตามอัตราปกติที่มหาวิทยาลัยกำหนด
- ทำไมถึงต้องเปลี่ยนการชำระค่าเล่าเรียนมาผ่านช่องทางของธนาคารกสิกรไทย
ตอบ
เนื่องจากเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ ธนาคารกสิกรไทย เพื่อก้าวสู่ความเป็น ‘Digital Lifestyle University’ และ มุ่งหวังเพื่อให้นิสิตใช้ชีวิตในรั่วจุฬาฯ ได้สะดวกยิ่งขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นการเปลี่ยนวิธีการจ่ายค่าเล่าเรียนมาผ่านช่องทางธนาคารกสิกรไทย จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และรู้ผลการชำระทันที
- กรณีที่ต้องไปต่างประเทศช่วงปิดภาคเรียน นิสิตจะจ่ายค่าเล่าเรียนได้อย่างไร
ตอบ
ในวันที่ 1 มิ.ย. 2561 นิสิตสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น CU NEX ที่ใดก็ได้ และสามารถชำระค่าเล่าเรียนได้ในเดือน ก.ค. นี้ หากนิสิตไม่ได้อยู่ในประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าว นิสิตสามารถชำระค่าเล่าเรียนผ่านแอปพลิเคชั่น CU NEX ได้ 2 วิธี
- กรอกหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับบริการ K PLUS ของผู้ที่ต้องการให้ชำระค่าเล่าเรียนแทน
- บันทึกและส่งบาร์โคดที่ได้จากแอปพลิเคชั่น CU NEX และส่งไปยังผู้ที่จะชำระค่าเล่าเรียนแทน เพื่อนำไปชำระค่าเล่าเรียนที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา
- นิสิตต้องผูกบัญชีเพื่อชำระค่าเล่าเรียนผ่านบริการตัดบัญชีอัตโนมัติได้อย่างไร ต้องไปติดต่อเพื่อขอผูกบัญชีที่ไหน และต้องเตรียมเอกสารใดหรือไม่
ตอบ
นิสิตสามารถสมัครบริการตัดบัญชีอัตโนมัติได้ผ่านแอปพลิเคชั่น CU NEX ได้เลย ซึ่งจะสามารถดาวน์โหลดแอปได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. นี้ โดยไม่ต้องมีการยื่นเอกสารใดๆ*นิสิตต้องมีบัญชี และ K PLUS อยู่แล้วจึงสามารถสมัครบริการตัดบัญชีอัตโนมัติได้
- ถ้ามีบัญชีหรือจะไปเปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทยสาขาต่างจังหวัดจะใช้ได้หรือไม่
ตอบ
กรณีที่นิสิตมีบัญชีหรือจะไปเปิดออมทรัพย์ของธนาคารกสิกรไทย สาขานอกพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล (สาขาต่างจังหวัด) สามารถใช้บัญชีนั้นได้ แต่หากนิสิตทำบัตรเดบิตประจำตัวนิสิตใหม่และผูกกับบัญชีนี้ เมื่อนิสิตนำบัตรเดบิตประจำตัวนิสิตไปใช้บริการที่ตู้ ATM ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล หรือจังหวัดอื่น ที่นอกพื้นที่ของสาขาที่เปิดบัญชี จะมีค่าธรรมเนียมการใช้บริการตู้ ATM ตามปกติที่ธนาคารกำหนด
- ถ้าไม่อยากเปิดบัญชีจะเป็นอะไรหรือไม่ เพราะเหลือแค่เทอมเดียวจะจบการศึกษาแล้ว
ตอบ
สำหรับนิสิตที่ไม่บัญชีธนาคารกสิกรไทย นิสิตสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้โดยการนำบาร์โค้ดที่ได้จากแอปพลิเคชั่น CU NEX ไปชำระค่าเล่าเรียนได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา
- หากนิสิตไม่สามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้เองแต่จะให้ผู้ปกครองจ่ายแทน ดังนั้นผู้ปกครองจำเป็นต้องมีบัญชีกสิกรหรือไม่ แล้วจะผูกบัญชีของผู้ปกครองแทนได้หรือไม่
ตอบ
หากนิสิตไม่สะดวกจ่ายค่าเล่าเรียนได้ด้วยตนเอง นิสิตสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้ 2 วิธี โดยขั้นตอนแรกนิสิตจำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น CU NEX จากนั้นนิสิตเลือกชำระค่าเล่าเรียนระหว่าง
- ชำระผ่าน K PLUS โดยเลือกจ่ายผ่าน K PLUS ของผู้อื่น เพียงกรอกหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับบริการ K PLUS ที่ต้องการให้ชำระค่าเล่าเรียนแทน หรือ
- ชำระผ่านสาขาของธนาคารกสิกรไทย เพียงนำบาร์โค้ดที่ได้จากแอปพลิเคชั่น CU NEX ไปแสดงที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา เพื่อชำระค่าเล่าเรียน
- นิสิตสามารถเปิดบัญชีได้ถึงเมื่อไหร่
ตอบ
นิสิตสามารถเปิดบัญชีที่ธนาคารกสิกรไทยสาชาใดก็ได้ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จนถึงช่วงเวลาที่ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกำหนดให้ชำระค่าเล่าเรียน
- นิสิตต่างชาติมาเปิดบัญชีที่บูธบริเวณหอสมุดกลาง แต่ทางบูธไม่รับเปิดบัญชีให้ นิสิตต่างชาติอยากทราบว่าต้องใช้เอกสารใดบ้างสำหรับการเปิดบัญชี
ตอบ
นิสิตต่างชาติต้องนำ หนังสือเดินทาง (Passport) บัตรประจำตัวนิสิต และ หนังสือรับรองจากสำนักทะเบียนจุฬาฯ (โดยมีค่าธรรมเนียมที่ สำนักทะเบียนเรียกเก็บตามอัตราปกติ) มาแสดงที่บูธเปิดบัญชี
- บัตรประจำตัวนิสิตจำเป็นต้องเปลี่ยนหรือไม่
ตอบ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแนะนำว่าควรเปลี่ยน เนื่องจากการเปลี่ยนบัตรเดบิตประจำตัวนิสิตใหม่นั้นจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย
- ไม่มีค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตทั้งค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดการเป็นนิสิตจุฬาฯ
- ดูหนังทุกเรื่องทุกรอบ 100 บาท ที่ Major Cineplex และ SF Cinema City ทุกสาขา
- อิ่มคุ้มที่แมคโดนัลด์ 100 บาท เมื่อซื้อแมคฟิชหรือซามูไรเบอร์เกอร์ ขนาดกลาง หรือ ชุดแมคไก่ทอดใหญ่เผ็ด 3
- ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ Lazada รับส่วนลด 15% ตลอดทั้งปี
- นั่ง Grab ครั้งแรก ฟรี 100 บาท หรือลด 10% เมื่อจ่ายด้วย Grab Pay และจองที่พักกับ Expedia ลดสูงสุด 60%
และอื่นๆ อีกมากมาย
- ถ้าต้องเปลี่ยนบัตรประจำตัวนิสิตต้องเปลี่ยนอย่างไร และจะเริ่มเปลี่ยนได้ตั้งแต่เมื่อไหร่
ตอบ
นิสิตสามารถขอออกบัตรประจำตัวนิสิตใหม่ได้ผ่านแอปพลิเคชั่น CU NEX ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2561 เป็นต้นไป







