รู้จักจุฬาฯ
การบริหาร
อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
Green University
Sustainability
ติดต่อจุฬาฯ
บริจาคให้จุฬาฯ
หลักสูตร
การสมัครเข้าศึกษา
หน่วยงานการศึกษา
บริการนิสิต
บริการวิชาการ
บริการทางการแพทย์
บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
สารสนเทศและการสื่อสาร
พื้นที่สร้างสรรค์
ข่าวสารและความเคลื่อนไหว
วารสารจุฬาฯ
สาระความรู้
ข่าวสารจุฬาฯ
15 กันยายน 2568
ข่าวเด่น, งานวิจัยและนวัตกรรม
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาฯ ร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จัดพิธีปิดและเผยแพร่ความสำเร็จของกิจกรรมพัฒนาผลิตภาพสำหรับธุรกิจเกษตรแปรรูปเป้าหมาย (แผนธุรกิจและการตลาด) โครงการยกระดับสินค้าเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรม ประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ณ จามจุรีสแควร์ โดยมี รศ.ดร.ดำรงค์ วัฒนา รองกรรมการผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาฯ กล่าวสรุปผลการดำเนินงานและความสำเร็จของโครงการ ศ.ดร.ศุภอรรจ ศิริกันทรมาศ ผู้ช่วยคณบดี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวต้อนรับ และ ดร.กิตติโชติ ศุภกำเนิด ผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรม
ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดเสวนา “การสร้างโอกาสและยกระดับสินค้าสู่โมเดิร์นเทรด” พร้อมกิจกรรมให้คำแนะนำ และการแบ่งปันประสบการณ์จากผู้ประกอบการดีเด่น การประกาศและมอบรางวัลธุรกิจตัวอย่างด้านความสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่น รางวัลธุรกิจตัวอย่างด้านความสามารถลดต้นทุนได้อย่างชาญฉลาด และรางวัลธุรกิจตัวอย่างด้านแนวคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นและสร้างแรงบันดาลใจ โดยมีผู้ประกอบการได้รับรางวัลดังนี้
– รางวัลธุรกิจตัวอย่างด้านความสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่น ได้แก่ บ้านสวนช็อคโกแลต
– รางวัลธุรกิจตัวอย่างด้านความสามารถลดต้นทุนได้อย่างชาญฉลาด ได้แก่ บริษัท เค.เอส. พรีเมียร์โปรดักส์ จำกัด
– รางวัลธุรกิจตัวอย่างด้านแนวคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นและสร้างแรงบันดาลใจ ได้แก่ บริษัท คาเคา ซีเอสอี จำกัด และบริษัท ไซมีส โบแทนิก จำกัด
สำหรับกิจกรรมพัฒนาผลิตภาพสำหรับธุรกิจเกษตรแปรรูปเป้าหมาย (แผนธุรกิจและการตลาด) โครงการยกระดับสินค้าเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรม ประจำปี 2568 โดย ศ.ดร.นงนุช เหมืองสิน หัวหน้าโครงการ และคณะผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการในด้านแผนธุรกิจและการตลาด ประกอบด้วย รศ.ดร.พัลลภา ปีติสันต์ รศ.ดร. ฐิติพรรณ ฉิมสุข ผศ.ดร.บุริม โอทกานนท์ ผศ.ดร.ขวัญรัฐ ส่วนพงษ์ ดร.จักรกฤษณ์ ถาวร ดร.วรศักดิ์ กล่องทอง และ ดร.ประภารัตน์ อัศวเนตรมณี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยการยกระดับสินค้าเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรม ผ่านการพัฒนาและยกระดับผลิตภาพในการพัฒนาด้านแผนธุรกิจและการตลาด การวิเคราะห์แผนธุรกิจและตลาดสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปที่สามารถสร้างโมเดลและแผนธุรกิจสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปได้อย่างถูกต้อง สามารถวางแผนบริหารจัดการ แผนการตลาดและแผนธุรกิจ เพิ่มช่องทางการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ลดต้นทุนทางการตลาดส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจซึ่งจะเป็นการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง และสามารถแข่งขันได้ในตลาดการค้าโลก ซึ่งผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับการพัฒนา โดยมีผลิตภาพเพิ่มขึ้น (ของเสียลดลง หรือต้นทุนลดลง หรือยอดขายเพิ่มขึ้น หรือรายได้เพิ่มขึ้น) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10
