ข่าว

คำถามที่พบบ่อย FAQ ภายใต้โครงการ CU NEX (โครงการความร่วมมือระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ ธนาคารกสิกรไทย)

คำถามที่พบบ่อย FAQ ภายใต้โครงการ CU NEX  (โครงการความร่วมมือระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ ธนาคารกสิกรไทย)

1.โครงการ CU NEX คืออะไร

ตอบ  โครงการ CU NEX เป็นโครงการที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทุกมิติการใช้ชีวิตของนิสิต ทำให้ชีวิตทั้งในและนอกห้องเรียนสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งเสริมให้ชาวจุฬาฯ ทุกคน ได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างก้าวกระโดด และได้รับการเรียนรู้อย่างรอบด้านตามความถนัด ความสนใจ พร้อมที่จะมุ่งไปสู่อนาคตที่สดใส ด้วยแรงสนับสนุนด้านเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า และนวัตกรรมที่สร้างสรรค์จากความร่วมมือของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และธนาคารกสิกรไทย สู่เป้าหมายของการเป็น ‘Digital Lifestyle University’

2.ในกรณีที่มีบัญชีธนาคารกสิกรไทยอยู่แล้ว สามารถใช้บัญชีเดิมเพื่อเปิดบริการ K PLUS และทำธุรกรรมต่างๆได้หรือไม่

ตอบ  ในกรณีที่นิสิตมีบัญชีธนาคารกสิกรไทยอยู่แล้ว สามารถเปิดบริการ K PLUS และ ทำธุรกรรมของธนาคารได้โดยไม่ต้องเปิดบัญชีใหม่ แนะนำว่าควรเป็นบัญชีที่เปิดในสาขาธนาคารกสิกรไทยที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพราะหากบัญชีเดิมที่นิสิตมีเป็นบัญชีที่อยู่นอกพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล  เมื่อนำบัตรประจำตัวนิสิต (Debit card) ไปกดเงิน ผ่านตู้ ATM ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล จะเสียค่าธรรมเนียมการกดเงินต่างพื้นที่ตามอัตราและเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

3.สามารถเปิดบัญชี และ เปิดบริการ K PLUS ที่ไหนได้บ้าง

ตอบ  นิสิตสามารถเปิดบัญชี และสมัครบริการ K PLUS ได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

4.การเปิดบัญชี และ เปิดบริการ K PLUS มีค่าธรรมเนียมหรือไม่

ตอบ สำหรับการเปิดบัญชี และ เปิดบริการ K PLUS ไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ  แต่ในการเปิดบัญชีนิสิตจะต้องฝากเงินขั้นต่ำ 500 บาท สำหรับไปเปิดบัญชีที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา

*ในกรณีที่เป็นนิสิตต่างชาติ นิสิตต้องแสดง หนังสือเดินทาง บัตรนิสิต และ หนังสือรับรองจากสำนักทะเบียน จุฬาฯ

5.เมื่อมีบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารกสิกรไทย แล้ว จะต้องจ่ายค่าเล่าเรียนได้อย่างไร

ตอบ ตั้งแต่ภาคการศึกษาต้น ปีการศึกษา 2561 นิสิตต้องชำระค่าเล่าเรียนผ่านแอปพลิเคชั่น CU NEX  ซึ่งสามารถดาวน์โหลดแอปได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2561 เป็นต้นไป ซึ่งนิสิตสามารถชำระค่าเล่าเรียนได้ 3 วิธี

(1) ชำระผ่านบริการตัดบัญชีอัตโนมัติที่ผูกกับบัญชีของนิสิต

(2) ชำระผ่าน K PLUS ซึ่งสามารถเลือกจ่ายได้ทั้ง K PLUS ของนิสิตหรือ K PLUS ของผู้อื่น เพียงกรอกหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับบริการ K PLUS ที่ต้องการให้ชำระค่าเล่าเรียนแทน

(3) ชำระผ่านสาขาของธนาคารกสิกรไทย เพียงนำบาร์โค้ดที่ได้จากแอปพลิเคชั่น CU NEX ไปชำระที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา เพื่อชำระค่าเล่าเรียน

ทั้งนี้ นิสิตสามารถเริ่มชำระค่าเล่าเรียนผ่านแอปพลิเคชั่น CU NEX และทุกสาขาของธนาคารกสิกรไทย ได้ในเดือน ก.ค. นี้

