รู้จักจุฬาฯ
การบริหาร
อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
Green University
Sustainability
ติดต่อจุฬาฯ
บริจาคให้จุฬาฯ
หลักสูตร
การสมัครเข้าศึกษา
หน่วยงานการศึกษา
บริการนิสิต
บริการวิชาการ
บริการทางการแพทย์
บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
สารสนเทศและการสื่อสาร
พื้นที่สร้างสรรค์
ข่าวสารและความเคลื่อนไหว
วารสารจุฬาฯ
สาระความรู้
ข่าวสารจุฬาฯ
9 พฤษภาคม 2568
ข่าวเด่น
ภายหลังเหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในประเทศสเปนและโปรตุเกสช่วงต้นปี 2568 ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนหลายล้านคน ธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และระบบโครงข่ายไฟฟ้าทั่วคาบสมุทรไอบีเรีย กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สะท้อนความเปราะบางของระบบพลังงานยุโรปภายใต้สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ดังนั้นในภูมิภาคอื่นเช่นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงจำเป็นต้องหันกลับมาทบทวนระบบโครงข่ายไฟฟ้าของตนเองอย่างจริงจัง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน สถาบันวิจัยพลังงาน ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จึงจัดการบรรยายเรื่อง “ไฟดับครั้งใหญ่ในยุโรป : บทเรียนจากสเปน – โปรตุเกส 2025 และแนวทางรับมือและออกแบบระบบพลังงานอย่างสมดุล” เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ณ TRUE LAB ชั้น 1 ตึก 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อร่วมกันถอดบทเรียนเชิงลึกจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และประเมินความเปราะบางของระบบพลังงานในบริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเชื่อมโยงผลกระทบจาก Climate Anomaly กับความมั่นคงของระบบโครงข่ายไฟฟ้า สู่แนวทางการออกแบบระบบพลังงานที่ยืดหยุ่น สมดุลยิ่งขึ้นสำหรับอนาคต
รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ประธานจัดงานกล่าวถึง เป้าหมายของการจัดงานในครั้งนี้ว่า “ไม่ใช่แค่ฟัง แต่เปลี่ยน” มุ่งหวังให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งผู้กำหนดนโยบาย วิศวกร นักวิจัย และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันออกแบบระบบพลังงานไทยให้สามารถรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอนได้อย่างสมดุล ยั่งยืน และมีศักยภาพในการฟื้นตัวอย่างแท้จริง
ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ผู้อำนวยการสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน กล่าวว่าการสัมมนาวิชาการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ไฟดับในสเปน–โปรตุเกสปี 2025 ทั้งในมิติเทคนิคและปรากฏการณ์ภูมิอากาศ ประเมินความเปราะบางของระบบพลังงานในบริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เสนอแนวทางออกแบบระบบพลังงานที่มีความยืดหยุ่นและฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมความตระหนักรู้ในระดับผู้กำหนดนโยบาย วิศวกร นักวิจัย และสาธารณชน เพื่อเตรียมพร้อมและพัฒนานโยบายเชิงป้องกันในระดับประเทศและภูมิภาค
ผู้เข้าร่วมฟังการบรรยายครั้งนี้ได้รับความรู้เชิงลึกจากกรณีศึกษาจริง พร้อมแนวทางการออกแบบระบบพลังงานที่สามารถฟื้นตัวได้ในภาวะวิกฤต และยังสามารถนำบทเรียนไปปรับใช้ในบริบทของไทยและภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ
บทเรียนจากเหตุการณ์จริง: ปัจจัยเทคนิค และ ภูมิอากาศสุดขั้ว
จากการวิเคราะห์เชิงเทคนิค เหตุการณ์ไฟดับในคาบสมุทรไอบีเรียครั้งนี้เกิดจากความซับซ้อนของหลายปัจจัย ทั้งการขาดความยืดหยุ่นในโครงข่ายไฟฟ้า การพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนสูง โดยไม่มีระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ที่เพียงพอ รวมถึงสภาพอากาศสุดขั้ว (Climate Anomaly) ที่ก่อให้เกิดคลื่นความร้อนและลมแรงผิดปกติ ส่งผลให้สายส่งไฟฟ้าเสียหายเป็นวงกว้างในเวลาอันสั้น เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของระบบพลังงานยุคใหม่ ที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากทั้งธรรมชาติและโครงสร้างระบบที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน
ระบบพลังงานกับสภาพภูมิอากาศ: เมื่อ Climate Resilience กลายเป็นเรื่องจำเป็น
ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นในทุกภูมิภาค ระบบพลังงานไม่อาจพึ่งพาความเสถียรแบบเดิมได้อีกต่อไป ความสามารถในการฟื้นตัว (resilience) และความยืดหยุ่นของโครงข่ายจึงเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบระบบพลังงานในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไทยและอาเซียน
แนวทางรับมือและออกแบบระบบพลังงานแห่งอนาคต: สมดุล – ยืดหยุ่น – ฟื้นตัวได้
จากบทเรียนของยุโรปชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการลงทุนเชิงระบบ เช่น การปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Modernization) ให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์สุดขั้ว การพัฒนาและกระจายการใช้ระบบกักเก็บพลังงาน การจัดสรรสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างมีแผน ควบคู่กับพลังงานสำรอง และการสร้างระบบเตือนภัยและฟื้นฟูระบบอย่างรวดเร็วเมื่อเกิด blackout
การถอดบทเรียนครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานหลักของไทยร่วมแลกเปลี่ยน ทั้งในมิติวิชาการ วิศวกรรม และนโยบาย
คุณธวัชชัย สำราญวานิช รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนที่มีระบบไฟฟ้ามั่นคง เพราะว่าการวางแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศไทยครอบคลุมถึงกำลังผลิตไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าที่เหมาะสมเพียงพอกับความต้องการไฟฟ้าในรายภูมิภาค ที่ผ่านมา กฟผ.ได้มีการพัฒนาโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าระดับแรงดัน 500 เควี ให้เป็นแกนหลักในการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าระหว่างภูมิภาค เพื่อเสริมความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าของประเทศ ขณะที่ด้านวางแผนด้านปฏิบัติการ (Operation Planning) ในการผลิตและส่งไฟฟ้า กฟผ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการควบคุมระบบไฟฟ้า เพื่อรักษาระดับของการผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้าให้มีความเพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้า รวมถึงพิจารณาความมั่นคงระบบไฟฟ้ารองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยการเตรียมความพร้อมกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองพร้อมจ่ายใน 3 ระดับ ประกอบด้วย