ศ.ดร.ศุภอรรถ ศิริกันทรมาศ ผู้ช่วยคณบดี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ไม่เพียงมีบทบาทในเชิงวิชาการ แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมโกโก้ไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน พร้อมแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ เช่น นักวิจัยจากภาควิชาพฤกษศาสตร์ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยและคัดเลือกพันธุ์โกโก้ที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศและดินของประเทศไทย เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงและมีรสชาติดี อีกทั้งยังพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ การใช้จุลินทรีย์สนับสนุนกระบวนการหมัก เพื่อเสริมความซับซ้อนของรสชาติ และยกระดับคุณภาพวัตถุดิบของไทย
นอกจากนี้ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ยังจัดอบรมและสัมมนาให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคนิคการปลูก การเก็บเกี่ยว และการแปรรูปโกโก้อย่างมีมาตรฐาน รวมถึงการเผยแพร่งานวิจัยผ่านเวทีวิชาการต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมโกโก้ไทย
“นักวิจัยของคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ยังทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากโกโก้ เช่น ช็อกโกแลต เครื่องดื่มโกโก้ และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตลอดจนการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ นอกจากนี้คณะวิทยาศาสตร์ยังจัดอบรมและสัมมนาให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคนิคการปลูก การเก็บเกี่ยว และการแปรรูปโกโก้อย่างมีมาตรฐาน รวมถึงการเผยแพร่งานวิจัยผ่านเวทีวิชาการต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมโกโก้ไทยให้ให้เติบโตอย่างยั่งยืนและได้ประสิทธิภาพสูงสุด” ศ.ดร.ศุภอรรถ กล่าว
ดร.กิตติโชติ ศุภกำเนิด ผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กิจกรรมพัฒนาผลิตภาพสำหรับธุรกิจเกษตรแปรรูปเป้าหมาย (แผนธุรกิจและการตลาด) ภายใต้โครงการยกระดับสินค้าเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรม ประจำปี 2568 มุ่งเน้นในการพัฒนาพืชโกโก้ โดยประเทศไทยมีจุดแข็งด้านความอุดมสมบูรณ์ของดินและภูมิอากาศ ซึ่งเอื้อต่อการปลูกโกโก้ไทยปลูกได้ทุกภูมิภาค แต่ละพื้นที่ก็ต่างมีเอกลักษณ์รสชาติ (Flavor note) แบบเฉพาะตัว ซึ่งความหลากหลายเช่นนี้สร้างคุณค่าในเชิง Geographical Indication (GI) และเป็นจุดขายที่สร้างความแตกต่างจากโกโก้ของต่างประเทศ
“ขณะนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากประเทศผู้ผลิตหลักของโกโก้อย่างประเทศกานาประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตลดลง ในขณะที่ประเทศไทยอยู่ในช่วงที่ต้นโกโก้ที่ปลูกกกระจายในหลายพื้นที่เริ่มให้ผลผลิตจำนวนมาก ราคาผลสดก็ปรับสูงขึ้น จากกิโลกรัมละ 5-10 บาท เป็น 10–13 บาท และหากแปรรูปเป็นเมล็ดหมักตากแห้ง จะทำให้ราคาสามารถพุ่งไปถึง 180–200 บาทต่อกิโลกรัม สิ่งนี้คือการเพิ่มมูลค่าที่จับต้องได้จริง และเห็นผลอย่างชัดเจน” ดร.กิตติโชติ กล่าว
ดร.กิตติโชติ กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาโกโก้ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มุ่งพัฒนาผลิตภาพสำหรับธุรกิจเกษตรแปรรูป ด้วยแนวทาง 4 ด้าน โดยนำนโยบายของ น.ส.ณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มาปฏิบัติเพื่อพัฒนาโกโก้ไทยอย่างครบวงจร ได้แก่ 1. ให้ทักษะใหม่ ไม่ใช่แค่ปลูกและขายผลโกโก้สด แต่เกษตรกรต้องเรียนรู้การหมักเมล็ด การตากแห้ง และการแปรรูป รวมถึงการวางแผนธุรกิจและการตลาด 2. ให้เครื่องมือที่ทันสมัยสนับสนุนเครื่องจักรและเทคโนโลยี โดยส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถเข้ามาใช้เครื่องจักร ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (Industry Transformation Center: ITC) ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ 3. ให้โอกาสโตไกล เชื่อมโยงตลาด โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยและพันธมิตร พัฒนาแผนธุรกิจและนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด และ 4. ให้ธุรกิจไทยที่ดีคู่ชุมชน สร้างธุรกิจคู่ชุมชน โดยส่งเสริมเกษตรกรให้เป็นต้นแบบถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน เน้นการทำธุรกิจที่เติบโตควบคู่กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งแนวทางทุกด้านจะเน้นการนำนวัตกรรมรูปแบบต่าง ๆ มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน
“ผู้ประกอบการที่ได้เข้าร่วมโครงการจะได้รับคำปรึกษาแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นแนวทางในการดำเนินกิจการให้สามารถวางแผนบริหารจัดการกิจการ การตลาด การสร้างรายได้ การเพิ่มช่องทางการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า และลดต้นทุนทางการตลาด สร้างการเติบโตให้กิจการและนำไปสู่ความยั่งยืน สามารถแข่งขันได้ในตลาดการค้าโลก ส่งผลในระยะยาวต่อขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โกโก้ถือเป็นพืชที่มีศักยภาพ สามารถต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์จากโกโก้ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนในอนาคตได้” ดร.กิตติโชติ กล่าว
ด้านนางคชพรรณ์ เกิดวัน เจ้าของธุรกิจบ้านสวนช็อคโกแลต ซึ่งได้รับรางวัลธุรกิจตัวอย่างด้านความสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่น กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการทำให้เกษตรได้รับความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และคุณภาพสินค้าเพื่อเตรียมส่งออกต่างประเทศ ซึ่งในพื้นที่ของตนเองมีการปลูกและผลิตโกโก้ และพัฒนาสู่การเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ อาทิ ช็อกโกแลต โลชั่น และผงช็อกโกแลต อีกทั้งยังมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น แฮนด์ครีม ซึ่งจะนำความรู้จากโครงการไปต่อยยอดเพื่อปรับปรุงคุณภาพสินค้าให้ดียิ่งขึ้น
นายเฉลิมวิทย์ สุทธานินทร์ ตัวแทน บริษัท เค.เอส. พรีเมียร์โปรดักส์ จำกัด ซึ่งได้รับรางวัลธุรกิจตัวอย่างด้านความสามารถลดต้นทุนได้อย่างชาญฉลาด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นสำหรับธุรกิจ คือ เครื่องอบแห้ง Koson Siam Capsule Dryer ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ของโลกที่จะช่วยปฏิวัติกระบวนการอบแห้งผลผลิตทางการเกษตรให้สามารถอบได้หลากหลายผลผลิต และใช้เวลารวดเร็ว อีกทั้งตัวเครื่องยังมีขนาดเล็กลงกว่าเครื่องอบอื่น ๆ ที่มีอยู่ในท้องตลาด และมีราคาที่ถูกกว่า ซึ่งโกโก้ถือเป็นหนึ่งในผลผลิตที่มีความจำเป็นต้องอบแห้งเมื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูป เครื่องดังกล่าวจึงมีส่วนช่วยให้กิจกรรมแปรรูปผลผลิตเกิดประสิทธิภาพ ลดการใช้แรงงาน ลดระยะเวลา และลดต้นทุนในการผลิตได้
นายเนวิน เบจอังกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซมีส โบแทนิก จำกัด ซึ่งได้รับรางวัลธุรกิจตัวอย่างด้านแนวคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นและสร้างแรงบันดาลใจ จากร้าน ย.ยักษ์กินผัก เปิดเผยว่าร้าน ย.ยักษ์กินผัก เป็นธุรกิจร้านอาหารที่เน้นอาหารเชิงสุขภาพ และมีการนำโกโก้เข้ามาใช้ในการพัฒนาเป็นเมนูอาหารรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งโกโก้ถือเป็นพืชที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ด้านสุขภาพอย่างมากมาย เมื่อนำมาพัฒนาเป็นเมนูที่หลากหลายจึงได้รับความสนใจและเกิดผลรับที่ดีเป็นอย่างยิ่ง