6.นิสิตจำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทยหรือไม่

ตอบ  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแนะนำอยากให้มีบัญชีธนาคารกสิกรไทย เนื่องจากนิสิตจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมายผ่านโครงการ CU NEX ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนหลักจากธนาคารกสิกรไทย

โดยตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2561 นี้ นิสิตสามารถออกบัตรประจำตัวนิสิตใหม่ ได้ผ่านแอปพลิเคชั่น CU NEX โดยบัตรนี้เป็นทั้งบัตรเดบิตและบัตรนิสิตในใบเดียวกัน ซึ่งนิสิตสามารถออกบัตรเดบิตประจำตัวนิสิตที่ไหนก็ได้ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น CU NEX เลือกฟังก์ชั่นการออกบัตรประจำตัวนิสิต และสามารถเลือกให้จัดส่งบัตรที่ใดก็ได้ที่สะดวก หรือสาขาสยามสแควร์

7.ถ้าเปิดบัญชีไม่ทันกำหนดเวลาชำระค่าเล่าเรียน ต้องทำอย่างไร

ตอบ สำหรับนิสิตที่ไม่มีบัญชีธนาคารกสิกรไทย นิสิตสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้โดยการนำบาร์โค้ดที่ได้จากแอปพลิเคชั่น CU NEX ไปชำระค่าเล่าเรียนได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา แต่หากนิสิตชำระค่าเล่าเรียนล่าช้านิสิตต้องเสียค่าปรับตามอัตราปกติที่มหาวิทยาลัยกำหนด

8.ทำไมถึงต้องเปลี่ยนการชำระค่าเล่าเรียนมาผ่านช่องทางของธนาคารกสิกรไทย

ตอบ  เนื่องจากเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ ธนาคารกสิกรไทย เพื่อก้าวสู่ความเป็น ‘Digital Lifestyle University’ และ มุ่งหวังเพื่อให้นิสิตใช้ชีวิตในรั้วจุฬาฯ ได้สะดวกยิ่งขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นการเปลี่ยนวิธีการจ่ายค่าเล่าเรียนมาผ่านช่องทางธนาคารกสิกรไทย จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และรู้ผลการชำระทันที

9.กรณีที่ต้องไปต่างประเทศช่วงปิดภาคเรียน นิสิตจะจ่ายค่าเล่าเรียนได้อย่างไร

ตอบ ในวันที่ 1 มิ.ย. 2561 นิสิตสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น CU NEX ที่ใดก็ได้ และสามารถชำระค่าเล่าเรียนได้ในเดือน ก.ค. นี้ หากนิสิตไม่ได้อยู่ในประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าว นิสิตสามารถชำระค่าเล่าเรียนผ่านแอปพลิเคชั่น CU NEX ได้ 2 วิธี

  • กรอกหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับบริการ K PLUS ของผู้ที่ต้องการให้ชำระค่าเล่าเรียนแทน
  • บันทึกและส่งบาร์โคดที่ได้จากแอปพลิเคชั่น CU NEX และส่งไปยังผู้ที่จะชำระค่าเล่าเรียนแทน เพื่อนำไปชำระค่าเล่าเรียนที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา

10.นิสิตต้องผูกบัญชีเพื่อชำระค่าเล่าเรียนผ่านบริการตัดบัญชีอัตโนมัติได้อย่างไร ต้องไปติดต่อเพื่อขอผูกบัญชีที่ไหน และต้องเตรียมเอกสารใดหรือไม่

ตอบ นิสิตสามารถสมัครบริการตัดบัญชีอัตโนมัติได้ผ่านแอปพลิเคชั่น CU NEX ได้เลย ซึ่งจะสามารถดาวน์โหลดแอปได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2561 โดยไม่ต้องมีการยื่นเอกสารใดๆ

*นิสิตต้องมีบัญชีธนาคารกสิกรไทย และ K PLUS อยู่แล้วจึงสามารถสมัครบริการตัดบัญชีอัตโนมัติได้

11.ถ้ามีบัญชีหรือจะไปเปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทยสาขาต่างจังหวัดจะใช้ได้หรือไม่

ตอบ กรณีที่นิสิตมีบัญชีหรือจะไปเปิดออมทรัพย์ของธนาคารกสิกรไทย สาขานอกพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล (สาขาต่างจังหวัด) สามารถใช้บัญชีนั้นได้  แต่หากนิสิตทำบัตรเดบิตประจำตัวนิสิตใหม่และผูกกับบัญชีนี้ เมื่อนิสิตนำบัตรเดบิตประจำตัวนิสิตไปใช้บริการที่ตู้ ATM ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล หรือจังหวัดอื่น ที่นอกพื้นที่ของสาขาที่เปิดบัญชี จะมีค่าธรรมเนียมการใช้บริการตู้ ATM ตามปกติที่ธนาคารกำหนด