ปัจจัยแนวโน้มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลกและเหตุการณ์ไฟฟ้าดับที่ยุโรปให้เห็นว่าเมื่อระบบไฟฟ้ามีผลของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นตามทิศทางการมุ่งสู่ในเรื่องพลังงานสีเขียว ดังนั้นต้องพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคงเพิ่มทั้งในด้านโรงไฟฟ้าหลักในการควบคุมการส่งจ่ายไฟฟ้าในภูมิภาคและโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ เพื่อสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และบริหารจัดการกำลังผลิตไฟฟ้าส่วนเกิน โดยนำพลังงานไฟฟ้ากลับมาใช้ในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูง รวมถึงเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ที่มี Response Time เร็ว และการใช้อุปกรณ์เสริมแรงดันด้วย Reactive Power เช่น FACTS Device เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับบริเวณกว้างในประเทศไทย ทั้งนี้ กฟผ. ในฐานะที่ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าจะวางแผนและดูแลระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคงอย่างต่อเนื่องต่อไป
รศ.ดร.สุรชัย ชัยทัศนีย์ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวในมุมมองเชิงวิชาการว่า เหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในสเปนและโปรตุเกสเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 ได้สร้างบทเรียนสำคัญให้กับระบบไฟฟ้าทั่วโลก โดยเฉพาะสำหรับประเทศไทยที่กำลังเดินหน้าสู่พลังงานสะอาด เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเมื่อระบบไฟฟ้ามีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูงถึง 50-70% อาจจะมีความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าได้ สำหรับประเทศไทยที่ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในอนาคต การเตรียมความพร้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งในด้านการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS), เทคโนโลยี Smart Grid รวมถึงการปรับปรุง Grid Code และนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถรองรับการผลิตไฟฟ้าของพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนที่สูงขึ้นได้ นอกจากนี้ การขยายตัวของพลังงานหมุนเวียนยังส่งผลต่อโครงสร้างต้นทุนของระบบไฟฟ้าโดยรวม เนื่องจากความไม่แน่นอนของการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลม อาจทำให้ต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าสำรองหรือระบบกักเก็บพลังงานมากขึ้น ซึ่งอาจจะพิจารณาได้เป็นส่วนหนึ่งของ Ancillary Services ซึ่งย่อมกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคง ดังนั้น นอกจากการลงทุนในเทคโนโลยีแล้ว ประเทศไทยจำเป็นต้องพิจารณาปรับนโยบายและกลไกตลาดไฟฟ้าให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงนี้ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม และราคาค่าไฟฟ้า
ดร.พิมพ์สุภา เกาะช้าง นักวิจัยชำนาญการ สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาฯ เสนอแนวทางเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าไทย ควบคู่เป้าหมายพลังงานสะอาด จากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับในยุโรป เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงความจำเป็นในการออกแบบระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคงควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าก้าวสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions ได้อย่างมั่นคงในระยะยาว โดยเสนอให้มีแผน Energy Resilience Roadmap ที่ครอบคลุมการพัฒนาเทคโนโลยีสนับสนุน เช่น ระบบกักเก็บพลังงานและกลไกสร้างเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า พร้อมเปิดรับทางเลือกด้านพลังงานที่เหมาะสมกับบริบทของไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
รับชมการบรรยายย้อนหลังได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/share/v/1HpdzS1mKP/
“พี่สัตวแพทย์จุฬาฯ กับน้องตัวน้อย (Kids Ket Vet Day)” เปิดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569
จุฬาฯ จัดยิ่งใหญ่ “Chula Adventure World” ฉลองวันเด็ก 2569 สวมบทบาทอาชีพในฝัน เปิดโลกเรียนรู้นอกห้องเรียน
จุฬาฯ จับมือศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติ จัดงาน “Samyan Mitrtown Kids’ Day 2026 : Ocean Wonder-สิ่งมหัศจรรย์ใต้ทะเล”
กิจกรรม CUVIP เดือนมกราคม “The First Step to Change ก้าวแรกของปีเพื่อการเรียนรู้และการเติบโตอย่างมีเป้าหมาย”
นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแสดงความยินดี หนังสือพิมพ์มติชนก้าวสู่ปีที่ 49
คณาจารย์นักวิจัยจุฬาฯ รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2569 จำนวน 68 รางวัล ในงานวันนักประดิษฐ์ปีนี้
จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด
คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
ประเภทของคุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้ท่านสามารถใช้เว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ ท่านไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน โดยมีจุดประสงค์คือนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราอาจไม่สามารถวัดผลเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้ รายละเอียดคุกกี้