นายธันย์ปวัฒน์ เศวตภัทรวาทิน ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท คาเคา ซีเอสอี จำกัด และนายภิญโญ รู้ธรรม กรรมการผู้จัดการฯ ซึ่งได้รับรางวัลธุรกิจตัวอย่างด้านแนวคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นและสร้างแรงบันดาลใจ กล่าวว่า คาเคา ซีเอสอี คือวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่มุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย ผ่านการปลูกและแปรรูปโกโก้ครบวงจร เนื่องจากโกโก้เป็นพืชซุปเปอร์ฟู้ด (Superfoods) ที่มีคุณประโยชน์อย่างมาก และทิศทางของโกโก้ไทยมีอนาคตที่สดใสมาก เพราะโกโก้ไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นสินค้าเกษตรที่ทั้งโลกกว่า 70% รู้จักและบริโภค จึงมีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าได้มหาศาล โดยคาเคา ซีเอสอี มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มมูลค่าและใช้ประโยชน์จากโกโก้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่เปลือกเมล็ดที่นำไปทำชาโกโก้ซึ่งขายได้ราคาสูง ไปจนถึงการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลก เช่น หนังเทียม กระดาษ หรือไบโอพลาสติก พร้อมทั้งร่วมมือกับสตาร์ทอัพเพื่อนำผลโกโก้ตกเกรดไปทำอาหารเสริมสำหรับสัตว์ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภารกิจของเราคือการเชื่อมโยง ภาคเอกชน เกษตรกร และผู้บริโภคเข้าด้วยกัน ทุกการซื้อสินค้าของซีเอสอี จะไม่ใช่เพียงได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ แต่ยังเป็นการร่วมสร้างภารกิจเพื่อสังคม เพราะกำไรที่ได้จะกลับไปสนับสนุนเกษตรกร ทั้งการมอบต้นกล้า การให้ความรู้ด้านการปลูก แปรรูป และการตลาด ดังนั้นการได้รับรางวัลในครั้งนี้คือกำลังใจสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์และหัวใจเพื่อสังคม สามารถสร้างแรงบันดาลใจและความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนได้จริง
จุฬาฯ ร่วมช่อง 7HD และภาคีเครือข่ายมอบเงินบริจาคให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โครงการ “จุฬาฯ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่อง 7 HD รวมใจ ฝ่าภัยน้ำท่วมใต้”
ขอเชิญเฝ้าทูลละอองพระบาท สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีในงาน “ปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์” ฉลอง 109 ปีแห่งการสถาปนาจุฬาฯ
วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ ยกพื้นที่จัตุรัสจามจุรีให้ศิลปินแห่งชาติจัดแสดงผลงาน เปลี่ยนพื้นที่เชิงพาณิชย์สู่พื้นที่เรียนรู้ เปิดโลกศิลปะสู่คนรุ่นใหม่
12 มีนาคม - 10 เมษายน 2569
อาคารจัตุรัสจามจุรี ห้อง 217
จุฬาฯ จัดบรรยายสาธารณะเปิดมุมมองความเสี่ยง ในระบบสังคมและระบบนิเวศในยุคโลกร้อน
จุฬาฯ เปิดโครงการ “จุฬาเดย์แคร์” ปีที่ 2 ดูแลผู้สูงวัยให้เกษียณอย่างเกษม เตรียมความพร้อมบุคลากรสู่ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีคุณภาพ
หลักสูตร NEXUS AI จุฬาฯ เชิญผู้บริหารร่วมสัมมนา “Leading with AI in 2026” เปิดมุมมององค์กรสู่ยุค AI
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้ ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้
ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้กลุ่มนี้มีความจำเป็นต่อการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น ความปลอดภัย ระบบเครือข่าย และการบันทึกความยินยอม จึงไม่สามารถปิดการใช้งานได้ รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยเข้าใจพฤติกรรมการใช้งาน เช่น จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่ได้รับความนิยม และประสิทธิภาพของเนื้อหา เพื่อใช้ปรับปรุงคุณภาพเว็บไซต์ โดยจะเก็บข้อมูลในลักษณะไม่ระบุตัวตน รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยวิเคราะห์รูปแบบการใช้งาน เช่น การคลิก การเลื่อนหน้า หรือเส้นทางการใช้งาน เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งาน โดยไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง รายละเอียดคุกกี้
ใช้จดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งานเพื่อให้แสดงผลเว็บไซต์ตามภาษาที่เลือก รายละเอียดคุกกี้