12.ถ้าไม่อยากเปิดบัญชีจะเป็นอะไรหรือไม่ เพราะเหลือแค่เทอมเดียวจะจบการศึกษาแล้ว

ตอบ สำหรับนิสิตที่ไม่บัญชีธนาคารกสิกรไทย นิสิตสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้โดยการนำบาร์โค้ดที่ได้จากแอปพลิเคชั่น CU NEX ไปชำระค่าเล่าเรียนได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา

13.หากนิสิตไม่สามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้เองแต่จะให้ผู้ปกครองจ่ายแทน ดังนั้นผู้ปกครองจำเป็นต้องมีบัญชีกสิกรไทยหรือไม่ แล้วจะผูกบัญชีของผู้ปกครองแทนได้หรือไม่

ตอบ หากนิสิตไม่สะดวกจ่ายค่าเล่าเรียนด้วยตนเอง นิสิตสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้ 2 วิธี โดยขั้นตอนแรกนิสิตจำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น CU NEX จากนั้นนิสิตเลือกชำระค่าเล่าเรียนระหว่าง

  • ชำระผ่าน K PLUS โดยเลือกจ่ายผ่าน K PLUS ของผู้อื่น เพียงกรอกหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับบริการ K PLUS ที่ต้องการให้ชำระค่าเล่าเรียนแทน หรือ
  • ชำระผ่านสาขาของธนาคารกสิกรไทย เพียงนำบาร์โค้ดที่ได้จากแอปพลิเคชั่น CU NEX ไปแสดงที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา เพื่อชำระค่าเล่าเรียน

14.นิสิตสามารถเปิดบัญชีได้ถึงเมื่อไหร่

ตอบ นิสิตสามารถเปิดบัญชีที่ธนาคารกสิกรไทยสาชาใดก็ได้ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จนถึงช่วงเวลาที่ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกำหนดให้ชำระค่าเล่าเรียน

15.นิสิตต่างชาติมาเปิดบัญชีที่บูธบริเวณหอสมุดกลาง แต่ทางบูธไม่รับเปิดบัญชีให้ นิสิตต่างชาติอยากทราบว่าต้องใช้เอกสารใดบ้างสำหรับการเปิดบัญชี

ตอบ นิสิตต่างชาติต้องนำ หนังสือเดินทาง (Passport) บัตรประจำตัวนิสิต และ หนังสือรับรองจากสำนักทะเบียนจุฬาฯ (โดยมีค่าธรรมเนียมที่สำนักทะเบียนเรียกเก็บตามอัตราปกติ) มาแสดงที่บูธเปิดบัญชี

16.บัตรประจำตัวนิสิตจำเป็นต้องเปลี่ยนหรือไม่

ตอบ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแนะนำว่าควรเปลี่ยน เนื่องจากการเปลี่ยนบัตรเดบิตประจำตัวนิสิตใหม่นั้นจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตทั้งค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดการเป็นนิสิตจุฬาฯ
  • ดูหนังทุกเรื่องทุกรอบ 100 บาท ที่ Major Cineplex และ SF Cinema City ทุกสาขา
  • อิ่มคุ้มที่แมคโดนัลด์ 100 บาท เมื่อซื้อแมคฟิชหรือซามูไรเบอร์เกอร์ ขนาดกลาง หรือ ชุดแมคไก่ทอดใหญ่เผ็ด 3
  • ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ Lazada รับส่วนลด 15% ตลอดทั้งปี
  • นั่ง Grab ครั้งแรก ฟรี 100 บาท หรือลด 10% เมื่อจ่ายด้วย GrabPay
  • จองที่พักกับ Expedia ลดสูงสุด 60%

และอื่นๆ อีกมากมาย

17.เปลี่ยนบัตรประจำตัวนิสิตอย่างไร และจะเริ่มเปลี่ยนได้ตั้งแต่เมื่อไหร่

ตอบ นิสิตสามารถขอออกบัตรประจำตัวนิสิตใหม่ได้ผ่านแอปพลิเคชั่น CU NEX ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2561 เป็นต้นไป

 

 

SHARE

จุฬาฯ สนับสนุนให้อาจารย์ทำงานวิจัย นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากต่อทั้งอาจารย์ นิสิต รวมถึงภาคประชาสังคม

รองศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ค้นหา

X